วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สปช. ตั้งฉายา 'ร่างรธน.แบบสับขาหลอก'

"สปช." เสนอปรับที่มา ส.ว. หลายรูปแบบ ตั้งฉายา "ร่างรธน.แบบสับขาหลอก" หลังไม่ให้ปชช.มีสิทธิเลือกส.ว.โดยตรง

เมื่อ 22 เม.ย. ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ซึ่งมีวาระพิจารณาให้ข้อเสนอแนะต่อร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญเสนอต่อสปช. ได้เข้าสู่การพิจารณาในภาค2 ผู้นำการเมืองที่ดีและสถาบัน ในหมวด 3 รัฐสภา ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับที่มาของสภาผู้แทนราษฎร ที่มาของวุฒิสภา และกติกาที่ใช้ร่วมกันของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา รวมถึงรัฐสภา การตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ และการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน โดยก่อนที่ให้สปช.อภิปราย นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ชี้แจงรายละเอียดว่าสังคมเราเกิดวิกฤติ ภายหลังจากใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 ที่เปิดช่องให้คนกลุ่มหนึ่งเข้ามามีบทบาท และทำให้คนอีกกลุ่มหนึ่งที่เคยมีบทบาทแก้วิกฤตของประเทศหลายครั้งออกไป ด้วยเหตุผลว่าไม่เป็นประชาธิปไตย กมธ.ยกร่างฯ จึงสร้างสมดุลให้เกิดขึ้นในรัฐธรรมนูญ ในหมวด 3 รัฐสภา ซึ่งมีข้อแตกต่างไปจากรัฐธรรมนูญเดิมหลายอย่าง อาทิ เพิ่มลักษณะต้องห้ามไม่ให้ผู้ที่ทุจริตไม่สามารถลงสมัคร ส.ส. ส.ว. รัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรี ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจตรวจสอบข้อบังคับการประชุมของสภา ทั้งหมดนี้คือการออกแบบเพื่อคืนสมดุลให้สังคมไทย ซึ่งเราไม่คิดว่าเป็นความเสี่ยง ยืนยันว่า เราไม่ต้องการออกแบบให้รัฐบาลอ่อนแอ เพียงแต่ต้องการไม่ให้รัฐบาลเข้มแข็งเกินไป

 ขณะที่ข้อเสนอแนะของสปช. ภาพรวมได้ขอให้แก้ไขรายละเอียดเกี่ยวกับที่มาของส.ว โดยมีหลากหลายข้อเสนอ อาทิ ให้มาจากสรรหา โดยใช้รูปแบบเดียวกับการสรรหาสมาชิก สปช. แต่ตัดในส่วนการเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เห็นชอบและทูลเกล้าฯ เพื่อแต่งตั้ง, ให้ส.ว.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด 200 คน , ให้ส.ว.มาจากการสรรหา 100 คนผ่านกรรมการคัดกรองที่มีสังคมให้การยอมรับ และส.ว.จากการเลือกตั้ง 100 คน ทั้งนี้ยังมีผู้ที่เห็นด้วยกับที่มาของส.ว.ตามเนื้อหาที่ร่างรัฐธรรมนูญกำหนด แต่ขอให้ปรับในส่วนของส.ว.ที่มาจากกลุ่มอาชีพ เช่น กลุ่มเกษตร กลุ่มแรงงาน เพราะกลุ่มอาชีพดังกล่าวที่ผ่านมาพบว่ามีปัญหาเรื่องการซื้อเสียงอย่างมากในพื้นที่จังหวัด

 ทั้งนี้นายเอกราช ช่างเหลา สปช. อภิปรายเสนอแนะว่าตนขอให้ฉายาร่างรัฐธรรมนูญ ว่าเป็นฉบับที่สับขาหลอก แม้จะระบุว่าให้พลเมืองเป็นใหญ่ มีส่วนมากในการเลือกตั้ง แต่ในส่วน ส.ว.กลับพบว่าไม่ให้สิทธิ์ประชาชนเลือกได้โดยตรง ซึ่งถือว่าเป็นการไม่เห็นหัวประชาชน หลอกลวงประชาชน อย่างไรก็ตามตนมองว่าสปช. อยู่ในภาวะที่ถูกบีบให้รับร่างรัฐธรรมนูญของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ดังนั้นตนขอเสนอให้พบกันครึ่งทาง ด้วยการให้ส.ว.มาจากการเลือกตั้งตรงจากประชาชน จำนวน 100 คน และมาจากการสรรหา อีก 100 คน นอกจากนั้นตนขอให้เขียนเพิ่มอีก 1 มาตรา เป็นมาตรา 316 โดยยกบทบัญญัติมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว )พ.ศ.2557 มาเขียนไว้ เพื่อกันไม่ให้มีการยึดอำนาจอีก