วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลุยขยายผล! ทหารยศ 'พลตรี' พันเครือข่ายค้าโรฮิงญา

ทหารงานเข้า! ชุดสืบสวนฯตร.ระนอง ลุยขยายผลค้ามนุษย์ ชี้ทหารยศ "พลตรี" พันเครือข่ายค้าโรฮิงญา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจขยายผลติดตามจับกุมเครือข่ายผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการนำพาชาวโรฮิงญาจากรัฐยะไข่ เดินทางไปยังประเทศที่สาม โดยใช้ไทยเป็นทางผ่านอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดสามารถออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องได้แล้ว 65 ราย โดยเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ต่อเนื่องวันที่ 14 พฤษาคมที่ผ่านมา พ.ต.อ.อดิษร ตันเพชรทองกุล รองผบก.ภ.จว.ระนอง, พ.ต.อ.อนุสรณ์ งามชื่น รองผบก.ภ.จว.ระนอง, พ.ต.อ.สุริยา รัตนกาญจนพันธ์ รองผบก.ภ.จว.ระนอง, พ.ต.อ.สมชาย อิ่มใจ ผกก.สภ.เมืองระนอง, พ.ต.อ.เสกสรร แก้วสว่าง ผกก.สภ.ละอุ่น จ.ระนอง, พร้อมกำลังนำหมายศาลจังหวัดระนอง เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 260 หมู่ 6 ต.บางริ้น อ.เมือง จ.ระนอง ซึ่งเป็นบ้านพักของเครือญาตินายวราคม โมฬี หรือ โกเนิน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนาทวี ที่ จ.209/58 พบหลักฐานใบโอนเงินจากบัญชีธนาคารของเครือญาตินายวราคม เข้าบัญชี ทหารยศ "พลตรี" รายหนึ่ง ซึ่งมีตำแหน่งรับผิดชอบอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งตำรวจได้ตรวจยึดไว้เพื่อเป็นหลักฐานส่วนหนึ่งในการตรวจสอบว่านายทหารรายนี้ เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบขนโรฮิงญารายนี้หรือไม่อย่างไร

ขณะที่ แนวทางการสืบสวนของตำรวจพบว่า นายทหารยศ "พลตรี" รายนี้ พัวพันกับการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้าไทยมานานหลายปี โดยในอดีตเคยรับตำแหน่งอยู่ในพื้นที่ จ.ชุมพร ก่อนจะโยกย้ายไปในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง มีความสนิทสนมกับเครือข่ายขนโรฮิงญาหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเอเย่นต์ที่ จ.ระนอง รวมถึงนายวราคม โมฬี ด้วย

ด้าน พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเนชั่น ว่า อยู่ระหว่างตรวจสอบเอกสารต่างๆ ที่พบภายในบ้านพักของญาติบุคคลที่ออกหมายจับในคดีความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ใน จ.ระนอง อย่างละเอียดเบื้องต้นพบเอกสารรายชื่อนายทหารคนหนึ่งที่ถูกระบุอยู่ในสมุดบัญชี แต่ยืนยันยังไม่พบหลักฐานการโอนเงิน จึงยังไม่สามารถระบุได้ว่านายทหารคนนี้เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์หรือไม่

“เอกสารที่พบเป็นแค่เพียงรายชื่อที่เครือข่ายนี้เขียนไว้ถึงนายทหารคนนี้เท่านั้น ไม่ใช่เป็นใบการโอนเงิน ซึ่งใครๆก็เขียนได้ แต่อย่างไรก็ตามจะต้องตรวจสอบที่มาที่ไปว่านายทหารคนนี้เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญาหรือไม่ รวมถึงจะต้องตรวจสอบไปที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 เจ้าของพื้นที่ก่อน” โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าว


พล.ต.ท. ประวุฒิ กล่าวอีกว่า ถ้าตรวจสอบแล้วพบว่านายทหารคนนี้เข้ามาเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดจริง ก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ทางต้นสังกัดก็คงจะเรียกมาพูดคุย ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นด้วย