วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

สธ. ตั้งวอร์รูมช่วยเหลือผู้ประสบภัยเนปาล

สธ. ตั้งวอร์รูมช่วยเหลือผู้ประสบภัยเนปาล วอนแพทย์อาสาสมัครประสานวอร์รูม เพื่อจัดแบ่งทีมไปช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ เผยอาหาร-น้ำ ขาดแคลนหนัก

วันนี้ (27 เม.ย.) นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว (วอร์รูม) ที่ประเทศเนปาล ว่า ขณะนี้ สธ. ได้เตรียมพร้อมในการส่งทีมไปช่วยเหลือด้านการแพทย์ที่เนปาลแล้ว โดยเบื้องต้นจะส่งทีมสำรวจประมาณ 2 - 3 คน นำโดย นพ.สุริยะ วงศ์คงคาเทพ รองปลัด สธ. เดินทางล่วงหน้าไปสำรวจสถานการณ์ในวันที่ 28 เม.ย. เพื่อประสานกับสถานทูตไทยในเนปาล และ?กระทรวงสาธารณสุขเนปาล ว่า มีความต้องการความช่วยเหลือใดบ้าง ซึ่งในวันที่ 29 เม.ย. คาดว่า น่าจะมีข้อมูลเพียงพอว่าจะส่งทีมช่วยเหลือไปสมทบเป็นทีมใหญ่หรือทีมเล็ก ซึ่งเบื้องต้นถ้าส่งทีมเล็กไปวางแผนให้ปฏิบตัการตั้ง รพ. สนาม บริเวณใกล้สถานทูตไทยก่อน แต่หากเป็นทีมใหญ่จะประสานกับ สธ. เนปาลเพื่อช่วยเหลือ รพ. ต่างๆ หรือออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่

"การส่งทีมเข้าช่วยเหลือนั้น ทีมที่จะส่งไปจะต้องไม่เป็นภาระของเนปาล และสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เนื่องจากสถานการณ์ขณะนี้มีความขาดแคลนในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานมาก ทั้งน้ำ อาหาร ไฟฟ้า โดยจะมีการเตรียมอุปกรณ์ภาคสนาม อุปกรณ์ทางการแพทย์ ระบบสื่อสาร เครื่องปั่นไฟ รวมทั้งอาหาร น้ำดื่มไปเอง" รมช.สธ. กล่าว

นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีแพทย์ที่แสดงเจตจำนงจะร่วมเป็นอาสาสมัครจำนวนมาก รวมถึงมีคณะแพทยศาสตร์ต่างๆ เข้าร่วม ทั้งศิริราช จุฬาฯ รามาธิบดี และ มศว ที่ระบุว่ามีความพร้อมที่จะเดินทางไป อย่างไรก็ตาม การจัดทีมแพทย์จะต้องขึ้นอยู่ข้อมูลภาคสนามว่ามีความต้องการในลักษณะใด และอยากให้ผู้ที่จะเดินทางไป หรือต้องการเดินทางไป ประสานกับวอร์รูม สธ. ก่อน ซึ่งจากที่ประเมินขั้นต่ำ การเดินทางเข้าช่วยในครั้งนี้อาจต้องใช้เวลา 1 เดือน จึงต้องมีทีมผลัดเปลี่ยนทีมละ 2 สัปดาห์ ทั้งนี้ สามารถประสานร่วมกับวอร์รูมได้ทางเบอร์ 0-2590-1994

นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย รักษาการปลัด สธ. กล่าวว่า ทีมที่จะเดินทางไปในพื้นที่ได้ ต้องเป็นทีมที่มีประสบการณ์ ซึ่งมีแพทย์ฉุกเฉินที่มีความพร้อมอยู่ อย่างไรก็ตาม สำหรับแพทย์ที่เดินทางไป ต้องรู้วิธีช่วยเหลือตนเอง เพราะขณะนี้ในพื้นที่มีความยากลำบากการเดินทางไป จึงต้องจำกัดจำนวนและเลือกผู้ที่มีประสบการณ์เพื่อไม่ให้เป็นภาระในการดูแลของสถานทูต นอกจากทีมแพทย์แล้ว?ยังมีความต้องการล่ามภาษาฮินดีประมาณ 3 - 5 คน ซึ่งจะขึ้นทะเบียนไว้ก่อน

มท.1 สั่งศูนย์ฯรับบริจาคสิ่งของ-เงินช่วยเนปาล 

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือคนไทย ในประเทศเนปาล ที่ประสบเหตุแผ่นดินไหวว่า นายกรัฐมนตรี มีบัญชาให้กระทรวงมหาดไทย ใช้กลไกของศูนย์ดำรงธรรม ในส่วนของการรับบริจาค หรือความประสงค์ของคนไทยที่จะช่วยเหลือพลเมืองเนปาล ขณะนี้ตนได้สั่งการไปยังปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้แจ้งศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัดแล้ว ในด้านของการช่วยเหลือ จะแบ่งเป็น 2 ส่วน 1.สิ่งของในรูปแบบอาหารสำเร็จรูป พร้อมรับประทานกับน้ำดื่ม รวมถึงอุปกรณ์กันหนาว ที่แพ็คบรรจุแล้ว 2.เงินสดในการช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน เพราะภาระของผู้รับบริจาค หรือการแยกสิ่งของที่อาจมีของเสียหรือไม่สำเร็จรูป มันจะยุ่งยาก  

"การดำเนินการจะต้องเป็นไปอย่างเร่งด่วนที่สุด เพราะเป็นความยากลำบากของผู้ที่ประสบภัย โดยจะมีการรวบรวมสิ่งของที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ส่วนจะต้องส่งมายังศูนย์ดำรงธรรมส่วนกลางหรือไม่นั้น ต้องขอดูรายละเอียดการบริหารจัดการก่อนว่า จำเป็นต้องขนมารวมมั้ย หรือสามารถจัดการในจังหวัดได้เลย ก็อาจไม่ต้องส่งมา"รมว.มหาดไทย กล่าว

เผยอาหาร-น้ำ ขาดแคลนหนัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แฟนเพจเฟซบุ๊กชื่อ “แพทยสภาภิวัฒน์” ได้รายงานสถานการณ์ภายหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาล ว่า ได้รับการติดต่อจาก ว่าที่ นพ.ธนสาร พฤฒิสถาพร นักศึกษาแพทย์ของกรมการแพทย์-มหาวิทยาลัยรังสิต ที่เข้าเป็นอาสาสมัครกับทีมแพทย์นานาชาติช่วยดูแลสุขภาพคนแถบหิมาลัยในช่วงปิดเทอมตั้งแต่ก่อนมีแผ่นดินไหว ซึ่งรายงานสถานการณ์เมื่อวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า ในเมืองมีความวุ่นวาย เนื่องจากรัฐบาลมือใหม่ ทำให้มีปัญหาเรื่องการสื่อสารที่ไม่เป็นมืออาชีพ ขณะที่เรื่องอาหารการกินขาดแคลนมาก เพราะเมืองกาฐมาณฑุผู้คนอาศัยหนาแน่น บ้านไม่แข็งแรง ต้องมานอนกลางเมือง เมื่อมีรถอาหารมาแจกก็เกิดการแย่งกันจนมีการเหยียบทำให้บาดเจ็บสาหัสหลายราย ปัญหาคือระบบโลจิสติกหรือระบบขนส่ง โดยหลายหมู่บ้านถนนตัดขาด สะพานพัง ทำให้อาหารเข้าไปไม่ถึง อาหารที่รณรงค์ตอนนี้คือ ขนมปังและอาหารกระป๋อง

สำหรับเรื่องน้ำรายงานว่า น้ำประปาสกปรก สีค่อนข้างน้ำตาล ไม่สามารถดื่มได้ ต้องรอให้ตกตะกอน น้ำดื่มขาดตลาดขายขวดละ 100 บาท ที่นอนและชุดชั้นในขาดแคลน ขณะที่เรื่องสุขภาพโรงพยาบาลประกาศระดมแพทย์ พยาบาล ทั่วโลกมาช่วย และยังขาดระบบการจัดการข้อมูลผู้ป่วยและระบบคัดแยกผู้ป่วย ตอนนี้พยายามสร้างระบบ 4 ระบบ คือ 1.ผู้ป่วยนอกส่วนกลุ่มทำแผล ดามกระดูก ไม่ด่วนในการผ่าตัด 2.ผู้ป่วยนอกกลุ่มโรคเรื้อรังที่ต้องกินยาประจำ กลุ่มโรคหัวใจ โรคเบาหวาน 3.กลุ่มผู้ป่วยวิกฤตและผ่าตัดฉุกเฉินขาดแคลนอุปกรณ์และบุคลากรมาก และ 4.กลุ่มระบบสารสนเทศและการสื่อสาร ทางเอ็นจีโอต่างช่วยกันสร้างระบบติดตามผู้ป่วย ตามหาญาติ ซึ่งหน่วยนี้ได้จัดให้นักท่องเที่ยวมาช่วยเป็นกลุ่มล่ามแปลภาษา

นอกจากนี้ ยังรายงานถึงสถานการณ์เมืองลุคคลา ทางขึ้นเขาเอเวอร์เรส รัฐบาลกำลังรีบเปิดสนามบินด่วน คาดว่าวันที่ 27 เม.ย.น่าจะเปิดได้ ความช่วยเหลือไปได้แค่เฮลิคอปเตอร์ ถนนสายหลักตัดขาด มีถนนสายรองแต่ทางลำบาก มีกลุ่มเอ็นจีโอพยายามรีบซ่อมถนน พร้อมกันนี้ยังขอบคุณสถานทูตไทยที่คอยช่วยเหลือคนไทย และวัดไทยที่เป็นแหล่งผลิตอาหารชั้นยอดและ ส่วนนักท่องเที่ยวที่เนปาลต่างช่วยกันทำอาหาร ขนส่ง และเป็นล่ามให้ผู้ป่วยอย่างดี