วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สมบัติ'เผย2กมธ.ปฏิรูป รวมคำแปรญัตติแก้ร่างรธน.

"สมบัติ" เผยกมธ.ปฏิรูปการเมืองร่วมกับกมธ.ปฏิรูปกม. รวมคำแปรญัตติแก้ร่างรธน. เสนอกมธ.ยกร่างฯ 22 พ.ค.หรือ 25 พ.ค.

นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการสรุปความเห็น เพื่อเสนอแปรญัตติให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ปรับปรุงแก้ไขว่า กรรมาธิการจัดเตรียมญัตติเสร็จแล้วจะส่งให้กรรมาธิการปฏิรูปการเมืองในวันนี้ จากนั้นจะนำไปรวมกับการแปรญัตติของกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมาย โดยคาดว่าจะส่งคำแปรญัตติทั้งหมดให้กับคณะกรรมาธิการยกร่างฯได้เร็วสุดในวันที่ 22 พ.ค. หรือช้าสุดวันที่ 25 พ.ค. ซึ่งตรงตามกรอบเวลาที่กำหนดอย่างแน่นอน 

นายสมบัติ กล่าวว่า สำหรับประเด็นที่เสนอ เช่น ให้ตัดกลุ่มการเมืองออกเพราะไม่มีผลในทางปฏิบัติ กลุ่มการเมืองเล็กไม่มีโอกาสได้ เนื่องจากกำหนดเป็นภาคหากในภาคนั้นได้ไม่ถึง 7-8 หมื่นคนก็ไม่มีสิทธิได้ ส.ส. แตกต่างจากเดิมที่ใช้คะแนนรวมทั้งประเทศ ดังนั้นสิ่งที่กรรมาธิการยกร่างฯคิดจึงไม่เป็นจริงในทางปฏิบัติ นอกจากนี้ยังเสนอให้เลิกระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม ตัดมาตรา 181 และ182 ทิ้งเพราะเป็นการทำลายดุลอำนาจระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ ส่วน การจัดการเลือกตั้งให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการเหมือนเดิมและมีอำนาจแจกใบแดงก่อนได้ โดยเปิดช่องให้ผู้ได้รับผลกระทบยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์กลาง หรือศาลอุทธรณ์ภาคภายใน7วัน

นายสมบัติ กล่าวว่า ในส่วนของ คณะกรรมการประเมินผลให้ประเมินโครงการรัฐด้วยไม่ใช่แค่ประเมินองค์กรอิสระเท่านั้น และให้เปลี่ยนคำว่า “พลเมือง” เป็นคำว่า “ประชาชน” เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนส่วนการแสดงรายการเสียภาษีที่กำหนดไว้ 3 ปี ทางกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง เห็นว่าควรจะเปลี่ยนเป็น 5 ปี ซึ่งเป็นไปตามกรอบการประเมินภาษีของกรมสรรพากร และให้เปิดเผยต่อสาธารณชนด้วย 

รวมทั้งให้ยกเลิกคณะกรรมการปรองดองในภาค 4 การปฏิรูปและการปรองดอง ที่ให้อำนาจในการเสนอพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ โดยให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเสริมสร้างความปรองดองที่มาจากสภาผู้แทนราษฎรเข้ามาทำหน้าที่แทนส่วนเรื่องสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปนั้นมีความเห็น 2 แนวทางคือ หากจะต้องมี 2 องค์กรนี้ที่มาต้องไม่ได้มาจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) และ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)เหมือนที่กำหนดไว้ในขณะนี้ว่ามาจา สปช.60 คน และ สนช.30 คน แต่ให้มีการสมัครแบบเปิดกว้างแทน หรือ อีกทางเลือกหนึ่งให้จัดทำกฎหมายปฏิรูปให้เสร็จก่อนการเลือกตั้งโดยไม่จำเป็นต้องมีสภาขับเคลื่อนฯและคณะกรรมการยุทธศาสตร์