กมธ.ยกร่างรธน. ส่งหนังสือถึง “ประยุทธ์” วันนี้ ขอให้ทำประชามติรธน.ใหม่พร้อมยก5เหตุผลประกอบ
พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ที่ปรึกษาและโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงภายหลังการประชุมกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญวาระพิเศษ ว่าที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ส่งหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ภายในวันที่ 13 พ.ค.นี้ เพื่อขอให้มีการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พร้อมเหตุผล 5 ประการ ได้แก่ 1.ในทางทฤษฎีและทางกฎหมาย รัฐธรรมนูญถือเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ และให้การคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพของประชาชน สมควรให้ปวงชนชาวไทย ฐานะเจ้าของอำนาจสูงสุดได้พิจารณาให้ความเห็นชอบและให้รัฐธรรมนูญเป็นสัญญาประชาคม ซึ่งเป็นรากฐานของการปกครองประเทศอย่างแท้จริงและให้ปวงชนชาวไทยได้หวงแหนในรัฐธรรมนูญด้วย, 2. ในทางรัฐศาสตร์ และทางการเมือง ถือว่าการมีส่วนร่วมของพลเมืองสำคัญ จึงควรให้พลเมืองลงมติให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ
3.รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ผ่านการทำประชามติโดยประชาชน ดังนั้นเมื่อรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ถูกยกเลิก ควรนำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้พลเมืองออกเสียงประชามติเช่นเดียวกัน ซึ่งประเด็นดังกล่าวถือเป็นความชอบธรรมของประชาชนด้วย 4.การออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญ เป็นโอกาสสำคัญที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะได้อธิบายที่มาและหลักการพื้นฐานในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งกำหนดไว้จำนวน 4 ภาค ให้ประชาชนเข้าใจในเนื้อหาสาระ และถือว่าจะเป็นประโยชน์ ต่อ ฝ่ายราชการ ฝ่ายนักการเมือง และประชาชนฐานะผู้ปฏิบัติตนภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ และ 5.ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ได้กำหนดให้มีบทการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีสาระว่าหากเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในหลักการสำคัญต้องให้พลเมืองผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงประชามติก่อนนำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมนั้นขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย ดังนั้นหากจัดให้มีการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญตั้งแต่เริ่มแรกจะเป็นการสอดคล้องกับทฤษฎีดังกล่าว
“สำหรับเงื่อนไข หรือขั้นตอนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 หรือเงื่อนไขการทำประชามติ นั้งคงไมยาก แต่หากผลประชามติออกมาว่าไม่รับหรือไม่ให้ความเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญนั้น จะดำเนินการอย่างไรนั้น กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญไม่ขอก้าวล่วงควรให้คสช. และคณะรัฐมนตรีเป็นผู้กำหนดจะดีกว่า ในเบื้องต้นทางกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเห็นว่ามีหลายทางเลือกซึ่งเคยปฏิบัติมาแล้ว เช่นหากไม่รับจะยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ หรือนำรัฐธรรมนูญปีก่อนๆ มาใช้เลย หรือนำเนื้อหามาปรับปรุงแก้ไข เป็นต้น” พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าว
พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวด้วยว่าการทำความเห็นของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญนั้นไม่ใช่เป็นการกดดัน หรือก้าวก่ายการตัดสินใจของ คสช. หรือครม. เพราะก่อนหน้านั้นพล.อ.ประยุทธ์ระบุว่าต้องการฟังความเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง อาทิ สปช., กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตามห้วงของการทำประชามตินั้น จะเกิดขึ้นหลังจากที่สปช.ลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญแล้ว ในวันที่ 6 ส.ค. นี้ ซึ่งจะเป็นขั้นตอนที่ครม.มีมติให้ทำประชามติ อย่างน้อยต้องดำเนินการภายใน 90 วันนับจากวันที่แจกร่างรัฐธรรมนูญให้กับประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมที่คสช. และครม. ต้องตัดสินใจแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่าเชื่อว่าในวันที่ 19 พ.ค. ที่ครม. และคสช. จะประชุมร่วมกันจะมีข้อยุติ จากนั้นจะส่งคำขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ตามมาตรา 46 ให้สนช. พิจารณาช่วงเดือนมิ.ย. นี้ และเมื่อสปช.ลงความเห็นเสร็จแล้วจะนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย ดังนั้นขั้นตอนดังกล่าวจะแล้วเสร็จประมาณเดือนก.ค.นี้ ส่วนจะกระทบกับโร้ดแม็พของคสช. ที่ต้องการให้มีการเลือกตั้งทั่วไป ภายในเดือนกุมภาพันธ์ นั้นเชื่อว่าไม่เป็นไร เพราะมีบางพรรคการเมืองบอกว่ารอได้ 8 เดือน - 1 ปี ดังนั้นหากรอกไปอีก 3-4 เดือนคงรอได้ เพราะไม่นานเกินรอ
ด้านนายคำนูณ กล่าวว่าข้อเสนอดังกล่าวเป็นไปในเชิงหลักการ จึงไม่ได้เสนอแนวทางหรือช่องทางการทำประชามติ ส่วนการตัดสินใจแก้รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 หรือไม่เป็นอำนาจของ คสช. และครม. ส่วนประเด็นที่หลายฝ่ายกังวลว่าหากเปิดให้ออกเสียงประชามติแล้วพรรคการเมืองจะรณรงค์ให้ประชาชนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนั้นส่วนตัวไม่กังวล เพราะเชื่อมั่นว่าร่างรัฐธรรมนูญที่ปรากฎเป็นร่างแรก ต้องใช้เวลามากกว่า 60 วันแก้ไข และปรับปรุง โดยกมธ. จากนั้นขั้นตอนก่อนลงประชามติมีเวลาทุกคนแสดงความเห็น ซึ่งมองเชิงบวกว่าเป็นการรณรงค์เพื่อเพิ่มพูนปัญญาให้กับประชาชนทั้งด้านบวก และด้านลบ ส่วนการตัดสินใจขึ้นอยู่กับประชาชนทุกคน ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายมองว่าหากสปช.รับร่างรัฐธรรมนูญแล้ว แต่ประชามติไม่ผ่านนั้นจะมีปัญหา ตนไม่ขอตอบเพราะเป็นกระบวนการที่คสช. และครม.ต้องพิจารณา
รายงานข่าวจากที่ประชุมกรรมาธิการยกร่างฯ แขจ้งว่าหนังสือที่นายบวรศักดิ์ ส่งถึง พล.อ.ประยุทธ์ ได้มีการเสนอว่าหากจะทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ฝ่ายรัฐบาลต้องเป็นผู้จัดพิมพ์เอกสารที่เกี่ยวกับตัวร่างรัฐธรรมนูญเพื่อแจกจ่ายให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งอย่างทั่วถึง ส่วนการจัดทำเวทีเรื่องการอธิบายรายละเอียดจะเป็นหน้าที่ของกรรมาธิการยกร่างฯ และหน้่วยงานที่เกี่ยวข้อง และขอความร่วมมือให้รัฐบาลอนุญาตให้ใช้สื่อรัฐบาลเพื่อดำเนินการอธิบายชี้แจงรายละเอียดให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึง





