วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ไพบูลย์'เผยเป็นไปได้แปรญัตติร่างรธน.มากกว่า 150 มาตรา

"ไพบูลย์"เผยเป็นไปได้แปรญัตติร่างรธน.มากกว่า 150 มาตรา เชื่อส่งครบ 25 พ.ค. เตือนสปช.ก่อนลงนามสนับสนุนให้อ่านรอบคอบ

นายไพบูลย์ นิติตะวัน คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงความคืบหน้าในการส่งคำแปรญัตติเพื่อแก้ไขปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญว่า จะครบกำหนดในวันจันทร์ที่ 25 พ.ค.นี้ จึงเชื่อว่าคำขอจากทุกภาคส่วนน่าจะส่งมายังเจ้าหน้าที่ในช่วงเย็นของวันดังกล่าว ซึ่งจะทำให้พอเห็นภาพรวมว่า มีการแปรญัตติกี่มาตรา โดยยอมรับว่ามีความเป็นไปได้ที่จะมีคำขอแก้ไขมากกว่า 150 มาตรา เพราะในแต่ละส่วนไม่ใช่เรื่องการตัดทิ้งทั้งมาตราแต่มีเรื่องการปรับปรุงถ้อยคำด้วย  

ส่วนสปช.ที่จะลงนามสนับสนุนคำแปรญัตตินั้น นายไพบูลย์ กล่าวว่า ขอให้อ่านอย่างละเอียดเพราะเมื่อส่งคำขอมาแล้วจะถอนชื่อไม่ได้ ดังนั้น สปช.ที่ร่วมลงชื่อต้องมีเจตจำนงที่ชัดเจนในการแก้ไขมาตราเหล่านั้น ไม่เช่นนั้นอาจมีข้อครหาตามมาว่าลงรายชื่อโดยไม่ได้ดูรายละเอียด แต่ไม่สามารถถอนชื่อออกในภายหลังได้

"ผมเชื่อว่าจะมีการแก้ไขเยอะมาก มาตรา181-182 โดยส่วนตัวเห็นด้วยให้ตัดทิ้งไปเลย เชื่อว่ากรรมาธิการฯจะรับฟังเพราะเป็นการทักท้วงจากหลายฝ่าย ณ วันนี้ยังไม่มีมติหรือความเห็นของกรรมาธิการฯ เพราะจะเริ่มประชุมตั้งแต่วันที่ 8 มิ.ย. หากไม่มีการแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวเพื่อขยายเวลาจาก 60 วัน เป็น 90 วัน กรรมาธิการฯก็ต้องทำงานถึงเที่ยงคืนทุกวันไม่มีวันหยุด แต่ถ้าขยายเป็น 90 วัน ก็อาจได้หยุดวันเสาร์หนึ่งวัน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับครม.จะพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวให้มีการขยายเวลาหรือไม่" นายไพบูลย์ กล่าว

นายไพบูลย์ กล่าวถึงกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมาธิการยกร่างฯหลังจากได้รับคำแปรญัตติว่าจะเปิดโอกาสให้ผู้ยื่นคำขอแปรญัตติเข้าชี้แจงต่อกรรมาธิการฯในวันที่ 1-6 มิถุนายนและวันที่ 7 มิถุนายนจะเป็นวันสุดท้ายในการรับฟังความเห็นนักการเมือง ซึ่งพล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นผู้ประสานเรื่องนี้ โดยยังไม่ทราบว่าจะเป็นการเชิญบุคคลที่เป็นตัวแทนพรรคมาหรือให้ส่งมาเป็นเอกสาร จากนั้นตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายนเป็นต้นไปจะเริ่มพิจารณาคำขอแก้ไขเพิ่มเติมเป็นรายมาตราไล่ตั้งแต่มาตรา 1 เป็นต้นไป

นายไพบูลย์ กล่าวถึง กระแสข่าวที่ระบุว่าสปช.เตรียมคว่ำร่างรัฐธรรมนูญว่า เร็วเกินกว่าจะพูดอย่างนั้น เพราะยังไม่เห็นร่างสุดท้ายที่กรรมาธิการยกร่างฯจะปรับปรุง เนื่องจากอาจถูกใจสปช.ก็ได้ แต่ถ้าไม่ถูกใจ สปช.จะคว่ำก็เป็นสิทธิที่กำหนดไว้ตามรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ยังเห็นว่าแนวคิดที่มีการเสนอว่าถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่านให้ยุบแค่กรรมาธิการยกร่างฯแต่ยังคง สปช.เอาไว้ว่า เป็นเรื่องที่มีเหตุผลอธิบายได้ แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับ ครม.จะตัดสินใจ เพราะจะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจากในปัจจุบันกำหนดว่าหากร่างไม่ผ่านให้ยุบไปพร้อมกัน และไม่คิดว่าจะเป็นการเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน เนื่องจากทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ถึงความต้องการของสังคม แต่ยังไม่อยากให้ด่วนสรุปโดยขอให้รอดูร่างสุดท้ายก่อน และถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านก็ไม่ได้หมายความว่าเลวทั้งฉบับเพราะมีหลายเรื่องเป็นสิ่งที่ดี