“สุวพันธ์” เผยที่ประชุมกรข.ถกปัญหาอียูแจกใบเหลืองสินค้าประมง มอบหน่วยงานวิเคราะห์หาสาเหตุ เชื่อ6เดือนจะสามารถปรับได้ดีขึ้น
ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 13.00น. นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนและเร่งรัดการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล(กขร.) ครั้งที่ 4/2558 ถึงกรณีที่สหภาพยุโรป(อียู) ประกาศให้ใบเหลืองสินค้าประมงของไทยและให้เวลา 6 เดือนในการปรับปรุงนโยบายด้านการแก้ปัญหาแรงงานประมงผิดกฎหมายนั้น เป็นเรื่องที่ยืดเยื้อมานาน แต่รัฐบาลที่นำโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความตระหนักและสั่งการแก้ไขปัญหาดังกล่าวตามลำดับ อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงแรงงาน ได้รายงานต่อที่ประชุมว่าเรื่องดังกล่าวมีการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นลำดับอยู่แล้ว แต่เงื่อนไขของอียูนั้นมีหลายมิติ ทั้งด้านกฎหมายที่ทางอียูยังมองว่ากฎหมายไทยยังมีโทษน้อยเกินไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีการร่างกฎหมายใหม่ในเรื่องการประมงที่ผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)แล้ว และอยู่ในขั้นตอนกราบบังคมทูลฯตามขั้นตอนต่อไป นอกจากนี้ยังมีข้อกังวลเรื่องรายงานแหล่งจับปลาที่ยังต้องแก้ไขต่อไป
นายสุวพันธ์ กล่าวว่า ในส่วน กขร. ได้มีการหารือและมอบหมายให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาว่าประเด็นหลักที่อียูต้องการแก้ไขว่ามีส่วนใดบ้าง มีสาเหตุมาจากอะไร เชื่อว่าระยะเวลา 6 เดือนนั้นจะสามารถปรับได้ดีขึ้น และจะมีการพิจารณาติดตามการดำเนินการเป็นรายเดือนต่อไป ทั้งนี้รัฐบาลได้มีการประกาศให้เรื่องดังกล่าวเป็นวาระแห่งชาติ มี พรบ.การปราบปรามการค้ามนุษย์ที่ออกมาแล้วและหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย เช่น ตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองทำงานอย่างเต็มที่
นายสุวพันธุ์ กล่าวอีกว่า ส่วนผลกระทบระหว่างที่มีการแจกใบเหลืองนั้น กระทรวงเกษตรฯ รายงานในที่ประชุมกขร.ว่า สถานการณ์ประมงไทยยังมีการส่งออกเป็นลำดับต้นๆ และในช่วงนี้ก็ยังไม่มีการห้ามและสามารถเดินหน้าต่อไปได้ แต่ทั้งรัฐบาลและเอกชนต้องช่วยกัน เชื่อว่าการประกาศดังกล่าวเป็นคนละเรื่องและไม่เกี่ยวข้องกับการเป็นรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งแต่อย่างใด เพราะที่ผ่านมาอียูก็มีการประกาศใบเหลืองให้มาเลเซียและฟิลิปปินส์ ขณะที่การเสนอคำสั่งคสช.ตามอำนาจในรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา 44 นั้นตนไม่ทราบว่าจะนำไปใช้ในส่วนใด แต่มองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่สำคัญและส่งผลกระทบสูงทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชนและเศรษฐกิจในภาพรวมด้วย ดังนั้นมาตรการใดที่จะใช้เพื่อแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปด้วยดี รัฐบาลก็ต้องใชัทุกมาตรการเพื่อแก้ปัญหา แต่ก็ต้องใช้กฎหมายปกติก่อนและพิจารณาความจำเป็นต่อไป




