รองผบ.ตร.ระบุนายกฯเมืองปาดังฯตัวการใหญ่ค้าโรฮินญามอบตัวแล้ว ขณะที่นายกฯลั่นเอาผิดเจ้าหน้าที่เอี่ยวคดีโรฮิงญา
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ-พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจา ในพื้นที่ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดาจ.สงขลา ว่า นายบรรณจง ปองผล หรือ โกจง นายกเทศมนตรีเมืองปาดังเบซาร์ ซึ่งถือเป็นตัวการใหญ่และอยู่เบื้องหลังขณะนี้ได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว และอยู่ระหว่างการสอบปากคำ ส่วน นายสุพจน์ หมื่นซิ่ว ผู้ต้องหาที่ถือเป็นกุญแจสำคัญเชื่อมโยงข้อมูลการฆาตกรรมชาวโรฮินญา ในพื้นที่จังหวัดสตูล และจังหวัดสงขลา ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวได้แล้วและอยู่ระหว่างควบคุมตัวไปตรวจค้นบ้านพักเพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม เบื้องต้นพบระเบิดจำนวนหนึ่ง
พล.ต.อ.เอก กล่าวยืนยันว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดที่ถูกออกหมายจับจนถึงขณะนี้ ยังไม่พบว่ามีทหารเข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด แต่หากการสืบสวนสอบสวนพบบุคคลใดร่วมกระทำผิดจะดำเนินการทางกฎหมายทันที ส่วนเส้นทางการลักลอบขนเเรงงานชาวโรฮินญาเข้ามาในประเทศไทย ต้องยอมรับว่าก่อนหน้านี้ มีทั้งทางบกและทางน้ำ แต่ปัจจุบันเชื่อว่า มีทางน้ำเพียงอย่างเดียว และมีปลายทางอยู่ที่จังหวัดสงขลา ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการทำงานร่วมกันภายใต้ยุทธการ ปิดปลายทาง รวมทั้งเพิ่มมาตรการเชิงรุกในการป้องกันแนวชายฝั่งทะเลอันดามันเพื่อป้องกันการย้ายถิ่นฐานของแรงงานต่างด้าวแบบยั่งยืน
นายกฯลั่นเอาผิดเจ้าหน้าที่เอี่ยวคดีโรฮิงญา
ด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาชาวโรฮิงญาว่า การแก้ไขปัญหาในระยะยาวและสั้นเป็นเรื่องเดียวกัน แต่ต้องทำให้เข้มแข็งทั้งต้นทางถึงปลายทาง เราแก้ในประเทศอย่างเดียวไม่ได้ ต้องแก้ไขจากต้นทางคือประเทศพม่าและบังคลาเทศด้วย ส่วนกระบวนการยุติธรรมที่ใช้ในการลงโทษผู้ที่เป็นนายหน้านั้นเป็นไปตามกฏหมายอาญา วันนี้เราจริงจัง ซึ่งที่ผ่านมานั้นมีการจับกุมได้แล้วก็ปล่อยไป เพราะไม่มีความจริงจัง อย่างไรก็ตาม ที่มีการสั่งการให้ดำเนินการภายใน 10 วันนั้นคือต้องคลี่คลายให้ได้ โดยต้องเร่งดำเนินการว่าอยู่ในพื้นที่ใดอย่างไร แต่ไม่ใช่ว่า 10 วันเสร็จ เพราะปัญหานี้เกิดมานานแล้ว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ชาวโรฮิงญาที่เข้ามาในประเทศไทยมีทั้ง เข้ามาแล้วผ่านไป โดยเลาะทะเลมาแล้วไปสู่ประเทศที่ 3 ซึ่งนายหน้าหาประโยชน์ให้เข้ามาในประเทศไทย มีทั้งคนชั่วและเจ้าหน้าที่ที่ไม่ดี ถ้าไม่มีเจ้าหน้าช่วยก็ทำไม่ได้ ต้องไปดำเนินการให้ได้ โดยวันนี้ ทั้งตำรวจ ทหาร และฝ่ายความมั่นคงได้ช่วยกันดี สิ่งที่ประเทศไทยต้องการคือการบูรณาการ การทำงานที่จริงจังและต่อเนื่อง รัฐบาลมีหน้าที่เอาใจใส่กวดขันทุกเรื่อง เพราะเป็นเรื่องของประเทศ ไม่ได้เลือกทำ ตนบอกแล้วว่าจะทำทุกเรื่อง เมื่อรัฐบาลใหม่เข้ามาก็แก้ให้ได้ก็แล้วกัน
เมื่อถามว่าตำรวจและทหารที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้จะดำเนินการอย่างนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบอย่างฉุนเฉียวว่า “โถ่เอ้ย มาถามแบบนี้ทำไมวะ ถามให้มีเรื่องนี่หว่า สำหรับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเราก็จะลงโทษ เป็นผู้บังคับบัญชาคนไม่ลงโทษคนได้ยังไงวะ ถ้ารู้ก็ลงโทษหมดแหละ”
เมื่อถามต่อว่า มีทหารเข้าไปเกี่ยวข้องมากหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเสียงดังว่า ไม่รู้ เขากำลังสอบอยู่
เมื่อถามว่าที่เคยบอกว่าต่างประเทศให้ความเชื่อมั่นตัวนายกฯ คิดว่าตรงนี้จะทำให้มีแนวโน้มที่ดีในการแก้ไขปัญหาเรื่องค้ามนุษย์ด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ปัญหาเกิดมานานแล้ว และจะแก้ไขได้ภายใน 6 เดือนหรือไม่ ตนจะแก้ไขไปเรื่อยๆ แต่ไม่ได้บอกว่าจะให้ทันภายใน 6 เดือน รู้หรือไม่ว่ามีกี่ประเทศที่โดน แล้วเขาแก้กันมา 6 เดือนแล้วได้หรือไม่ เขาไม่ให้หรอก ต้องดัดนิสัยเสียบ้าง
เมื่อถามว่ามีการเตรียมความพร้อมอย่างไร เนื่องจากในสัปดาห์หน้า จะมีทั้งอียูและไอยูยูมา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ที่มีการจับกุมและประชุมกันอยู่ทุกวันนี่ไง ซึ่งฝ่ายความมั่นคงกำลังประชุมอยู่ เมื่อวานนี้(6 พ.ค.) ก็มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการทางทะเลของทหารเรือไปแล้ว โดยตนใช้มาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญไปแล้ว เมื่อก่อนทุกกระทรวงแยกกันทำและรัฐบาลก็ปล่อยให้ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองตามกฎหมายของตัวเอง ไม่ได้บูรณาการสั่งการกันแบบนี้
เมื่อถามว่า ได้ตั้งข้อสังเกตหรือไม่ว่าที่มีการพบหลุมศพชาวโรฮิงญาที่ อ.สะเดา จ.สงขลา ในช่วงนี้ เพราะต้องการดิสเครดิสรัฐบาลหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่รู้ จะไปรู้ได้อย่างไร เพราะรัฐบาลจริงจังเจ้าหน้าที่ลงไปดูชาวบ้านก็เกิดความไว้ใจมากขึ้น ไปดูสิ เพราะเรื่องทั้งหมด ประชาชนเป็นคนมาบอกทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีเสียงตอบรับอะไรมาจากทางประเทศมาเลเซีย แต่เราได้ร่วมมือกันและจะมีการนัดประชุมแก้ไขปัญหา รวมถึงประเทศพม่าภายในสิ้นเดือนนี้ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศกำลังจัดรูปแบบอยู่ โดยกระทรวงการต่างประเทศจะเป็นผู้ดำเนินการ โดยที่ตนไม่ต้องนั่งหัวโต๊ะเอง ซึ่งภาพใหญ่ของทุกรัฐบาลต้องมีเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว และได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานมาบูรณาการกัน และเมื่อประชุมร่วมกันระหว่างประเทศก็จะมีคณะทำงานร่วม โดยเป็นเรื่องของการต่างประเทศ ด้านความมั่นคง ซึ่งมีการพูดคุยในหลักการไปแล้ว แต่อยู่ที่จะทำเมื่อไหร่ก็เท่านั้น อย่างไรก็ตามขอให้มีการดูแลชาวโรฮิงญาตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งปัญหาการอพยพของชาวโรฮิงญาใครจะรับ เราจะรับหรือไม่ เพราะที่เราก็น้อยลง
เมื่อถามว่าในเมื่อส่งกลับไม่ได้แล้วจะทำอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ตอบไม่ได้ว่าจะทำอย่างไร ประเทศที่ 3 มีใครรับ พูดกันมากี่ปีแล้ว ศูนย์พักพิงพูดมากี่ปีแล้ว ทั้งนี้มีตัวเลขที่อพยพจากการรบทางชายแดนพม่าทั้งหมดประมาณ 1 แสนคน เป็นชาวโรฮิงญากว่า 1,000 คน ส่วนที่จับได้นั้น ตนตอบไม่ได้ ทั้งนี้ต้องไปดูว่าบังคลาเทศซึ่งเป็นประเทศที่ยากจน แห้งแล้ง มีศูนย์อพยพจำนวนมาก มีคนที่ออกมาทำงานบ้านเรา เมื่อทำไปทำมาก็เป็นกระบวนการที่ผิดกฎหมาย แต่อย่าไปโทษใคร เมื่อประเทศเราอยู่ตรงกลาง ต้องร่วมกันแก้ไขปัญหา ซึ่งประเทศปลายทางที่คาดว่าชาวโรฮิงญาจะเดินทางไปประเทศที่นับถือศาสนาเดียวกัน ซึ่งเขาไม่อยากจะรับเพราะคนเยอะอยู่แล้ว แต่ก็ต้องเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน เพราะให้เขามาอยู่บ้านเราก็ไม่ยอม เมื่อส่งเขาต่อไปที่ไหนไม่ได้ เราต้องส่งเขากลับไปยังต้นทางหรือปลายทางว่าจะรับหรือไม่ เรื่องนี้ต้องช่วยกัน





