“วิชา” เผยหากไม่ได้ “คสช.” คงไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงเรื่องทุจริตในวงราชการครั้งใหญ่
นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงจำนวนข้าราชการที่ถูกร้องเรียนมายังสำนักงานป.ป.ช. เนื่องจากเป็นหน่วยงานหนึ่งที่ต้องส่งรายชื่อข้าราชการที่พัวพันการทุจริตไปให้ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ว่า มีจำนวนมาก ซึ่งต้องยอมรับว่ามีบางส่วนที่ไม่ได้ขับเคลื่อนให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของป.ป.ช. โดยเฉพาะการชี้มูลที่มีการส่งให้หน่วยงานต้นสังกัดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพวกอบต. อบจ. เทศบาล ที่มีจำนวนมาก ป.ป.ช.ถูกบ่นมากว่าทำไมเราไม่ได้ติดตามเรื่องหลังชี้มูลพวกเขาไปแล้ว ซึ่งความจริงแล้วกระบวนการถอดถอนและกระบวนการที่ทำให้เกิดผลอย่างจริงจังอยู่ที่จังหวัด จึงได้ให้เลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช.ไปติดตามตรงนี้ รวมทั้งยังมีพวกฝ่ายประจำระดับสูงบางรายที่ป.ป.ช.ชี้มูลไปแล้วแต่ยังไม่มีการขยับจากตำแหน่ง แต่ก็ได้มีการประสานงานไปที่หน่วยงานต้นสังกัดแล้ว
นอกจากนี้ ยังมีการพูดไปถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับงานในกระทรวงด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะถ้าเขายังอยู่ในตำแหน่ง เขาจะยังทำลายทรัพยากรธรรมชาติได้ต่อ สิ่งที่คสช.ทำไม่ใช่การเอาผิดทางอาญา แต่เป็นเรื่องของการเคลื่อนย้ายบุคคลให้พ้นจากพื้นที่ที่ตัวเองควบคุมดูแล หากยังอยู่จะทำให้เกิดความเกรงกลัว และไปข่มขู่คุกคามได้ ดังนั้น การที่ป.ป.ช.เสนอรายชื่อบุคคลเหล่านี้ไปจะลดความเดือดร้อนของประชาชนลง และทำให้เครือข่ายที่เคยแจ้งเบาะแสมาเกิดกำลังใจว่ามีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขจริง ๆ เหมือนกรณีของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เรื่องกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ที่เขามาหาเรา เพราะหวังว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลง หากไม่ได้ คสช.คงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะขยับใหญ่ขนาดนี้
“วิธีการแบบนี้จะมีส่วนทำให้ดัชนีชี้วัดความโปร่งใสของไทยดีขึ้น เพราะทุกชาติ ขึ้นอยู่กับฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายนโยบายว่าเอาจริงเอาจังหรือไม่ ป.ป.ช.ทำได้แค่ไหนมันก็ได้คะแนนอยู่แค่นี้ถ้ารัฐบาลหรือผู้บริหารราชการแผ่นดินไม่รับลูก ไม่ทุบโต๊ะจริงจังว่าฉันทำจริงนะ เพราะทางองค์กรเพื่อความโปร่งนานาชาติก็เตือนมาแบบนี้ ซึ่งดีแล้ว” นายวิชา กล่าว





