วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เผย'ครม.-คสช.'ไฟเขียว แก้รธน.ชั่วคราวเปิดทางลงประชามติ

“วิษณุ” เผย “ครม.-คสช.” ไฟเขียว แก้รธน.ชั่วคราว เปิดทางลงประชามติ พ่วงแก้รธน.ชั่วคราว ขยายเวลาทำงานอีกไม่เกิน 30 วัน ให้กมธ.ยกร่างฯ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมร่วมคณะรัฐมนตรี(ครม.)กับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ว่า ที่ประชุมร่วมมีมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว) 2557 โดยใช้อำนาจตามมาตรา46ไปแก้ไขมาตรา 36 และ 38 ที่กำหนดล็อกเรื่องเวลาเอาไว้ เพื่อเปิดทางให้มีการลงประชามติ โดยสาระสำคัญที่จะระบุไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว2557 คือ ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557เพื่อเปิดทางให้ลงประชามติได้ในอนาคตโดยไม่เป็นอุปสรรคและจัดให้ลงประชามติได้โดยเร็ว โดยครม.และคสช.จะร่วมเป็นผู้เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญภายในเดือน มิ.ย.นี้ จากนั้นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สปช.)จะใช้เวลาพิจารณาภายใน 15 วัน  

จากนั้นนำขึ้นทูลเกล้าฯลงพระปรมาภิไธยเพื่อประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว นอกจากนั้นในร่างแก้ไขจะระบุไว้ว่าให้ใครเป็นผู้ตัดสินใจอีกครั้งว่าจะทำประชามติหรือไม่ ซึ่งคนที่ตัดสินใจจะทำอาจเป็นได้ทั้งครม.หรือสปช.หรือองค์ใดก็ได้แต่เร็วเกินไปที่จะพูดวันนี้ เพราะต้องรอดูการลงมติของสปช.ในวันที่ 6 ส.ค.นี้ก่อน ถ้าสปช.เห็นชอบก็มีกลไกรองรับให้ทำประชามติก็ทำได้อยู่แล้ว หากทำประชามติจะให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)เป็นผู้จัดการเรื่องการลงประชามติ โดยสามารถนำพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการลงประชามติ 2552 มาใช้ได้และส่วนใดที่ปฎิบัติตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญไม่ได้ กกต.สามารถออกระเบียบต่างๆเพื่อให้การลงประชามติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย บริสุทธิ์ ยุติธรรม สำหรับการออกเสียงประชามติ ต้องใช้เวลาสร้างความเข้าใจให้ประชาชนรับรู้ถึงจุดอ่อนจุดแข็งของการลงประชามติ และควรรับหรือไม่รับ ต้องดำเนินการจัดพิมพ์รัฐธรรมนูญเพื่อแจกจ่ายให้ผู้มีสิทธิ์ออกเสียง 47 ล้านคน หรืออย่างน้อย 80 เปอร์เซ็นต์ ทำความเข้าใจ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3เดือน และนับจากนั้นประมาณ 1 เดือน จึงกำหนดให้ออกเสียงประชามติ รวมเวลาตั้งแต่พิมพ์รัฐธรรมนูญแจกถึงการลงประชามติ จะใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือน 

นายวิษณุ กล่าวว่า ต้องชี้แจงว่าข้อเสนอที่ให้หัวหน้าคสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว สั่งให้ลงประชามตินั้นทำไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญชั่วคราวมีหลายมาตรากำหนดเรื่องเวลาเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญไว้ว่าคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญต้องร่างรัฐธรรมนูญ 2558 ให้เสร็จภายในกี่วัน จากนั้นเสนอสปช. ภายในกี่วัน ต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯภายในกี่วัน เป็นต้น ในเมื่อเวลาล็อกไว้ ปฎิทินเวลาจึงออกมาว่าต้องลงมติโหวตรับไม่รับภายในวันที่ 6 ส.ค.นี้ และวันที่ 4ก.ย.นี้เป็นวันสุดท้ายที่ต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯ ดังนั้นหากมีการลงประชามติ กำหนดวันดังกล่าวก็ไม่สามารถทำได้เพราะต้องไปลงประชามติก่อน ซึ่งมาตรา 44 จะไปรื้อเวลาที่ล็อกไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกันนี้ไม่ได้ เพราะจะกระทบกับรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่เป็นต้นกำเนิดของมาตรา 44 ทั้งหมด การเสนอแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวเสียก่อนที่จะจัดลงประชามติ จึงเป็นหนทางเดียวเท่านั้น

นายวิษณุ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม การที่กมธ.ยกร่างฯจะพิจารณาสิ่งที่มีคนเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2558 จำนวนมากทั้งครม.สปช.และต้องมีผู้มาชี้แจงจำนวนมาก โดยที่เราให้เวลาเขาทำงาน 60 วัน เราจึงไม่อยากให้กมธ.ยกร่างฯ ถูกบีบบังคับด้วยกรอบเวลาและคนที่มาชี้แจงจำนวนมาก เพราะเหลือเวลาที่จะแก้ไข รื้อหรือตัดบางมาตราที่อาจดูง่าย เช่น เรื่องกลุ่มการเมือง แต่บางครั้งไปผูกกับมาตราต่างๆ 20-30 มาตรา จึงให้แก้ไขเรื่องเวลาทำงานโดย ขยายเวลาทำงานจากเดิม 60 วัน เพิ่มเป็นไม่เกิน 30 วัน รวมเป็น 90 วัน

“โดยสรุปการทำประชามติ ต้องผ่านด่านแรกก่อนคือแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว ด่านที่สองคือจะตัดสินใจลงประชามติหรือไม่ ที่ผ่านมาไม่ใช่อุบหรือแทงกั๊กเอาไว้ เพราะตัดสินใจตอนนี้ไม่ได้ เวลา 60-90 วัน ที่ให้กมธ.ยกร่างฯ ไปแก้ไขนั้น เขาอาจจะแก้ไขแล้วสมมติว่าสังคมเกิดพอใจตามที่อยากได้แล้วต้องการให้ประกาศใช้ ก็ไม่ต้องพูดเรื่องลงประชามติ ถ้าเราไปบีบบังคับว่าต้องลงประชามติก็จะลำบาก ทำให้เวลาต้องยืดออกไป จึงรอตัดสินใจว่าประชาชนเห็นอย่างไร แต่เมื่อวันนี้ประชาชนอยากเห็นการลงประชามติ เราก็แก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวเปิดทางไว้ก่อน หากกมธ.ยกร่างฯ นำข้อเสนอไปแก้ไขแล้วปรากฎว่าหนักกว่าเดิม หรือเหมือนเดิมก็มาว่ากันว่าจะลงประชามติ เหมือนกับการไขกุญห้องที่ล็อกไว้ก่อน เมื่อไหร่ที่อยากจะเปิดประตูก็ผลักประตูหรือการลงประชามติไปได้” นายวิษณุ กล่าว