ระทึก! สาวเจ้าของคาร์แคร์ เกือบโดนฟ้าผ่ารถขณะขับหนีฝน
สาวอ่างทอง เจ้าของคาร์แคร์ เกือบถูกฟ้าผ่าลงรถเก๋ง ขณะขับหนีฝน พบเศษกระจกกระเด็นเกลื่อนรถ
เหตุพายุถล่มที่จังหวัดอ่างทอง โดยพายุที่เกิดขึ้นนั้นมีทั้งฝน ฟ้า และลม ซึ่งแรงของลมทำให้ข้าวของปลิวกระจัดกระจาย ต้นไม้โอนเอนไปตามทิศทางของลม ส่งผลให้ไฟฟ้าในตัวเมืองอ่างทองหลายจุดดับไปชั่วขณะ ใช้เวลาเกือบชั่วโมงพายุถึงจะสงบ
หลังจากพายุสงบ ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีเหตุประชาชนที่ขับรถอยู่บนถนนถูกฟ้าผ่า ซึ่งตอนนี้ได้ขับรถไปหลบอยู่ที่ภายในเรือนจำจังหวัดอ่างทอง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงบริเวณทางเข้าเรือนจำ พบรถเก๋งฮอนด้า แจ๊ส สีขาว หมายเลขทะเบียน สห-2774 กรุงเทพ จอดอยู่ในสภาพบริเวณกระจกด้านหน้ารถมีรอยร้าวทั่วทั้งแผ่น ส่วนกระจกประตูข้างด้านหลัง แตกเป็นรูกว้าง เศษกระจกกระเด็นเต็มตัวรถ
จากการสอบถามนางสาวรวมพร เกศรีระคุปต์ อายุ35ปี อยู่บ้านเลขที่ 80 หมู่ที่4 ต.ศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง คนขับรถ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนและน้องสาว กำลังขับรถกลับบ้านที่อำเภอวิเศษชัยชาญ เมื่อขับมาถึงบริเวณสี่แยกสัญญาณไฟเรือนจำซึ่งฝนตกหนักมาก มีทั้งลมและฝน จู่ๆ ขณะที่ตนเลี้ยวโค้ง ฟ้าเกิดผ่าลงมาที่รถ เสียงดังบึ้มใหญ่ ตนและน้องสาวตกใจมาก รีบขับรถหนีออกมาจากบริเวณดังกล่าว และเข้ามาขอหลบในเรือนจำซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ เมื่อจอดรถลงมาดูก็พบว่ากระจกด้านหน้ารถตนร้าวทั้งแผ่น กระจกประตูด้านหลัง แตกเป็นรูกว้าง เศษกระจกกระเด็นเกลื่อนรถ
ด้านนางศรัญญา โพธิ์เจริญ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่61 หมู่3 ต.ศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง น้องสาวของ นส.รวมพร ซึ่งนั่งมาข้างคนขับ กล่าวว่า ขณะที่ตนนั่งรถมา ลมฝนกระหน่ำตกลงมาไม่ลืมหูลืมตา จนกระทั่งมาถึงแยกไฟแดงขณะที่เลี้ยวรถก็ได้ยินเสียงฟ้าผ้าดังมาก ตนตกใจร้องกรีดออกมาเสียงดัง จึงได้หารือกับนางสาวรวมพรว่าให้หาที่หลบ จึงตัดสินใจมาหลบขอความช่วยเหลือภายในเรือนจำจังหวัด
ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบบริเวณด้านหลังเรือนจำจังหวัดอ่างทอง หลังรับแจ้งจากเจ้าหน้าที่เรือนจำว่า เสาเหล็กยึดตาข่ายกำแพงเรือนจำถูกพายุพัดจนหักเสียหายหลายต้น ซึ่งหลังไปตรวจสอบพบว่าเสาเหล็กดังกล่าวถูกพายุพัดเสียหายไปจำนวน10ต้น ส่งผลให้ตาข่ายที่ทางเรือนจำติดตั้งไว้เพื่อกันคนขว้างปาสิ่งของเข้าภายในเรือนจำหักห้อยตามเสาลงมา เจ้าหน้าที่เรือนจำต้องรีบออกมาสำรวจและหาทางแก้ไขเป็นการด่วน นอกจากเสายึดตาข่ายกำแพงจะเสียหายแล้ว พายุยังได้พัดต้นหูกวางขนาดใหญ่ จนกิ่งหักเกือบทับบ้านเจ้าหน้าที่เรือนจำอีกด้วย
นอกจากนั้น บริเวณสี่แยกสัญญาณไฟเรือนจำจังหวัด หม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ได้เกิดระเบิดเนื่องจาก พายุได้พัดเอาป้ายคัตเอาท์ขนาดใหญ่ จำนวน3ป้ายหักโค่น ตัวป้ายและเสายึดป้ายที่ทำด้วยปูนและป้ายที่มีขนาดใหญ่ได้หักไปทับสายไฟแรงสูง ส่งผลให้เสาไฟฟ้าแรงสูงหักเสียหาย จำนวน3ต้น เสาสายเคเบิลอีกหลายต้น เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าต้องออกตรวจสอบและแก้ไขอย่างเร่งด่วน
โดยจากการสอบถามนายปัญญา นพศรี อายุ58ปี ผู้ช่วยผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดอ่างทอง หลังจากที่พายุได้พัดถล่มอ่างทอง ทางเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าก็ได้คอยเตรียมพร้อมรับกับเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นหลังพายุสงบ ซึ่งหลังจากพายุสงบได้รับแจ้งหม้อแปลงระเบิด เสาไฟฟ้าหัก จึงได้ออกตรวจสอบและเร่งดำเนินการโดยด่วนแล้ว ซึ่งเบื้องต้นในส่วนของการไฟฟ้าตอนนี้ความเสียหาย ณ จุดนี้จุดเดียว มูลค่านับแสนบาท
ต่อมาเมื่อเวลา16.30น. ของวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่าที่พื้นที่หมู่ที่3ต.ศาลาแดง อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง พายุได้พัดกระหน่ำจนทำให้บ้านเรือนประชาชนเสียหายจำนวนหลายสิบหลัง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบว่าบ้านหลายหลังถูกพายุพัดหลังคาปลิวหาย โดยเฉพาะที่บ้านเลขที่15/2หมู่ที่3ต.ศาลาแดง ซึ่งเป็นบ้านของนายชื้น พุ่มแก้ว อายุ68ปี พายุได้พัดหลังคาบ้านปลิวหายไปทั้งแถบ และที่ต้องระทึกก็เมื่อพบว่าที่บ้านของนายชื้น มีภรรยา คือนางจ่อยพุ่มแก้ว อายุ83ปี ที่นอนป่วยเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตย์อยู่บนบ้าน ไม่สามารถขยับไปไหนต่อไหนได้ หลังจากพายุพัดหลังคาปลิวหาย ฝนได้กระหน่ำลงมาในตัวบ้าน ทำให้นายชื้นต้องตัดสินใจลากนางจ่อย มาหาที่หลบโดยต้องใช้ผ้าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผ้าห่ม หรือผ้าเช็ดตัว มาคลุมตัวของนางจ่อยเอาไว้ เป็นที่น่าเวทนายิ่งนัก
ส่วนที่บริเวณหมู่ที่7ต.เทวราช อ.ไชโย จ.อ่าทอง พายุฝนก็ได้ทำให้บ้านเรือนประชาชนพังเสียหายจำนวนหลายหลัง ซึ่งเจ้าหน้าที่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งเข้าตรวจสอบให้การช่วยเหลือเป็นการด่วนแล้ว สำหรับพายุฤดูร้อนครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งที่ 3 แล้วในรอบ1เดือนซึ่งทุกครั้งก็สร้างความเสียหายให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก







