'Tesla' เสียแชมป์ให้อีวีจีน 'BYD' แล้ว! ยอดขายลดลงปีที่สองติดต่อกัน

'Tesla' เสียแชมป์ให้อีวีจีน 'BYD' แล้ว!  ยอดขายลดลงปีที่สองติดต่อกัน

อย่างเป็นทางการ! 'Tesla' เสียแชมป์ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ารายปีให้กับอีวีจีน 'BYD' หลังยอดขายลดลงเป็นปีที่สองติดต่อกัน เจอการแข่งขันรุนแรงขึ้น กระแสต่อต้านแบรนด์และอีลอน และผลพวงการสิ้นสุดมาตรการเครดิตภาษี

บริษัท "เทสลา อิงค์" (Tesla) เสียแชมป์ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) อันดับ 1 ของโลกให้กับบริษัท "บีวายดี" (BYD) จากจีน หลังยอดขายรายปี "ลดลงเป็นปีที่สองติดต่อกัน" จากแรงกดดันของการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น การสิ้นสุดมาตรการเครดิตภาษีในสหรัฐ และกระแสต่อต้านแบรนด์และผู้ก่อตั้งอย่างอีลอน มัสก์

นับเป็นครั้งแรกที่ Tesla เสียตำแหน่งแชมป์ยอดขายเบอร์ 1 ของโลกให้กับอีวีจีน หลังจากก่อนหน้านี้ BYD เคยหายใจรดต้นคอสหรัฐมาแล้วในปี 2024 ซึ่งครั้งนั้น BYD ทำยอดขายรายไตรมาสแซงหน้า Tesla ได้เป็นครั้งแรกในไตรมาส 4 แต่ในภาพรวมทั้งปียังตามหลังอยู่เล็กน้อย

'Tesla' เสียแชมป์ให้อีวีจีน 'BYD' แล้ว!  ยอดขายลดลงปีที่สองติดต่อกัน  

ตลอดทั้งปี Tesla ส่งมอบรถยนต์ได้ 1.64 ล้านคัน ซึ่งลดลงถึง 8.6% เมื่อเทียบกับกับปี 2024 ที่ 1.79 ล้านคัน และน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์ของ Visible Alpha คาดการณ์เอาไว้ที่ราว 1.65 ล้านคัน โดยเฉพาะการส่งมอบรถยนต์ในไตรมาส 4 ที่ลดลงถึง 16% อยู่ที่ 418,227 คัน ซึ่งต่ำกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่รวบรวมโดยบลูมเบิร์ก และยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่บริษัทเองเคยเปิดเผยไว้ก่อนหน้านี้ในสัปดาห์เดียวกัน 

ในทางตรงกันข้าม BYD มียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) เพิ่มขึ้นทั้งรายไตรมาสและตลอดทั้งปี โดยในปี 2025 ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าเกือบ 2.26 ล้านคัน เมื่อเทียบกับ Tesla ที่ทำได้ 1.64 ล้านคัน

รอยเตอร์สและบลูมเบิร์กรายงานว่า ท่ามกลางยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น 28% ในปี 2025 BYD สามารถแซงหน้า Tesla ได้เป็นครั้งแรกในเชิงยอดขายรายปี โดยได้แรงหนุนจากการเติบโตอย่างรวดเร็วในฝั่ง "ยุโรป" ซึ่งผู้ผลิตรถยนต์จีนรายนี้ได้ขยายความได้เปรียบเหนือคู่แข่งจากสหรัฐอย่างต่อเนื่อง

Tesla กำลังเผชิญการแข่งขันที่ดุเดือดโดยเฉพาะในยุโรป จนเกิดการตั้งคำถามคำถามถึงความสามารถในการฟื้นเทสลาซึ่งเป็นธุรกิจหลัก ในขณะที่อีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกำลังพาบริษัทมุ่งไปสู่ธุรกิจ "โรโบแท็กซี่และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์" ข่าวล่าสุดนี้ทำให้หุ้นของบริษัทปรับตัวลดลงปิดตลาดที่ -2.59% ในการซื้อขายวันแรกของปีเมื่อวันศุก์ที่ 2 ม.ค. 

“นักลงทุนโฟกัสไปที่อนาคตของ Tesla มากจนมองข้ามตัวเลขการส่งมอบรถ มันเป็นเรื่องของ Optimus, โรโบแท็กซี่ และ AI เชิงกายภาพ” เดนนิส ดิก เทรดเดอร์จากบริษัท Triple D Trading ซึ่งถือหุ้นเทสลากล่าว

เครดิตภาษีในสหรัฐสิ้นสุด ฉุดยอด Tesla

มาตรการเครดิตคืนเงินภาษี 7,500 ดอลลาร์ ในสหรัฐ จบลงในเดือนก.ย. ข้อมูลของ J.D. Power พบว่า ยอดขายรถอีวีคิดเป็นสัดส่วน 6.2% ของยอดขายปลีกรถยนต์ในไตรมาส 4 ของสหรัฐ ลดลง 3.6 จุดเปอร์เซ็นต์ จากปีก่อน ขณะที่ราคาซื้อขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเกือบ 6,000 ดอลลาร์ เป็น 53,300 ดอลลาร์

ผลพวงดังกล่าวมีส่วนฉุดให้ยอดส่งมอบรถของ Tesla ในไตรมาสสุดท้ายของปีลดลงถึง 15.6% มาอยู่ที่ 418,227 คัน จาก 495,570 คัน ในปีก่อนหน้า และน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

'Tesla' เสียแชมป์ให้อีวีจีน 'BYD' แล้ว!  ยอดขายลดลงปีที่สองติดต่อกัน

อย่างไรก็ดี เซธ โกลด์สไตน์ นักวิเคราะห์อาวุโสด้านหุ้นจาก Morningstar กล่าวว่า การลดลงดังกล่าวไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจมากนัก เนื่องจากตลาดได้สะท้อนความต้องการที่อ่อนแอลงหลังการสิ้นสุดเครดิตภาษีรถอีวีในสหรัฐไปแล้ว

การแข่งขันเดือดขึ้นในอเมริกาเหนือ-ยุโรป

การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากผู้ผลิตรถยนต์จีนและยุโรป เช่น BYD, Volkswagen และ BMW ได้กดดันโมเมนตัมยอดขายของ Tesla โดยยอดจดทะเบียนรถ Tesla ลดลงในหลายประเทศของยุโรปในเดือนธ.ค. ยกเว้นเพียงนอร์เวย์ ซึ่งมียอดขายทำสถิติสูงสุด สวนทางกับส่วนแบ่งตลาดที่หดตัวลงในภูมิภาคอื่นๆ ของยุโรปในปีที่แล้ว

BYD ระบุว่า ยอดขายนอกประเทศจีนเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1 ล้านคันในปี 2025 เพิ่มขึ้นราว 150% จากปี 2024 และบริษัทตั้งเป้าขายยอดขายนอกจีนเอาไว้มากถึง 1.6 ล้านคันในปี 2026 นี้ แต่ยังไม่เปิดเผยเป้าหมายยอดขายรวมทั้งหมด

'Tesla' เสียแชมป์ให้อีวีจีน 'BYD' แล้ว!  ยอดขายลดลงปีที่สองติดต่อกัน

ในเดือนต.ค. Tesla เปิดตัวรถยนต์รุ่น “Standard” ของ Model Y และ Model 3 หรือที่หลายฝ่ายเรียกว่าเป็นรถโลว์คอสต์ที่ลดอุปกรณ์บางส่วนลง และตั้งราคาต่ำกว่ารุ่นฐานเดิมราว 5,000 ดอลลาร์ เพื่อพยุงปริมาณยอดขายหลังการสิ้นสุดเครดิตภาษี และดึงดูดลูกค้าในยุโรปที่มองหารถราคาย่อมเยา

อย่างไรก็ดี ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้นักลงทุนบางส่วนผิดหวัง เนื่องจากคาดหวังการลดราคาที่แรงกว่านี้ หรือออกผลิตภัณฑ์ที่ดึงกระแสตลาดมวลชนรุ่นใหม่ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ แม้การส่งมอบรถจะปรับตัวลง แต่ตลอดทั้งปี 2025 ราคาหุ้น Tesla ปรับขึ้นราว 11.4% ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่งคั่งให้กับอีลอน มัสก์