วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯหารือปธ.กมธ.กลางจีนร่วมมือความมั่นคง

"ประยุทธ์"หารือปธ.กมธ.กลางจีน สานความร่วมมือด้านความมั่นคง พัฒนากองทัพ แนะเพิ่มช่องทางสื่อสารระหว่างผู้บังคับบัญชา

พล.อ.อ. สวี่ ฉีเลี่ยง (H.E. ACM. Xu Qiliang) รองประธานคณะกรรมาธิการกลางแห่งชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสเยือนประเทศไทย

ภายหลังการเข้าพบร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเยือนของพลอากาศเอกสวี่ ฉีเลี่ยง ในฐานะแขกของกระทรวงกลาโหม โดยนายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีที่มีการร่วมมือและแลกเปลี่ยนในประเด็นความมั่นคงและการพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพ ซึ่งเป็นประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ โดยพล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวกับพลอากาศเอกสวี่ ฉีเลี่ยงว่าได้ทราบว่าพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้เดินทางเยือนจีนในช่วงวันที่ 8-10 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งได้พบกับพล.อ.อ.สวี่ ฉีเลี่ยงมาแล้วด้วย 

ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า ที่ผ่านมาความสัมพันธ์ไทยจีนนั้นมีพัฒนาการที่ก้าวหน้าอย่างโดดเด่นและแนบแน่นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน มีการแลกเปลี่ยนการเยือนทั้งในระดับราชวงศ์ ผู้นำสูงสุด ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาความสัมพันธ์ในจีนและเน้นย้ำการเฉลิมฉลิงครบรอบ 40 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย จีน โดยพล.อ. ประยุทธ์ ได้ขอบคุณรัฐบาลจีนสำหรับการถวายการต้อนรับ การเสด็จเยือนจีนของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีระหว่างวันที่ 3-6 เม.ย.ที่ผ่านมาอย่างสมเกียรติ ซึ่งถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นปีเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสฉลองพระชนมายุครบ 5 รอบ 

ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ยืนยันถึงนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมความสัมพันธ์และพัฒนาความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดกับจีน เพื่อประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย ซึ่งจะมีการขยายความร่วมมือด้านต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด ทั้งการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจและความสำคัญระหว่างประาชาชน นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณจีนที่เข้าใจในสถานการณ์ทางการเมืองไทยในช่วงที่ผ่านมาและได้ให้กำลังใจ สนับสนุนการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ทุกด้านกับไทยด้วย สำหรับการท่องเที่ยวนายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณที่มีนักท่องเที่ยวจากจีนเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยจำนวนมาก ซึ่งปีนี้เป็นโอกาสดีเนื่องจากไทยกำหนดให้เป็นปีแห่งการท่องเที่ยววิถีไทยและขอเชิญชวนชาวจีนมาประเทศไทย ซึ่งจะดูแลในเรื่องความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้ดีที่สุดและสนับสนุนชาวไทยให้ไปเที่ยวจีนมากขึ้นด้วย

ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า พลอากาศเอก สวี่ ฉีเลี่ยง ได้นำความปรารถนาดีจากนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน และนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีนมามอบให้กับพลเอกประยุทธ์และคณะ โดยพลอากาศเอก สวี่ ฉีเลี่ยง ได้กล่าวถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่าพระองค์ท่านได้สร้างคุณูปการในความสัมพันธ์ระหว่างไทย จีน และขอถวายความเคารพ ถวายพระพรแด่พระองค์ท่านและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถและพระบรมวงศานุวงศ์ พร้อมทั้งถวายพระพรสมเด็จพระเทพฯ เนื่องในโอกาสพระชนมายุครบ 5 รอบ

ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า พลอากาศเอก สวี่ ฉีเลี่ยง ระบุว่ามิตรภาพความสัมพันธ์ระหว่างไทย จีน มีมานานแล้ว โดยในบันทึกศิลาไทย จีนตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่น 147 ปีก่อนคริสตศักราชที่มีการไปมาหาสู่กันและไม่เคยขาดสาย มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องและดีขึ้นเรื่อยๆ และทราบดีถึงสถานการณ์ของประเทศไทยในช่วงปี 2557 ที่มีสถานการณ์การเมืองตึงเครียด แต่กลังจากคสช.เข้ามาดำเนินการ สังคมไทยก็มีเสถียรภาพและความมั่นคงมาโดยตลอดและการปฏิรูปก็เดินหน้าไปตามโรดแมปที่วางไว้ ซึ่งทางรัฐบาลและประชาชนจีนได้เคารพในเส้นทางเลือกของรัฐบาลและประชาชนไทยและหวังว่าประเทศไทยจะแก้ไขความขัดแย้งโดยการพูดจากันและมีพัฒนาการอย่างตลอด รวมถึงมีความมั่นคงในระยะยาวอยู่เย็นเป็นสุข

ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า จีนได้มีการหารือก่อนหน้านี้กับพล.อ.ประวิตร ในเรื่องของข้อตกลงความร่วมมือของกระทรวงกลาโหม ซึ่งจะมีการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการในเรื่องนี้ต่อไป รวมไปถึงการจัดตั้งกลไกระหว่างกองทัพของทั้งสองฝ่ายและความร่วมมือทางยุทโธปกรณ์เพื่อส่งเสริมให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ด้านฝ่ายไทยเองได้แสดงความพร้อมที่จะผลักดันความร่วมมืออย่างบูรณาการและเป็นรูปธรรม และไทยสนับสนุนแนวคิดจีนเกี่ยวกับเขตเศรษฐกิจเส้นทางสายไหม และเส้นทางสายไหมทางทะเล พร้อมเชื่อมั่นว่าจีนจะมีบทบาทสำคัญ ในการเสริมสร้างสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค และมุ่งหวังว่าความสัมพันธ์ที่สร้างสรรค์ระหว่างมหาอำนาจ จะช่วยส่งเสริมสภาวะแวดล้อมระหว่างประเทศที่เอื้อต่อการพัฒนาในภูมิภาค

นอกจากนี้พล.อ.ประยุทธ์ และ พลอากาศเอก สวี่ ฉีเลี่ยง ได้พูดถึงเรื่องการร่วมมือกันทางด้านการทหารในทุกระดับชั้น ทั้งการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาการฝึกผสมร่วม การแลกเปลี่ยนข่าวกรอง และความร่วมมือด้านเทคนิคทางทหาร โดยเฉพาะความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ที่จีนมีความก้าวหน้ามาก โดยนายกรัฐมนตรี ได้ขอบคุณจีนที่ได้ให้การสนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพไทย และขอให้จีนสนับสนุนในเรื่องการพัฒนานักวิจัยไทยด้วย เพื่อให้นักวิจัยไทยได้มีโอกาสศึกษาในเรื่องของเทคโนโลยรีของจีน และนำมาพัฒนาขีดความสามารถของการวิจัยไทยต่อไป ทั้งนี้ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในการจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อเป็นกลไกในการทำงานระหว่างรัฐบาล และกองทัพของทั้งสองประเทศ เพื่อวางแผนร่วมกันในการผลักดันความร่วมมือ ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้เสนอว่านอกจากความสัมพันธ์ทางการทูตที่เป็นช่องทางสื่อสารปกติระหว่างกันแล้วก็อยากให้มีช่องทางด่วนที่ระดับผู้บังคับบัญชาสามารถประสานงานกันได้ เพื่อให้การดำเนินความร่วมมือเป็นรูปธรรมโดยเร็วมากขึ้น