วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บวรศักดิ์'ชี้รธน.ใหม่เปิดทางพลเมืองดูแลท้องถิ่น

"บวรศักดิ์"เสวนารธน.กับการกระจายอำนาจ ชี้รธน.ใหม่เปิดทางพลเมืองดูแลท้องถิ่น วัดใจ 6 ส.ค.ลุ้นสปช.ลงมติร่างรธน.

ที่โรงเเรมรามาการ์เด้นส์ ถนนวิภาวดีรังสิต นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง รัฐธรรมนูญใหม่กับการกระจายอำนาจ ในงานสัมมนาจัดเก็บภาษีบำรุง องค์กรบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ยาสูบ จัดโดยโรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง ว่า การปกครองท้องถิ่น เกิดขึ้นเมื่อปี 2476 เป็นการทดลองประชาธิปไตย และกำหนดให้ข้าราชการไปเป็นพี่เลี้ยง โดยกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่บังคับและบัญชา เมื่อถึงปี 2540 บังคับให้เปลี่ยนการทดลองประชาธิปไตยปกครองท้องถิ่น เป็นการให้การบริการสาธารณะอย่างแท้จริง

โดยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นโดยประชาชนกำหนด ให้มีการถ่ายโอนอำนาจให้ท้องถิ่นมีอิสระด้านการเงิน การคลัง และบริหารงานบุคคล กำหนดให้มีคณะกรรมการกระจายอำนาจ เพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเสนอข้อบัญญัติและถอดถอนผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่นได้ ซึ่งปัจจุบันมีหน่วยงานบริหารท้องถิ่นจำนวนมาก ต้องปฏิรูปให้ดีขึ้น ซึ่งการปกครองท้องถิ่นในร่างรัฐธรรมนูญใหม่จะเชื่อมโยงกับพลเมือง และการเมืองที่ใสสะอาดและสมดุลย์ โดยในส่วนท้องถิ่นตนขอเรียกว่า "สร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่ เสริมพลังให้ท้องถิ่น"

นายบวรศักดิ์ กล่าวต่อว่า การกระจายอำนาจในร่างรัฐธรรมนูญ ได้มีข้อกำหนดไว้ในหลายมาตรา อาทิ มาตรา 214 (2) กำหนดให้มีการทำแผน สัญญา ระหว่างรัฐและท้องถิ่นต้องทำสัญญากันได้ นอกจากนี้ต้องขอความร่วมมือกับชุมชนท้องถิ่น ตามมาตรา 83(1) ซึ่งเขียนไว้ชัดว่ารัฐต้องส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชน อาทิ แผน นโยบาย การพัฒนาท้องถิ่นร่วมกับองค์กรท้องถิ่น ส่วนมาตรา 215 ว่าด้วยหมวดการกระจายอำนาจ ประชาชนและชุมชนมีส่วนร่วมในองค์กรบริหารท้องถิ่นได้ หรือมาตรา 73-75 กำหนดมาตรฐานของการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ที่อาสาเข้ามาทำงานให้กับสาธารณะต้องยึดประโยชน์ของประชาชน ขณะเดียวกันกำหนดให้ผู้นำการเมืองที่ดีต้องไม่ชี้นำให้คนเลี่ยงการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ขณะที่มาตรา 211 กำหนดให้ท้องถิ่นมีขนาดที่เหมาะสมเพื่อประโยชน์และการจัดทำบริการสาธารณะที่หลากหลาย โดยอาจให้เอกชนหรือเอ็นจีโอ จะไม่เป็นอบต. อบจ. อาจใช้ชื่อว่า นครแม่สอด นครสมุย โดยดูความเหมาะสมของภูมิสังคม เพราะไม่มีใครจะยุบอบจ.ได้ เทศบาลก็ไม่ยุบอบต.ไม่ยุบ แต่จะรวมอบต.ในพื้นที่ที่เล็กเพื่อให้มีขนาดที่เหมาะสม โดยดูจากพื้นที่ ประชากร รายได้ และอำนาจหน้าที่ที่เหมาะสม  

นายบวรศักดิ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ร่างรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นเป็นภาวะที่บ้านเมืองมีความวุ่นวาย สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ สังคม และมีผู้ที่บาดเจ็บเสียชีวิต โดยเมืองไทยวันนี้อยู่ในระหว่างการเปลี่ยนแปลง โดยมีข้อเรียกร้องให้ทำการปฏิรูปประเทศตั้งแต่ก่อนการยึดอำนาจวันที่ 22 พ.ค.2557 โดยร่างรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปนี้ได้กำหนดให้มีสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศและคณะกรรมการยุทธศาสตร์ปฏิรูปแห่งชาติ เพื่อให้เป็นไปตามการปฏิรูปที่หลายฝ่ายเรียกร้อง จึงขอความร่วมมือ อบจ.​ช่วยสนับสนุนและเผยแพร่เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญในพื้นที่ต่างๆ โดยในวันที่ 23 ก.ค.เป็นเส้นตายที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญต้องเสนอร่างรัฐธรรมนูญต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) เพื่อให้ลงมติเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ ภายในวันที่ 6 ส.ค. โดยมีเงื่อนไขจะแก้ไขเพิ่มเติมความของร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้ ยกเว้นเป็นข้อผิดพลาดที่ไม่ใช่สาระสำคัญ และกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์

นายบวรศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนเหตุผลสำคัญที่ต้องเว้นเวลาไว้ 15 วันนับแต่วันที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญส่งร่างรัฐธรรมนูญให้สปช.นั้น เพราะเป็นข้อกำหนดตามประเพณีปกครองในระบอบประชาธิปไตยของรัฐธรรมนูญ ที่เขียนตรงกันว่าเมื่อเสร็จวาระสอง ก็ทิ้งไว้ 15 วันให้ไปคิด หรือปรึกษากันเองว่าจะเอาหรือไม่เอา จะไม่มีการประชุมเพื่ออภิปรายเพื่อรับฟังความเห็น เพราะแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ดังนั้นกรณีที่มีสปช.ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์บอกให้มีการนัดประชุมเพื่ออภิปราย แสดงว่าสปช.นั้นไม่ได้ดูรัฐธรรมนูญ และไม่ได้ดูประเพณีปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งวันที่ 23 ก.ค.เป็นวันสุดท้ายที่ต้องทำร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จ แล้วก็ส่งให้สปช. เพื่อให้ลงมติในวันที่ 6 ส.ค. หากสปช.ไม่เห็นชอบ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ และสปช.ก็ตายตกไปตามกัน ต้องหากมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญและสปช.ใหม่ ส่วนครม.และคสช.ก็อยู่ต่ออีก 1 ปี แต่หากสปช.ให้ความเห็นชอบ ก็ต้องให้เวลา 1 เดือน เพื่อเขียนรัฐธรรมนูญด้วยมือ จากนั้นวันที่ 4 ก.ย.จะนำรัฐธรรมนูญทูลเกล้าฯ โดยคาดว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นภายในปลายก.พ. หรือต้นมี.ค. 2559

"หากมีการให้ทำประชามติ ตามที่ครม.และคสช.เห็นชอบ ก็ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 เพื่อให้ทำประชามติ โดยต้องทำก่อนที่สปช.จะลงมติเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ในวันที่ 6 ส.ค.​ ซึ่งต้องบวกเวลาออกไปอีก 3 เดือน หากผ่านประชามติ การเลือกตั้งก็จะเกิดขึ้นราวๆ เดือนพ.ค. ก็ถือเป็นโร้ดแม็พตามรัฐธรรมนูญ​ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 กำหนด ไม่ใช่โร้ดแม็พของพล.อ.ประยุทธ์ ส่วนร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะทำประชามติหรือไม่ ส่วนตัวเห็นว่าต้องทำ ขณะที่นายกฯ​ก็เชื่อว่าอยากจะทำ" นายบวรศักดิ์ กล่าว  

ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีที่นักการเมืองที่ออกมาบอกว่าร่างรัฐธรรมนูญไม่ดี เพราะวันนี้นักการเมืองกลัว ทั้งในเรื่องกลุ่มการเมือง ทำให้คนของนักการเมืองจะไปตั้งกลุ่มเพื่อแข่งกับเขา และกลัวระบบบัญชีรายชื่อที่ให้ประชาชนจัดลำดับ หรือแบบโอเพ่นลิสต์ เพราะนักการเมืองจะจัดคนของตัวเองเองไม่ได้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ นักการเมืองจะเอากิ๊กขึ้นลำดับต้นๆ เอาคนที่เกลียด หรือไม่ชอบ ไว้ลำดับท้ายๆ สิ่งที่นักการเมืองพยายามบอกว่ารัฐธรรมนูญนี้ทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ หากนักการเมืองจะพูดให้เต็ม ก็คือรัฐธรรมนูญทำให้พลเมืองเข้มแข็งขึ้น เป็นสิ่งที่นักการเมืองกลัว

สิ่งที่นักการเมืองกลัวจริงๆ คือสมัชชาพลเมือง สภาตรวจสอบภาคประชาชน สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ และหมวดปฏิรูปทั้งหมด เพราะเขาต้องทำตามนี้และที่นักการเมืองกลัวจริงๆ คือหมวดปฏิรูปทั้งหมด เพราะนักการเมืองต้องทำตาม ดังนั้นสิ่งที่เรากำลังปฏิรูป สวนทางกับสิ่งที่นักการเมืองอยากทำ