วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประวิตร' แจงผลงาน ย้ำงานความมั่นคง มีผลต่อเศรษฐกิจ

"พล.อ.ประวิตร" รองนายกฯและรมว.กลาโหม ชี้หากงานความมั่นคงดี เศรษฐกิจ-สังคมก็ดีไปด้วย ลั่นทำงานเพื่อความสงบเรียบร้อย

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม แถลงผลงานรัฐบาลด้านความมั่นคงว่า งานด้านความมั่นคงเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับเศรษฐกิจสังคม จิตวิทยา ถ้าความมั่นคงดีทุกอย่างจะดีไปด้วย ทั้งนี้ด้านความมั่นคงต่างประเทศกับมิตรประเทศ ตนได้ดูแลโดยเฉพาะเรื่องการทหาร ในเรื่องที่กระทรวงกลาโหมจะต้องไปติดต่อกับประเทศอาเซียน ซึ่งตนและกระทรวงกลาโหม(กห.) ดูแลมาตลอด นอกจากนี้ความมั่นคงตามแนวชายแดน เป็นความมั่นคงที่มีความจำเป็น ต้องใช้กองกำลังของทุกเหล่าทัพและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ตามแนวชายแดนดูและเรื่องของแรงงานข้ามชาติ ผิดกฎหมาย ยาเสพติด ใช้กองกำลังทั้งหมด 8 กองกำลังทั่วประเทศ โดยได้เข้าประสานงานกับกระทรวงมหาดไทย(มท.) ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ทุกพื้นที่ เข้ามาร่วมมือกันเพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง ซึ่งเราสามารถดำเนินการให้ความปลอดภัยและรักษาอธิปไตยตามแนวชายแดน ซึ่งกระทรวงกลาโหมจะเป็นหลักที่จะดูแลเรื่องดังกล่าว นอกจากนี้ในส่วนของสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) จะประสานงานกับกระทรวงต่างประเทศ(กต.) ในการทำงานเรื่องนี้ด้วย

  

รมว.กลาโหม กล่าวว่า สำหรับการรักษาความสงบในประเทศ มีการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้เกิดความสงบเรียบร้อย ปรองดอง โดยเฉพาะในเรื่องความปรองดองได้พยายามทำ โดยให้กระทรวงกลาโหมเป็นศูนย์กลางในเรื่องนี้ โดยพยายามเชิญทุกฝ่ายเข้ามาพูดคุย ทำอย่างไรที่จะให้เกิดความปรองดอง แต่ความเป็นจริงในขณะนี้ความสงบเรียบร้อยในประเทศ ทุกคนในประเทศส่วนใหญ่จะเห็นด้วย แต่ยังมีส่วนน้อยอย่างที่นายกรัฐมนตรีกล่าวไว้ เช่น นักการเมืองยังออกมาต่อต้าน

  

“ผมก็รู้สึกเห็นใจนักการเมืองเพราะขณะนี้ไม่มีอาชีพ ไม่มีงาน ฉะนั้นต้องเข้าใจด้วยว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้อยากเข้ามาบริหารประเทศ แต่เข้ามาเพื่อช่วยให้บานเมืองสงบเรียบร้อย โดยใช้มาตรการในการป้องกันมากกว่าปราบปรามซึ่งได้มอบนโยบายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ที่ขณะนี้ทำงานหนัก หรือแม้แต่ในพื้นที่กทม.เราก็ติดตั้งกล้องซีซีทีวีมากขึ้น 2-3 แสนจุด และไฟสว่างตามจุดเสี่ยงต่าง ๆ ได้รับความร่วมมือจาก กทม.ทำให้อาชญากรรมต่าง ๆ ลดน้อยลง” รมว.กลาโหม กล่าว

  

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เมื่อคสช.เข้ามาก็พยายามจัดระเบียบทางเท้า ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม ที่สำคัญเมื่อคนร้ายดำเนินการอะไรที่เป็นคดีอุจฉกรรจ์ ต่างๆ ก็จับกุมโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันที เช่นเหตุระเบิดที่ศาลอาญารัชดา สามารถจับกุมได้ขบวนการทั้งหมด ส่วนเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ ที่ เกาะสมุย เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เร่งดำเนินการ เรารู้ตัวหมดแล้ว กำลังเร่งรีบที่จะดำเนินการเพราะมีขบวนการมากมายที่โยงใยจากเหนือไปใต้ จากใต้ไปเหนือ มีการวางแผนทุกอย่าง ไม่ใช่ผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขยายพื้นที่เข้ามา

 

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นอกจากนี้ได้มีการจัดระเบียบรถรับจ้าง โดยมีการเข้าไปกำกับดูแลเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยเมื่อสามารถทำได้ถาวร เช่น จัดระเบียบวินมอเตอร์ไซด์ เข้าไปดำเนินการเพื่อให้เกิดความพอดีไม่เหลื่อมล้ำ และให้ทุกคนได้สามารถใช้พื้นที่ต่าง ๆ ให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างถาวรในอนาคต อย่างไรก็ตาม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)และรัฐบาล ได้พยายามทุ่มเททุกอย่างให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความเสมอภาค ในผืนดินนี้ตามที่นายกรัฐมนตรีต้องการ ดังนั้นเจ้าหน้าที่ทุกคนและทุกกระทรวง ในฝ่ายความมั่นคงที่ตนดูแลอยู่รับทราบนโยบาย

  

“นักการเมืองทั้งหลายถ้าอยากให้รัฐบาลทำอย่างไร ไม่ใช่ออกมาพูด ๆ เพราะทำให้เกิดความขัดแย้งและไม่เกิดความปรองดอง ดังนั้นหากอยากให้ทำอะไรให้ส่งเรื่องมาที่ศูนย์ดำรงธรรม เพราะรัฐมนตรีมหาดไทยดูแลอยู่ทุกพื้นที่ ส่งมาได้เลย เพราะบางทีออกมาพูดไม่ตรงบ้าง เวลาตัวเองทำก็ไม่ทำอย่างที่พูด ฉะนั้นถ้าอยากให้รัฐบาลแก้ไขอะไรก็ส่งเรื่องมาตั้งแต่ประชาชนจนถึงหัวหน้าพรรคการเมือง” พล.อ.ประวิตร กล่าว

  

รมว.กลาโหม กล่าวว่า สำหรับปัญหาภัยแล้งนั้น กระทรวงกลาโหมและทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ได้ช่วยเหลือไปแล้ว 74 จังหวัดส่งน้ำไปทั้งหมดไปประมาณ 3 ล้านล้านลิตรทั่วประเทศ นอกจากนี้รัฐบาลยังดำเนินการเรื่องที่ทำกิน ปัญหาที่ดินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งได้ร่วมมือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ และกระทรวงมหาดไทย ร่วมกันดำเนินการ และยังมีการจัดสรรที่ดินของรัฐให้กับเกษตรกรเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน ประชาชนที่ไร้ที่ดินทำกิน เป็นต้น สำหรับเรื่องการสร้างโอกาสที่จะเข้าถึงการบริการของรัฐ ได้มีการจัดตั้งศูนย์บริการจัดหางานเพื่อคนไทยในพื้นที่ 7 แห่งสามารถช่วยเหลือคนไทยที่เข้ามาติดต่อหางานทำ บรรจุเข้าทำงานได้ไม่น้อยกว่า 80 เปอร์เซ็น

  

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ส่วนแรงงานไทยที่เดินทางไปต่างประเทศก็เช่นเดียวกัน ได้มีการดำเนินการตลอดระยะเวลา 6 เดือนที่เข้ามาทำงาน รัฐบาลยังได้แก้ปัญหาบุกรุกพื้นที่ป่า ลักลอบตัดไม้ทำลายป่า เผาป่า ก่อให้เกิดหมอกควัน การเผาป่าหรือปราบปรามการล่างาช้างอย่างจริงจัง กฎหมายใดที่เคยออกไม่ได้รัฐบาลนี้ก็ออกได้ทั้งที่เราบริหารงานเพียงหกเดือน

  

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องปัญหาแรงงานต่างด้าวเป็นปัญหาความสำคัญ ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงเพราะไทยถูกประเมินการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ การใช้แรงงานต่างด้าวถูกลดระดับลงจากเทียร์ 2 เป็นเทียร์ 3 ซึ่งรัฐบาลพยายามแก้ไขและส่งรายงานไปยังสหรัฐฯ ไปถึง 2 ครั้ง ซึ่งผลตอบรับจากสหรัฐฯ ดีขึ้นมาก ส่วนเรื่องของแรงงานประมงได้ดำเนินการโดยตลอดเช่นกัน อย่างไรก็ตามเรื่องต่างๆ ถ้ารัฐบาลชุดเก่าๆ ทำไว้ เราก็ไม่ต้องถูกประเทศไหนต่อว่าว่าไม่ได้ทำ แต่ขณะนี้รัฐบาลชุดนี้เข้าไปดำเนินการ แก้ไขทำให้เสียงตอบรับต่างๆ กำลังดีขึ้น

  

รมว.กลาโหม กล่าวว่า สำหรับปัญหาชายแดนภาคใต้ เป็นปัญหาที่เกิดตั้งแต่ปี 47 รัฐบาลชุดนี้พยายามแก้ไขมาตลอดตั้งแต่นายกฯ เป็นผบ.ทบ. และรัฐมนตรีกลาโหมก็ดูแลต่ออีกรวมทั้งหมด 7 ปี ซึ่งขณะนี้สถานการณ์เริ่มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ปัญหาต่างๆ ลดน้อยลงเป็นจำนวนมาก ได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย รวมถึงประชาชนในพื้นที่ที่มีส่วนร่วมอย่างมาก ขอเรียนว่าทุกอย่างที่รัฐบาลทำตลอด 6 เดือนได้ทำทุกเรื่อง

  

“เรื่องการดูแลสถาบันและในการเชิดชูสถาบันนั้น เราได้ดำเนินการมาตลอด อย่างที่นายกรัฐมนตรี บอกว่าจะให้ยกเลิกมาตรา 112 ท่านอยู่ของพระองค์ท่าน แล้วใครล่ะที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ ไปนำพระองค์ท่านออกมา ด่าท่านทำให้พระองค์ท่านเสียหาย ในเว็ปไซต์ต่าง ๆ เราได้ดำเนินการไปแล้วจำนวน 2.5 หมื่นยูอาร์แอลและขณะนี้ได้ส่งจับไปประมาณ1.7 หมื่นยูอาร์แอล ทุกอย่างที่รัฐบาลทำไปเพื่อความสงบเรียบร้อย ปรองดอง ปลอดภัย ที่สำคัญคือต้องการให้ประชาชนรากหญ้าสามารถยืนอยู่ได้” พล.อ.ประวิตร กล่าว