วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

'Tesla' เสียแชมป์ให้อีวีจีน 'BYD' แล้ว! ยอดขายลดลงปีที่สองติดต่อกัน

'Tesla' เสียแชมป์ให้อีวีจีน 'BYD' แล้ว!  ยอดขายลดลงปีที่สองติดต่อกัน

อย่างเป็นทางการ! 'Tesla' เสียแชมป์ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ารายปีให้กับอีวีจีน 'BYD' หลังยอดขายลดลงเป็นปีที่สองติดต่อกัน เจอการแข่งขันรุนแรงขึ้น กระแสต่อต้านแบรนด์และอีลอน และผลพวงการสิ้นสุดมาตรการเครดิตภาษี

บริษัท "เทสลา อิงค์" (Tesla) เสียแชมป์ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) อันดับ 1 ของโลกให้กับบริษัท "บีวายดี" (BYD) จากจีน หลังยอดขายรายปี "ลดลงเป็นปีที่สองติดต่อกัน" จากแรงกดดันของการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น การสิ้นสุดมาตรการเครดิตภาษีในสหรัฐ และกระแสต่อต้านแบรนด์และผู้ก่อตั้งอย่างอีลอน มัสก์

นับเป็นครั้งแรกที่ Tesla เสียตำแหน่งแชมป์ยอดขายเบอร์ 1 ของโลกให้กับอีวีจีน หลังจากก่อนหน้านี้ BYD เคยหายใจรดต้นคอสหรัฐมาแล้วในปี 2024 ซึ่งครั้งนั้น BYD ทำยอดขายรายไตรมาสแซงหน้า Tesla ได้เป็นครั้งแรกในไตรมาส 4 แต่ในภาพรวมทั้งปียังตามหลังอยู่เล็กน้อย

'Tesla' เสียแชมป์ให้อีวีจีน 'BYD' แล้ว!  ยอดขายลดลงปีที่สองติดต่อกัน  

ตลอดทั้งปี Tesla ส่งมอบรถยนต์ได้ 1.64 ล้านคัน ซึ่งลดลงถึง 8.6% เมื่อเทียบกับกับปี 2024 ที่ 1.79 ล้านคัน และน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์ของ Visible Alpha คาดการณ์เอาไว้ที่ราว 1.65 ล้านคัน โดยเฉพาะการส่งมอบรถยนต์ในไตรมาส 4 ที่ลดลงถึง 16% อยู่ที่ 418,227 คัน ซึ่งต่ำกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่รวบรวมโดยบลูมเบิร์ก และยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่บริษัทเองเคยเปิดเผยไว้ก่อนหน้านี้ในสัปดาห์เดียวกัน 

ในทางตรงกันข้าม BYD มียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) เพิ่มขึ้นทั้งรายไตรมาสและตลอดทั้งปี โดยในปี 2025 ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าเกือบ 2.26 ล้านคัน เมื่อเทียบกับ Tesla ที่ทำได้ 1.64 ล้านคัน

รอยเตอร์สและบลูมเบิร์กรายงานว่า ท่ามกลางยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น 28% ในปี 2025 BYD สามารถแซงหน้า Tesla ได้เป็นครั้งแรกในเชิงยอดขายรายปี โดยได้แรงหนุนจากการเติบโตอย่างรวดเร็วในฝั่ง "ยุโรป" ซึ่งผู้ผลิตรถยนต์จีนรายนี้ได้ขยายความได้เปรียบเหนือคู่แข่งจากสหรัฐอย่างต่อเนื่อง

Tesla กำลังเผชิญการแข่งขันที่ดุเดือดโดยเฉพาะในยุโรป จนเกิดการตั้งคำถามคำถามถึงความสามารถในการฟื้นเทสลาซึ่งเป็นธุรกิจหลัก ในขณะที่อีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกำลังพาบริษัทมุ่งไปสู่ธุรกิจ "โรโบแท็กซี่และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์" ข่าวล่าสุดนี้ทำให้หุ้นของบริษัทปรับตัวลดลงปิดตลาดที่ -2.59% ในการซื้อขายวันแรกของปีเมื่อวันศุก์ที่ 2 ม.ค. 

“นักลงทุนโฟกัสไปที่อนาคตของ Tesla มากจนมองข้ามตัวเลขการส่งมอบรถ มันเป็นเรื่องของ Optimus, โรโบแท็กซี่ และ AI เชิงกายภาพ” เดนนิส ดิก เทรดเดอร์จากบริษัท Triple D Trading ซึ่งถือหุ้นเทสลากล่าว

เครดิตภาษีในสหรัฐสิ้นสุด ฉุดยอด Tesla

มาตรการเครดิตคืนเงินภาษี 7,500 ดอลลาร์ ในสหรัฐ จบลงในเดือนก.ย. ข้อมูลของ J.D. Power พบว่า ยอดขายรถอีวีคิดเป็นสัดส่วน 6.2% ของยอดขายปลีกรถยนต์ในไตรมาส 4 ของสหรัฐ ลดลง 3.6 จุดเปอร์เซ็นต์ จากปีก่อน ขณะที่ราคาซื้อขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเกือบ 6,000 ดอลลาร์ เป็น 53,300 ดอลลาร์

ผลพวงดังกล่าวมีส่วนฉุดให้ยอดส่งมอบรถของ Tesla ในไตรมาสสุดท้ายของปีลดลงถึง 15.6% มาอยู่ที่ 418,227 คัน จาก 495,570 คัน ในปีก่อนหน้า และน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

'Tesla' เสียแชมป์ให้อีวีจีน 'BYD' แล้ว!  ยอดขายลดลงปีที่สองติดต่อกัน

อย่างไรก็ดี เซธ โกลด์สไตน์ นักวิเคราะห์อาวุโสด้านหุ้นจาก Morningstar กล่าวว่า การลดลงดังกล่าวไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจมากนัก เนื่องจากตลาดได้สะท้อนความต้องการที่อ่อนแอลงหลังการสิ้นสุดเครดิตภาษีรถอีวีในสหรัฐไปแล้ว

การแข่งขันเดือดขึ้นในอเมริกาเหนือ-ยุโรป

การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากผู้ผลิตรถยนต์จีนและยุโรป เช่น BYD, Volkswagen และ BMW ได้กดดันโมเมนตัมยอดขายของ Tesla โดยยอดจดทะเบียนรถ Tesla ลดลงในหลายประเทศของยุโรปในเดือนธ.ค. ยกเว้นเพียงนอร์เวย์ ซึ่งมียอดขายทำสถิติสูงสุด สวนทางกับส่วนแบ่งตลาดที่หดตัวลงในภูมิภาคอื่นๆ ของยุโรปในปีที่แล้ว

BYD ระบุว่า ยอดขายนอกประเทศจีนเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1 ล้านคันในปี 2025 เพิ่มขึ้นราว 150% จากปี 2024 และบริษัทตั้งเป้าขายยอดขายนอกจีนเอาไว้มากถึง 1.6 ล้านคันในปี 2026 นี้ แต่ยังไม่เปิดเผยเป้าหมายยอดขายรวมทั้งหมด

'Tesla' เสียแชมป์ให้อีวีจีน 'BYD' แล้ว!  ยอดขายลดลงปีที่สองติดต่อกัน

ในเดือนต.ค. Tesla เปิดตัวรถยนต์รุ่น “Standard” ของ Model Y และ Model 3 หรือที่หลายฝ่ายเรียกว่าเป็นรถโลว์คอสต์ที่ลดอุปกรณ์บางส่วนลง และตั้งราคาต่ำกว่ารุ่นฐานเดิมราว 5,000 ดอลลาร์ เพื่อพยุงปริมาณยอดขายหลังการสิ้นสุดเครดิตภาษี และดึงดูดลูกค้าในยุโรปที่มองหารถราคาย่อมเยา

อย่างไรก็ดี ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้นักลงทุนบางส่วนผิดหวัง เนื่องจากคาดหวังการลดราคาที่แรงกว่านี้ หรือออกผลิตภัณฑ์ที่ดึงกระแสตลาดมวลชนรุ่นใหม่ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ แม้การส่งมอบรถจะปรับตัวลง แต่ตลอดทั้งปี 2025 ราคาหุ้น Tesla ปรับขึ้นราว 11.4% ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่งคั่งให้กับอีลอน มัสก์