"ประยุทธ์"ร่วมทานอาหารกับสื่อ เปิดใจเสี่ยงชีวิตรัฐประหาร ไม่โกรธ ลูกน้องถูกยิงตายปี53 ขึ้นหลังเสือแล้วต้องลงให้เป็นหรือไม่ก็ฆ่าเสือก่อน
ที่บริเวณห้องปฏิบัติการสื่อมวลชน 1(บริเวณรังนกกระจอก 1) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ร่วมพบปะและรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล ซึ่งทางสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดย พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี จัดขึ้น โดยเมื่อมาถึง พล.อ.ประยุทธ์ ได้แวะทักทายและให้คำแนะนำซุ้มอาหารต่างๆ ที่มาออกร้าน โดยเฉพาะร้านไก่ย่างส้มตำเขาสวนกวาง พล.อ.ประยุทธ์ ได้แนะนำให้ดัดแปลงรูปแบบและผลิตภัณฑ์ต่างๆให้ผู้บริโภคมีทางเลือก อย่าใช้มะละกอเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้เซ็นชื่อของตัวเองเพื่อแสดงว่าได้เข้าร่วมงานครั้งนี้เช่นเดียวกับสื่อมวลชน และเขียนต่อท้ายลายเซ็นตัวเองในช่องตำแหน่งและเบอร์โทรศัพท์ว่าด้วยว่า “นรม./ลูกน้องนักข่าว ,ขอใจเธอ 111”
ผู้สื่อข่าวรายงานา นายกรัฐมนตรี ได้แวะเข้ามาเยี่ยมและพูดคุยกับผู้สื่อข่าวในรังนกกระจอกโดยกล่าวว่า “ฤดูนี้ทุเรียนมีมาก ทราบกันหรือไม่ว่าเมื่อกินทุเรียนแล้วจะต้องกินมังคุดตามเพื่อเป็นการดับความร้อน จะได้เย็น” เมื่อผู้สื่อข่าวบอกว่าบางตำราให้กินน้ำเกลือจะดับความร้อนได้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้แนะนำต่อว่า “ถ้ากินทุเรียนแล้วกลัวแฟนจะเหม็นปากให้เอาน้ำใส่เปลือกทุเรียนแล้วนำมากินนะ” นอกจากนี้เมื่อมาถึงโต๊ะรับประทานอาหาร พล.อ.ประยุทธ์ ได้ขอให้นำส้มตําปูปลาร้ามาให้ โดยบอกว่า เป็นคนอีสานเหมือนกัน
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ร่วมรับประทานอาหารและกล่าวเปิดใจว่า ประเทศไทยทุกอย่างดีหมด แต่มีคนไม่ดีอยู่ด้วย คนบางคนไม่ได้รับการสั่งสอน จึงทำให้เป็นคนไม่ดี อีกทั้งยังมีการเมืองนำพา อย่างไรก็ตามวันนี้ประชาชนเป็นใหญ่โดยใช้สิทธิ์ทางการเลือกตั้ง ตนทำทุกวันเพื่อความยั่งยืนของประเทศชาติ เพราะประเทศต้องมีเสถียรภาพ ไม่อย่างนั้นเศรษฐกิจจะลดลง โดยต้องกลับไปดูว่าเศรษฐกิจไทยและปัญหาของไทยนั้นอยู่ตรงไหนก็ต้องแก้ไขตรงนั้น นอกจากนี้ยังมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ของประเทศชาติ เรากำลังอยู่ในระหว่างการแก้ไขวิกฤต ตนออกมาปฏิวัติเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ หากออกมาแล้วไม่ทำอะไรเลยก็ไม่มีประโยชน์ เสียดายเวลา จึงอยากให้คนไทยเข้าใจ อย่างเช่นการเชิญผู้เชี่ยวชาญจากทั้งเยอรมันและฝรั่งเศสเข้ามาเล่าประสบการณ์ก็เพื่อให้เกิดความเข้าใจ เพราะการแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็น ในประเทศหรือต่างประเทศก็ต่างใช้เวลานาน นอกจากนี้ยังต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญจากต่างชาติรับทราบว่า เกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย ตนจะให้ฝ่ายความมั่นคงเอาเหตุการณ์บ้านเมืองของไทยให้ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศรับทราบ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญอธิบายคนทั้งโลกแทนเรา อย่างไรก็ดีเมื่อผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ได้ทราบถึงเหตุการณ์ในไทยก็บอกว่า มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ทั้งมีการประท้วง ใช้อาวุธ เกิดการสูญเสีย ทะเลาะกันด้วยเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ เขาบอกเขาไม่เคยเห็นเลยมาโจมตีเรา เพราะความไม่เข้าใจ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนเสี่ยงชีวิตเข้ามาทำรัฐประหารเพื่อความสงบของบ้านเมือง ต่อจากนี้ก็ขึ้นอยู่ที่ประชาชนว่าจะเอาอย่างไร โดยอำนาจของประชาชนใช้ได้โดยผ่านฝ่ายบริหาร ตุลาการ นิติบัญญัติ แนวทางของรัฐบาลคือ รักษาเสถียรภาพของประเทศ เพื่อเตรียมการนำไปสู่การเลือกตั้ง โดยรัฐบาลทำตามโรดแมป แม้มีคนพยายามไม่ให้รัฐบาลเดินไปถึงตรงนั้น แต่ตนไม่สนใจ ยืนยันว่าจะต้องเดินตามวางแผนแล้วนำไปสู่การเลือกตั้ง วันนี้ไม่สามารถทำให้ทุกคนคิดเหมือนกันหมด แต่เราต้องอยู่ร่วมกันได้ การประท้วงก็ต้องทำด้วยความสงบ ไม่เกิดการจราจล ถ้ามีการสูญเสียก็ต้องบังคับใช้กฎหมาย อย่างเหตุการณ์ในประเทศไทยทั้ง ปี 2553 2556-2557 ผู้ก่อความวุ่นวายให้ประเทศต่างเป็นกลุ่มเดียวกัน โดยในปี 2557 ผู้ชุมนุมต่างประท้วงโดยสงบ แต่ในปี 2553 ที่ต้องทำเพราะมีการยิงเจ้าหน้าที่ โดยทำตามกฎหมายตามขั้นตอน ตามวิธีการ ทำจากหนักไปหาเบา 7 ขั้นตอน แต่ฝ่ายผู้ชุมนุมก่อเหตุอย่างรวดเร็ว ทำให้ทหารบาดเจ็บ ล้มตาย ถูกตี ถูกเหยียบเป็นจำนวนมาก แต่ตนไม่เคยโกรธ
“พอเราเริ่มนับ 1 มันมาถึงตัวแล้ว ลูกน้องผมก็ไม่เคยว่าจะต้องไปฆ่าใคร เขาไม่ทำหรอก เขาบอกว่าเห็นอยู่ว่ามีการยิงใส่ทหารแต่เขาก็ไม่ทำ เพราะม็อบอยู่ตรงนั้น ลูกน้องก็โดนยิงท้องทะลุอย่างผู้พันอะไรนะ แต่ไม่อยากไปพูดถึงอีก เราต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีก ส่วนเรื่องรัฐธรรมนูญ ผมก็ฟังทุกฝ่ายว่าจะเอาอย่างไร ผมไม่สามารถไปชี้เขาได้ ความเห็นของ ครม.ทุกกระทรวงก็ส่งความเห็นเข้ามาว่า จะดูแลคนให้มีความเท่าเทียมได้อย่างไร ส่วนเรื่องการปฏิรูปต้องมีวิธีการโดยนำคนดีเข้ามาทำงาน ที่ผ่านมานโยบายของพรรคการเมืองมีความสำคัญกว่ายุทธศาสตร์ของชาติ วันนี้เราต้องคิดเผื่อไป 20 ปีว่าเราจะเดินหน้าไปที่จุดใด การเดินหน้าประชาชนจะรอการช่วยเหลือจากรัฐอย่างเดียวไม่ได้ เพราะรัฐจะเอาเงินที่ไหนมาช่วยทุกคน ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ กำลังพูดอยู่นั้น ผู้สื่อข่าวพยายามบอกให้ พล.อ.ประยุทธ์ หยุดพูดก่อน แล้วมารับประทานอาหาร แต่ พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า “ไม่เอาจะพูด” จากนั้น ผู้สื่อข่าวพยายามบอกให้ พล.อ.ประยุทธ์ พูดแบบสบายๆจะได้ไม่เครียด จากนั้นได้รับคำตอบกลับมาว่า “นี่สบายแล้ว สบายๆ ผมอยากพูดให้พวกคุณฟัง” ทั้งนี้มีช่วงหนึ่งของการพูดคุย พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวถึง ทีมรักษาความปลอดภัยว่า ตนเคยทำหน้าที่แบบนี้มาก่อน อยู่กลางแดด กลางลม ถวายอารักขาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็เคยทำมาหมดแล้ว ทุกคนรู้ฐานะของตัวเองดี ชีวิตของตนอยู่กับทีมรักษาความปลอดภัย
ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจไหมว่าจะลงจากหลังเสือได้อย่างสง่างาม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “เรื่องนี้ก็แล้วแต่พวกเรา ผมก็ลงเหมือนคนเดินดินปกติ” เมื่อถามต่อว่าที่ผ่านมาอดีตนายกฯหลายคนเวลาลงจากหลังเสือก็บาดเจ็บตลอด “ก็ลงให้เป็นสิ หรือฆ่าเสื้อเสือก่อนดี”





