'วิษณุ'แนะศาลรัฐธรรมนูญใช้หลักนิติธรรมนำกม.

"วิษณุ"เสนอแนะศาลรัฐธรรมนูญใช้หลักนิติธรรมนำกฏหมาย เชื่อเป็นทางออกของบ้านเมือง
สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจัดสัมมนาทางวิชาการเนื่องในวาระศาลรัฐธรรมนูญครบรอบ 17 ปี เรื่อง “การปฏิรูปประเทศ” โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง“หลักนิติธรรมกับการบริหารประเทศ” ตอนหนึ่งว่า ศาลรัฐธรรมนูญตั้งมา 17 ปี ถูกแซว ไม่ยอมรับ ถูกขับไล่ โดย 17 ปีที่ผ่านมาอาจเจ็บปวดรวดร้าวพอสมควร ตั้งแต่สถาปนาศาลรัฐธรรมนูญตกเป็นจำเลยไม่ใช่น้อย เพราะตุลาการบางคนถูกข่มขู่คุกคามขว้างปา ตุลาการหลายคนนอนไม่หลับ ต้องย้ายบ้านหนี บางครั้งมีคำวินิจฉัยแล้วมีผู้ออกมาประกาศไม่ยอมรับนับถือ อาจเป็นวิกฤติของศาลรัฐธรรมนูญแต่คงตัดไม่ได้ขายไม่ขาด เราก็เคยลองมาแล้วหลายรูปแบบกว่าจะตกผลึกเป็นศาลรัฐธรรมนูญทุกวันนี้ แม้จะเคยให้ศาลยุติธรรมหรือศาลฎีกาทำหน้าที่เหมือนศาลรัฐธรรมนูญก็ถูกวิจารณ์ยับเยิน
นายวิษณุ กล่าวว่า ระยะหนึ่งก็มีเสียงวิจารณ์ว่าเป็นศาลการเมือง ถูกแทรกแซงง่าย ไม่มีกลไกมารองรับที่ชัดเจน เผลอแป๊บเดียวก็ 17 ปี ต่อไปเป็นอย่างไรไม่ทราบ แต่ถ้าใครดูร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็ยังยอมรับสถาบันศาลรัฐธรรมนูญเช่นเดิม และคงถูกวิจารณ์เหมือนเดิม เมื่อใดที่มีการใช้อำนาจและไปกระทบกับคนเข้าก็ย่อมมีฝ่ายพอใจและไม่พอใจเป็นธรรมดา เจตนาคืออยากให้กำลังใจ แต่ท่านก็ต้องปรับปรุงต่อไป อย่างน้อยที่สุด คุณค่าสถาบันศาลรัฐธรรมนูญคือช่วยแก้ปัญหาทางกฎหมายเพื่อไม่ให้เกิดวิกฤติทางการเมืองหรือแก้วิกฤติการเมืองที่เกิดจากความไม่ชัดเจนในถ้อยคำของกฎหมาย
นายวิษณุ กล่าวต่อว่า รัฐธรรมนูญมีบทบัญญัติบังคับว่า ในการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม ตนเคยพูดทีี่เล่นทีี่จริงหลายทีว่า รัฐธรรมนูญสามร้อยมาตรายาวเกินไป แค่มีมาตราเรื่องหลักนิติธรรมไว้มาตราเดียวก็เหลือกิน ใช้ได้กับทุกเรื่อง เพียงแต่บ้านเราไม่ฝากผีฝากไข้มีการตีความอะไรเป็นหลักนิติธรรมและอะไรไม่เป็น ดังนั้นจึงต้องขยายความมาอีกหลายมาตรา เหมือนเป็นแม่น้ำที่แยกสายมาจากหลักนิติธรรม หลักนิติธรรมเกิดขึ้นโดยเหตุผลพิเศษ เดิมทีไม่มีคนคิดทุกหลักนี้ คิดแต่เพียงว่าประเทศต้องมีการปกครอง คนมีอำนาจเป็นผู้วางกติกา ผู้ปกครองมีอำนาจเหนือกว่ากติกา เพราะฉะนั้นเหนือฟ้าต้องมีฟ้าเพื่อคอยเหนี่ยวรั้งและตีกรอบ ไม่เช่นนั้นผู้ปกครองจะทำตามอำเภอใจประชาชนก็เดือนร้อน
นายวิษณุ กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่สำคัญคือเพื่อธำรงรักษาไว้ซึ่งหลักนิติธรรม หรือรูล ออฟ ลอว์ ซึ่งหลักนิติธรรมมีการนำมีใช้ทั้งในรัฐธรรมนูญปี 2550 และที่กำลังร่างอยู่ เชื่อว่าหากจะมีการแปรญัตติก็คงไม่มีการตัดคำนี้ออก ถือเป็นบทบังคับที่ยิ่งใหญ่ ครอบคลุมองค์กรทั้งหลายตามรัฐธรรมนูญ รวมทั้งหน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ เอกชน ต้องดำเนินการไปตามหลักนิติธรรม หลักนิติธรรมเป็นหลักที่เกิดขึ้นโดยเหตุผลพิเศษ เพื่อตีกรอบกำหนดไม่ให้ผู้ปกครองใช้อำนาจตามอำเภอใจ ไม่ให้อำนาจจนตาเริดจนเกินไป
นายวิษณุ กล่าวว่า หลักนิติธรรมคิดขึ้นมาเพื่อบีบอำนาจของผู้ปกครอง อันประกอบด้วย 1.ต้องใช้กฎหมายเป็นใหญ่เหนืออำเภอใจ 2.เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเสมอภาค 3.ยึดหลักการแบ่งแยกอำนาจ ตรวจสอบการใช้อำนาจ ป้องกันผลประโยชน์ 4.จะต้องยึดหลักนิติกระบวน หมายถึงการไม่ออกกฏหมายย้อนหลังเพื่อลงโทษทางอาญา 5.ต้องมีศาลที่เป็นกลาง มีอิสระ หลักนิติธรรมมีความจำเป็นผูกมัดกับทุกองค์กร
"หลักนิติธรรมต่อไปจะแสดงอิทธิฤทธิ์ กระจายอยู่หลายมาตราในรัฐธรรมนูญ ต่อไปทุกทุกองค์กรจะเผชิญหน้ากับการเอาหลักนิติธรรมมาใช้ เมื่อก่อนมีความเกรงกลัวความผิดครอบจักรวาลอย่าง มาตรา 157 แต่ต่อไปจะเจอความผิดครอบจักรวาลมากกว่าคือผิดตามหลักนิติธรรม อีกทั้งเชื่อว่าจากนี้การพิจารณาคดีขององค์กรศาล อาจเจอการตัดสินว่าจริงอยู่แม้การกระทำจะชอบด้วยกฎหมาย แต่ถือว่าขัดหลักนิติธรรม เชื่อว่าหลักนี้จะหาทางออกให้กับบ้านเมืองได้ แต่ก็เชื่อว่าอีกว่าหากทำเช่นนี้ศาลคงโดนด่า อย่างไรก็ตาม ในอดีต ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยว่าพ.ร.บ.ขายตรง ขัดหลักนิติธรรม เพราะเป็นกฎหมายที่เอาความผิดไปใส่ผู้ถูกกล่าวหาตั้งแต่ต้น แต่หลักนิติธรรมข้อหนึ่งระบุว่าให้ถือว่าบริสุทธิ์ก่อนแล้วค่อยตรวจสอบ จนกลายเป็นคลื่นกระทบฝั่งรุนแรง คณะกรรมการกฤษฎีกาเรียกประชุมเพราะเห็นว่าคำวินิจฉัยนี้กระทบกฎหมายกว่าร้อยฉบับ"นายวิษณุ กล่าว
รองนายกฯ กล่าวอีกว่า หลักนิติธรรมถือเป็นรากแก้ว แก้ไขทุกปัญหา ช่วยกำกับการออกกฎหมาย กำกับรัฐบาลในการบริหารประเทศให้เป็นไปตามหลักนิติธรรม รวมทั้งเป็นคู่มือช่วยศาลเวลาตีความหรือสร้างหลักกฎหมาย หากดำเนินการตามหลักนี้ได้ ลองคิดดูว่าสังคมไทยจะน่าอยู่เพียงไร







