วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยึดแล้ว75ล้าน เอี่ยวค้าโรฮิงญา

ปปง.แถลงยึดทรัพย์เครือข่ายผู้ต้องหาค้ามนุษย์โรฮิงญาเพิ่มอีก 36 ล้านบาท รวมทั้งยึดแล้ว 75 ล้านบาท

พบบัญชีของผู้เสียชีวิตแต่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายถูกทยอยถอนครั้งละแสนบาท ตำรวจเร่งประสานมาเลย์จับ “โกโต้ง” ศาลอนุมัติหมายจับเครือข่ายสงขลา-สตูลเพิ่มอีก 10 ราย ขณะที่ทหารสำรวจเขาใกล้จุดแรกพบอีก 5 แคมป์


ที่ กระทรวงยุติธรรม วานนี้ (12 พ.ค.) พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการธุรกรรม ปปง. มีมติยึดและอายัดทรัพย์ นายผดุงศักดิ์ บุญพินิจ กับพวกเพิ่มเติม ในความผิดฐานค้ามนุษย์ ในการขนถ่ายชาวโรฮิงญา โดยก่อนหน้านี้ ปปง.ได้ยึดและอายัดทรัพย์เป็นบัญชีเงินฝากไว้แล้ว 121 รายการ มูลค่า 32 ล้านบาท ล่าสุดได้มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์อีก 2 ครั้ง หลังตรวจสอบพบธุรกรรมเพิ่มเติมของเครือข่ายเป็นบัญชีเงินฝาก 16 รายการ มูลค่า 7 ล้านบาท และอีก 53 รายการ มูลค่า 36 ล้านบาท รวมทรัพย์สินที่ยึดและอายัดได้จากเครือข่ายนายผดุงศักดิ์เป็นมูลค่าประมาณ 75 ล้านบาท


สำหรับทรัพย์ที่ยึดไว้ล่าสุด 53 รายการ ประกอบด้วย 1.บัญชีเงินฝากของ ร.ต.ต.นราทร สัมพันธ์ 3 รายการ 2.บัญชีเงินฝากของนายอรัญ หนูอินทร์ 2 รายการ 3.บัญชีเงินฝากของนายสุรีย์ สุขขาว 3 รายการ 4.บัญชีเงินฝากของนายธนาคาร โมฬี 1 รายการ 5.บัญชีเงินฝากของน.ส. เสาวลักษณ์ วิรุฬรักษ์สกุล 2 รายการ
6.บัญชีเงินฝากของนางจันทรา ปั้งซวด หรือเจ๊ง๊อ (เครือข่ายใหญ่ใน จ.ระนอง) 10 รายการ 7.บัญชีเงินฝาก น.ส.นัยนา ปั้งซวด 11 รายการ 8.บัญชีเงินฝากของนายถิระพล ชูคุปติวงศ์ 7 รายการ 9.บัญชีเงินฝากของนางจันทร์ตรี แซ่เตีย 2 รายการ 10.บัญชีเงินฝากของนายกวีวัฒน์ หนูอินทร์ 2 รายการ
11.บัญชีเงินฝากของนางดารา สัมพันธ์ 1 รายการ12.บัญชีเงินฝากของนายอนันต์ ปั้งซวด 3 รายการ 13.รถยนต์เมอซิเดสเบนซ์ 4 รายการ 14.รถยนต์ฮอนด้า 1 รายการ 15.เรือกลเดินทะเลชื่ออับบอเราะห์ และ 16.เรือกลประมงทะเลลึกชื่อ หงห์ทอง 2000 สำหรับเครือข่ายค้าโรฮีนจากลุ่มอื่นๆ และข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์นั้น ปปง.อยู่ระหว่างตรวจสอบทรัพย์สิน


“ทรัพย์สินทั้งหมด เป็นทรัพย์ที่ตำรวจยังไม่ได้ยึดและอายัดไว้ ทั้งนี้ ปปง.อยู่ระหว่างเร่งติดตามทรัพย์สินที่เชื่อว่า เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด หลังพบว่าผู้เกี่ยวข้องเริ่มทยอยถอนเงินออกจากบัญชี โดยเฉพาะบัญชีของเจ๊ง๊อ ซึ่งเสียชีวิตไปแล้วหลายปี แต่ตั้งแต่เวลา 10.30 น.ของวันที่ 11 พ.ค. กลับมีการทยอยถอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็มครั้งละ 100,000 บาท"


เบื้องต้นทราบว่า ลูกสาวของเจ๊ง๊อเป็นผู้ใช้เงินในบัญชี และไม่ยอมแจ้งปิดบัญชีหลังการเสียชีวิตของเจ๊ง๊อ ซึ่ง ปปง.จะเรียกธนาคารมาชี้แจงต่อไป


สำหรับรถยนต์เบนซ์ 4 คัน ที่ถูกอายัดไว้เป็นทรัพย์ของนักการเมืองท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายนายผดุงศักดิ์ โดยเจ้าของทรัพย์สินสามารถนำหลักฐานเข้าชี้แจงทรัพย์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในคดีค้ามนุษย์ได้ภายใน 90 วัน


ประสานมาเลย์ตามจับผู้ต้องหา
ด้านความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวน พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าววานนี้ (12 พ.ค.) ว่า ในการดำเนินคดีตามจับกุมผู้ต้องหาที่หลบหนีไปต่างประเทศนั้น ได้ประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศในขั้นตอนของกระบวนการ เราจะแจ้งให้ทางประเทศมาเลเซียทราบ ซึ่งจะมีการประชุมร่วมกับ ผบ.ตร. ในวันที่ 11-13 พ.ค.ที่ จ.ภูเก็ต


ส่วนตัวเลขของผู้อพยพที่เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือขณะนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 276 คน แยกเป็นผู้หลบหนีเข้าเมือง 213 คนและตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ 63 คน และในจำนวนผู้อพยพพบว่ามี 4 คนที่ทำหน้าที่เป็นผู้คุม


ส่วนผลการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 15 แห่งในพื้นที่จ.สตูล ของนายปัจจุบัน อังโชติพันธ์ุ หรือ โกโต้ง อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล ผู้ต้องหาในคดี และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องนั้น เจ้าหน้าที่ได้ยึดรถยนต์ 2 คัน ปืน 2 กระบอก กระสุน 17 นัด แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ที่ประมูลได้ 3 แผ่น รถเบนซ์ 3 คัน รถจักรยานยนต์ โรงแรม 28 ห้อง 1 แห่ง เรือสปีดโบ๊ต 1 ลำ และเรือประมงดัดแปลง 1 ลำ นอกจากนี้ ปปง.กำลังตรวจสอบที่ดินในจ.สตูลอีกหลายแปลง


สำรวจเกาะส่วนตัวโกโต้ง
วันเดียวกัน นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นำคณะเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ หลุมศพจำนวน 19 หลุมบนเกาะแรดใหญ่ หรือ เกาะปอออ หมู่ 2 ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล ซึ่งเป็นเกาะส่วนตัวของนายปัจจุบัน อังโชติพันธ์ุ หรือ โกโต้ง อดีตนายกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล เนื้อที่ประมาณ 300 ไร่ พบว่ามีการเลี้ยงกวาง แพะ และวัว


จากการสำรวจพบร่องรอยฝังศพ จำนวน 19 หลุมจึงเชิญกำนัน ผู้ใหญ่บ้านมาซักถามถึงประวัติการเสียชีวิตคนในตระกูลอังโชติพันธ์ุ ตามที่มีการกล่าวอ้างว่า เป็นหลุมของบรรพบุรุษ ในเวลาต่อมาได้มีญาติและพยานมายืนยันชี้ศพ


ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กล่าวว่า เกาะแห่งนี้มีโฉนดที่ดินและเอกสารสิทธิ์ยืนยันว่า มีเจ้าของแต่ไม่มีทะเบียนราษฎร์ เนื่องจากยังไม่มีการสร้างบ้านเรือนในพื้นที่ อย่างไรก็ตามจะนำสำเนาโฉนดและเอกสารสิทธิไปตรวจสอบว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่


พบอีกแคมป์ใหญ่บนเขาแก้ว
พ.อ.จตุพร กลัมพสุต ตัวแทนแม่ทัพภาคที่ 4 นำกำลัง ทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและ ทหาร ชุดเฉพาะกิจ (ฉก.) อโนทัย พร้อมสุนัขดมกลิ่น เข้าตรวจสอบแคมป์โรฮิงญาบนเทือกเขาแก้ว ต.ปาดังเบซาร์ ห่างจากแคมป์แรกที่พบเมื่อวันที่ 1 พ.ค. ประมาณ 3 กิโลเมตร เนื้อที่ 3 ไร่
ตรวจสอบแล้วคาดว่าแคมป์แห่งนี้ควบคุมคนได้ ประมาณ 500-1,000 คน มีการแบ่งพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วนชัดเจน เช่นโรงนอน 20 หลัง คอกกัก และห้องน้ำที่เป็นแถวยาว รวมถึงเสื้อผ้าผู้ใหญ่และเด็ก อาหารประเภทบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป สันนิษฐานว่า เป็นแคมป์ที่ตั้งนานแล้ว และยังมีการขยายพื้นที่และต่อเติม
นอกจากนี้จากการขึ้นเฮลิคอปเตอร์สำรวจยังพบแคมป์โรฮิงญาใหม่อีก 4 แห่งกระจายอยู่ตามพื้นที่สันเขาแต่ไม่พบชาวโรฮิงญา


นายกฯลั่นจัดการอิทธิพลในพื้นที่
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในที่ประชุม ครม.ว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องต้องถูกดำเนินคดีทั้งทางอาญาและทางวินัย
นอกจากนี้ยังให้ทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ ตรวจสอบพื้นที่ของตัวเอง โดยต้องไม่มีเรื่องเหล่านี้อยู่ในพื้นที่ของตัวเอง และให้ทุกจังหวัดสามารถนำนโยบายของรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติอย่างถูกต้อง
หากจังหวัดใดมีผู้มีอิทธิพล หรือ ข้าราชการ เข้าไปเกี่ยวข้องให้รายงานกรมการปกครองแล้วส่วนกลางจะเข้าไปดูแล หากตรวจพบเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือย้ายออกจากพื้นที่ทันที และขอให้ทุกเรื่องต้องมีความคืบหน้ารายงานต่อสาธารณชนได้


เลขาฯสมช.เมินตั้งศูนย์พักพิง
ด้าน นายอนุสิษฐ คุณากร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงข้อเสนอของ ผบ.ตร.ในการตั้งศูนย์พักพิงเพื่อดูแลชาวโรฮิงญาว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้เป็นปัญหาที่หลายประเทศต้องแก้ไขร่วมกัน ไม่ใช่เป็นภาระของประเทศไทย โดยเฉพาะประเทศต้นทางและปลายทาง รวมถึงสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่ต้องร่วมกันแก้ปัญหาเรื่องนี้
“ประเด็น อยู่ที่จะทำอย่างไรให้ประเทศต้นทางอย่างพม่า ให้การยอมรับชาวโรฮิงญาในรัฐยะไข่” เลขาฯ สมช.กล่าว


นายอนุสิษฐ ยืนยันว่า ที่ผ่านมาไทยดูแลผู้หนีภัยจากการสู้รบอยู่ในระดับดีมาโดยตลอด แต่กรณีโรฮิงญาเป็นการหลบหนีเข้าเมืองที่ใช้ไทยเป็นเส้นทางผ่าน ไม่มีความจำเป็นต้องตั้งศูนย์พักพิง แต่เป็นลักษณะการให้ความช่วยเหลือตามหลักสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรม หากตั้งศูนย์อาจนำมาสู่ปัญหาความมั่นคงในอนาคต
ไอโอเอ็มร้องอาเซียนช่วยผู้อพยพ


องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (ไอโอเอ็ม) เรียกร้องให้รัฐบาลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกันหาทางช่วยเหลือผู้อพยพหลายพันคน ซึ่งเชื่อว่ากำลังลอยเคว้งอยู่กลางทะเลและเสี่ยงที่จะเสียชีวิต หากเจ้าหน้าที่หาคนเหล่านี้ไม่พบในเร็วๆ นี้


บรรดานักเคลื่อนไหวหวั่นเกรงว่าอาจมีผู้อพยพมากถึง 8,000 คนจากบังกลาเทศและพม่า ซึ่งมีชาวโรฮิงญารวมอยู่ด้วยจำนวนมาก กำลังลอยเคว้งอยู่บนเรือกลางทะเลขณะที่เสบียงอาหารก็ลดลงเรื่อยๆ หลังจากรัฐบาลไทยปราบปรามเส้นทางการค้ามนุษย์อย่างหนัก โดยช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีผู้อพยพได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่หรือว่ายเข้าฝั่งมาเลเซียและอินโดนีเซียรวมเกือบ 2,000 คน


ด้านนายมานาฮัน ไซโมรังกีร์ โฆษกกองทัพเรืออินโดนีเซีย กล่าวว่ากองทัพเรืออินโดนีเซียได้ลากเรือลำหนึ่งที่เข้าไปใกล้จังหวัดอาเจะห์และบรรทุกผู้อพยพประมาณ 400 คน ออกไปสู่น่านน้ำสากลพร้อมให้เชื้อเพลิง อาหาร และน้ำไปด้วย


นายไซโมรังกีร์กล่าวว่าไม่ได้บังคับให้คนเหล่านี้ไปมาเลเซียหรือออสเตรเลีย เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่ธุระของอินโดนีเซีย ธุระของอินโดนีเซียคือคนเหล่านี้ไม่ได้เข้ามาในประเทศเพราะอินโดนีเซียไม่ได้เป็นจุดหมายปลายทางและคนเหล่านี้ก็ไม่ได้ดูเหมือนตกอยู่ในอันตราย


ส่วนบังคลาเทศได้ปราบปรามแก๊งค้ามนุษย์ที่ส่งคนหลายพันมายังเอเชียตะวันออกอย่างผิดกฎหมายทางทะเล โดยสมาชิกแก๊งค้ามนุษย์อย่างน้อย 5 คนเสียชีวิตในการยิงปะทะกับตำรวจสัปดาห์นี้ที่ย่านคอกซ์บาซาร์ อันเป็นจุดหลักในการลำเลียงผู้อพยพ


ศาลอนุมัติหมายจับเพิ่มอีก10
ต่อมามีรายงานว่า ศาลจังหวัดนาทวีได้อนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษยชาวโรฮิงญาทั้งใน จ.สงขลา และจ.สตูล เพิ่มอีก 10 คน จากเดิมที่ออกหมายจับไปแล้ว 51 คน รวมผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับทั้งสิ้น 61 คน ควบคุมตัวได้แล้ว 19 คน เหลือที่ยังหลบหนีและเจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามจับกุมอีก 42 คน ทั้งนี้มีรายงานว่านายปัจจุบันได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวกับตำรวจแล้ว