"พล.ต.สรรเสริญ" ระบุ นายกฯ ใช้อำนาจม.44 ย้ายข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการตามความเหมาะสม ย้ำที่ผ่านมาการเมืองแทรก แต่งตั้งคนไม่ตรงกับงาน
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 มีคำสั่งย้ายนายสุทธศรี วงษ์สมาน จากปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาการศึกษา และให้นายกำจร ตติยกวี ไปดำรงตำแหน่งแทน และย้ายบุคลากรทางการศึกษาอีกหลายตำแหน่ง ว่า คำสั่งดังกล่าว เป็นไปเพื่อการปฏิรูปการศึกษาและประสิทธิภาพการบริหารราชการในกระทรวงศึกษาธิการ ยืนยันว่าคสช.ใช้อำนาจในทางที่สร้างสรรค์และมีเหตุผลรองรับ จึงไม่หวั่นเกรงต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ที่จะตามมา
“เป็นการปรับย้ายข้าราชการที่มีตำแหน่งอยู่ในระนาบเดียวกัน ไม่ได้เป็นการลงโทษ เพราะได้ใช้เวลาดูการทำงานของแต่ละคน ไม่ใช่อยู่ ๆ อยากจะย้ายก็ย้าย แต่เป็นการปรับย้ายคนที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและเติบโตในกระทรวงศึกษาธิการโดยตรง ให้ได้ดำรงตำแหน่งตามความเหมาะสม นายกรัฐมนตรีต้องการให้คนที่มีความชำนาญ และเติบโตในกระทรวงได้ทำงานตรงสายงานด้านนั้น ๆ จริงๆ เพื่อให้การปฏิรูปการศึกษามีมาตรฐานต่อไป ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาบางตำแหน่งของกระทรวงฯ ถูกการเมืองแทรกแซง และครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก ที่คสช.ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว
ส่วนมีแนวโน้มว่าจะปรับย้ายข้าราชการในกระทรวงอื่น ๆ เพื่อปฎิรูปงานอีกหรือไม่ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ไม่สามารถตอบได้ แต่เห็นว่านายกรัฐมนตรีต้องการปฏิรูปการทำงานทุกกระทรวง หากกระทรวงใดที่สามารถทำงานขับเคลื่อนให้มีประสิทธิภาพได้ก็ไม่ปรับย้าย แต่หากกระทรวงใดติดขัด ไม่สามารถขับเคลื่อนตามเป้าหมายได้ ก็มีความจำเป็นที่จะต้องปรับย้ายตามความเหมาะสมต่อไป





