“นพ.วรงค์” หนุน “ระบบโอเพ่นลิสต์”ทำให้ “ส.ส.ปาตี้ลิสต์” ลงพื้นที่พบปชช. เสนอเลือกได้มากกว่า 1 คน ทำให้พรรคการเมืองไร้ความขัดแย้ง
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีหลายคนออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย กับระบบการเลือกตั้งแบบโอเพ่นลิสต์ว่า ส่วนตัวขอยกมือสนับสนุนเพราะเห็นว่าการจัดลำดับมาจากประชาชน ใครได้คะแนนมากก็จะได้ลำดับต้นๆและมีโอกาสได้เป็นส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ไม่ใช่พรรคเป็นผู้จัด จะทำให้ผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ทุกคนต้องลงไปพบปะประชาชน ใกล้ชิดประชาชนเพื่อให้ประชาชนรู้จัก และซึ่งการให้การผู้สมัครแค่หนึ่งคนเพื่อนำคะแนนมาจัดลำดับนั้นน้อยเกินไป ทำให้เกิดความขัดแย้งกันได้
ที่สำคัญแต่ละคนก็จะพบปะประชาชนแค่จังหวัดตนเอง ไม่ข้ามไปจังหวัดอื่น เพราะในความเป็นจริงสส.ปาร์ตี้ลิสต์ภาคมีมากถึง 33คน ควรจะเป็นตัวแทนของคนทั้งภาค ดังนั้น ตนจึงขอเสนอว่าควรเพิ่มโอกาสให้ประชาชนกาได้มากกว่าหนึ่งชื่อ อาจกาได้ 3 คน ระบบนี้จะสมบูรณ์ ความขัดแย้งในพรรคจะไม่มี ถ้ากาแค่ชื่อเดียวนอกจากผู้สมัครจะขัดแย้งกันเองแล้ว สุดท้ายจะได้ปาร์ตี้ลิสต์ที่เป็นตัวแทนจังหวัดไม่ใช่ของภาค
“ระบบส.ส.บัญชีรายชื่อแบบเก่า ทำให้ทุกคนห่างจังหวัด เพราะไม่ได้ลงพื้นที่ จะมีแต่คนที่เป็นประเภทรับใช้นายอย่างเดียวจะไม่รู้เรื่องประชาชนเลย จะวิ่งไปหาผู้มีอำนาจ เพื่อให้ตัวเองอยู่ในอันดับต้นๆ จะเห็นได้ว่าใครที่อยู่ใน 10 อันดับแรกของพรรคใหญ่ลอยลำ ไม่ต้องลงพื้นที่หาเสียง ผมว่าการเป็นนักการเมืองต้องพบประชาชน จะได้เห็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงๆ เพราะที่ผ่านมาไม่มีการลงพื้นที่ไปพบปะประชาชน จึงไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างจริงจัง ถ้าใช้ระบบโอเพ่นลิสต์เชื่อว่าคุณภาพนักการเมืองจะดีขึ้น” นพ.วรงค์ กล่าว
นพ.วรงค์ กล่าวว่า เชื่อว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ใช่ฉบับสุดท้าย ซึ่งหากมีรัฐบาลใหม่ก็อาจต้องมีการแก้ไขอีก เพราะกติกาอาจต้องมีการปรับตาม เพราะบ้านเมืองเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยนหลังจากเราใช้ไป 5-10 ปี แต่เจตนารมณ์ในการแก้นั้นต้องแก้เพื่อประโยชน์ของประเทศ





