นักวิชาการ ชี้ไม่ควรใช้ม.44พักราชการ 45 คน ควรให้เป็นไปตามขั้นตอนการสอบสวนของราชการ
นายชำนาญ จันทร์เรือง นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน และประธานองค์การนิรโทษกรรมสากล ประเทศไทย กล่าวว่าหลังจากมีคำสั่งพักราชการข้าราชการจำนวน 45 คน ซึ่งแบ่งเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่กลุ่มที่ 1 ข้าราชการ และ กลุ่มที่ 2 หน่วยงานอื่นของรัฐ ให้ระงับการปฏิบัติราชการในตำแหน่งเดิมเป็นการชั่วคราวและไปปฏิบัติราชการในตำแหน่งประจำสำนักงานปลัดกระทรวงในกระทรวงที่สังกัดโดยไม่ขาดจากอัตราเงินเดือนทางสังกัดเดิมและให้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่รัฐมนตรีเจ้าสังกัดมอบหมาย ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจะมีคำสั่งให้ผู้นั้นไปปฏิบัติหน้าที่ในส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นของรัฐเป็นการชั่วคราวก็ได้ นายกรัฐมนตรีอาจมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงคำสั่งข้อนี้ได้ตามที่เห็นสมควร
กลุ่มที่ 3 นายกและรองนายกองค์การบริหารส่วนตําบล และ กลุ่มที่ 4 นายกเทศมนตรี ให้ระงับการปฏิบัติราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดำรงตำแหน่งอยู่เป็นการชั่วคราวโดยไม่ได้รับค่าตอบแทนจนกว่านายกรัฐมนตรีจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
กลุ่มที่ 5 ปลัดและรองปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ไปช่วยราชการที่ศาลากลางจังหวัดที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นตั้งอยู่หรือสถานที่ราชการอื่นตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดกำหนดแต่ต้องมิใช่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่ โดยไม่ต้องมีคำร้องขอ และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายเป็นผู้บังคับบัญชามีอำนาจมอบหมายให้ผู้นั้นปฏิบัติงานตามความเหมาะสม จนกว่านายกรัฐมนตรีจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
การประกาศพักราชการในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงปัญหาด้านการบริหารบุคคลของราชการว่าด้วยการให้ความดีความชอบและการลงโทษ ซึ่งการประกาศพักราชการในครั้งนี้อยู่ในส่วนของการลงโทษตามระบบของราชการ ซึ่งที่ผ่านมาแต่ละหน่วยงานทราบเรื่องการทุจริตแต่ไม่สามารถดำเนินการได้ จึงต้องพึ่งมาตรการ 44 เพื่อบังคับใช้ หากมองในแง่ของระบบกฎหมายแล้ว การใช้มาตรา 44 มาบังคับใช้ ทำให้เสียระบบการบริการบุคลากรของราชการทั้งหมด แต่หากมองในด้านความถูกใจของประชาชนโดยทั่วไปจะมองว่าเป็นเรื่องที่เหมาะที่ควรเนื่องจากข้าราชการดังกล่าวอาจจะมีความผิดประพฤติตัวไม่เหมาะสมจริง แต่ประเด็นคือจะแน่ใจได้อย่างไรว่า ทั้ง 45 คนที่ถูกให้พักราชการจะมีความผิดตามที่ระบุไว้จริง ทั้งนี้ได้ระบุไว้ว่าหากตรวจสอบแล้วไม่มีความผิดสามารถที่จะกลับมาทำหน้าที่ตามเดิมได้ แต่ชื่อเสียง เกียรติยศได้เสียไปแล้วจากการถูกสั่งให้พักราชการ ได้ถูกสังคมตัดสินไปแล้วว่ามีความผิด
จากกรณีดังกล่าวนี้ แทนที่รัฐบาลจะใช้มาตร 44 มาบังคับใช้ น่าจะให้กรรมการที่ทำการสอบสวนข้อร้องเรียน หรือกรรมการที่สอบสวนทางวินัยของราชการ ปฏิบัติงานก่อน หากมีความล่าช้า เตะถ่วง หรือทำการสอบสวนแบบไม่มีประสิทธิภาพ อาจจะเปลี่ยนตัวคณะกรรมการสอบสวน หรือเร่งรัดให้มีการสอบสวนให้เร็วขึ้น หรือคาดโทษหากยังไม่มีการสอบสวนข้อร้องเรียนให้ออกมา แต่ที่ผ่านมาระบบมีการเอื้อประโยชน์ต่อกันในระบบราชการ ทำให้การสอบสวนบางครั้งไม่คืบหน้า แต่ที่ผ่านมายังไม่ได้มีการเร่งรัดหรือกระตุ้นให้คณะกรรมการสอบสวนดำเนินการตามขั้นตอนของระบบราชการเลย แต่นำมาตรา 44 มาบังคับใช้ทันที ทั้งนี้เชื่อว่า ทั้ง 45 รายที่ถูกพักราชการอาจจะไม่ได้มีความผิดทั้งหมด อาจจะมีการกลั่นแกล้งกันเกิดขึ้นได้ ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับการสอบสวนหลังจากนี้อีกครั้ง
คำสั่งพักราชการ 45 ราย ดังกล่าวนี้ จะเป็นกลุ่มแรกที่ คสช. ดำเนินการก่อน และเชื่อว่าจะมีคำสั่งออกมาพักราชการเพิ่มเติมอีกอย่างแน่นอน ประกอบกับเมื่อมีข้าราชการคนใดคนหนึ่งถูกสั่งพักราชการ และมีการสอบสวนเกิดขึ้น อาจจะมีการซัดทอดขยายผลไปยังบุคคลอื่นเพิ่มเติมได้ จึงเชื่อว่าจะต้องมีการประกาศพักราชการเพิ่มเติมอย่างแน่นอน นอกจากนั้นผู้ที่ได้รับคำสั่งพักราชการตามมาตรา 44 ไม่มีโอกาสที่จะใช้อำนาจทางกระบวนการยุติธรรมได้ จึงไม่สามารถที่จะฟ้องร้องต่อศาลปกครองเพื่อชะลอคำสั่งได้เลย คำสั่งจะมีผลทันทีที่ราชกิจจานุเบกษาประกาศออกมา





