"สรรเสริญ"เผยหลักฐานเหตุระเบิด เซ็นทรัลฯสมุย เชื่อมโยงกลุ่มเดิมที่ก่อเหตุในกทม. ชี้พยายามโยงให้เกี่ยวข้องกับชายแดนใต้
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกมนตรี กล่าวถึง ความคืบหน้ากรณีระเบิดในห้างเซนทรัลเฟสติวัล ที่เกาะสมุย ว่า รายงานการสืบสวนเชิงงลึกจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ระบุว่าหลักฐานทั้งหมดที่พบในขณะนี้เชื่อมโยงไปยังกลุ่มผู้ก่อเหตุกลุ่มเดิม ที่เคยสร้างสถานการณ์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยใช้รถยนต์ที่ถูกโจรกรรมจากพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้มาก่อเหตุ เพื่อหวังเบี่ยงเบนประเด็นการสืบสวนของเจ้าหน้าที่
"ขณะนี้ หลักฐานทั้งจากที่เกิดเหตุ หลักฐานจากการสืบสวนขยายผล และจากการสอบสวนผู้ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องซึ่งเชิญตัวมาให้ปากคำเมื่อวานนี้ ทำให้เจ้าหน้าที่มั่นใจว่าเป็นกลุ่มผู้ที่เกี่ยวโยงกับกลุ่มอำนาจเก่าที่เคยก่อเหตุในกรุงเทพ ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังติดตามประกบตัวผู้อยู่ในขบวนการและหลักฐานสาวไปถึง" พล.ต.สรรเสริญ กล่าว
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า การพยายามสร้างภาพให้เกิดความวิตกว่า จะเป็นเรื่องเกี่ยวพันกับสถานการณ์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นวิธีการเบี่ยงเบนประเด็นของผู้ก่อเหตุ แต่เจ้าหน้าที่มีหลักฐานค่อนข้างชัด จึงทำให้ประเด็นนี้มีน้ำหนักน้อยมาก ซึ่งรัฐบาลไม่หลงประเด็น และขอประณามผู้ที่คิดทำเช่นนี้ ขอให้เลิกจองเวรประเทศ เลิกสร้างสถานการณ์ขยายผลความกังวลของประชาชน เพราะเป็นการขัดขวางการเดินหน้าพัฒนาและแก้ไขปัญหาประเทศ ขณะที่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กำลังเดินหน้าเข้าสู่สถานการณ์แห่งความร่วมมือที่มีแนวโน้มดีอย่างมาก
คืบหน้าเหตุระเบิดคาร์บอมที่เซ็นทรัลสมุย
รายงานข่าวจากชุดสืบสวนคลี่คลายคดีเหตุคาร์บอมที่บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดิน ห้างเซ็นทรัลเฟสติวัลสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ให้ข้อมูลถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกได้ตามจุดสำคัญต่างๆ ในอ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี สามารถบันทึกภาพรถกระบะที่ผู้ต้องหาใช้คาร์บอมที่บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดิน ห้างเซ็นทรัลเฟสติวัลสมุย ได้ขับขึ้นเรือเฟอร์รารี่มา เมื่อถึงจุดเกิดเหตุได้ขับลงจากเรือแล้วพุ่งตรงมายังจุดเกิดเหตุ โดยสามารถยืนยันได้ว่าผู้ต้องหากลุ่มนี้เป็นคนไทย ซึ่งมีมากกว่า 2 คน ที่ร่วมกันก่อเหตุ ส่วนการเลือกก่อเหตุที่บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดิน ห้างเซ็นทรัลเฟสติวัลสมุย เป็นการขยายพื้นที่ในการก่อเหตุ เพื่อเรียกร้องความสนใจออกนอกพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้
เนื่องจาก แนวร่วมหัวรุนแรงได้ถูกเจ้าหน้าที่รัฐกดดันและมีการจับกุมแนวร่วมหัวรุนแรงก่อนหน้านี้ ทั้งจากคดีมีผู้เสียชีวิต 4 ศพ ที่บ้านโต๊ะชูด ต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 มีนาคม และอีกคดีที่เกิดเหตุระเบิดที่ จ.นราธิวาสหลายจุด เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 10 คน ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากการที่แนวร่วมหัวรุนแรงถูกกดดันจากเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ยังพบอีกว่า ถ้าแนวร่วมอยู่ในพื้นที่ไหน ก็มักจะเกิดเหตุในพื้นที่นั้นเช่นเดียวกับที่เคยเกิดเหตุลอบวางระเบิดที่กรุงเทพมหานครก่อนหน้านี้ ซึ่งระเบิดที่คนร้ายกลุ่มนี้ใช้เป็นระเบิดแสวงเครื่อง โดยพฤติการณ์ที่เลือกก่อเหตุที่เป็นลักษณะคาร์บอมบ์ เพราะเป็นพฤติการณ์ที่แนวร่วมหัวรุนแรงใช้อยู่เป็นประจำ ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องทางการเมือง หรือเรื่องที่พระสุเทพ ปภากโร อดีตเลขาธิการ กปปส. ลงไปในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้บ่อยครั้งในช่วงนี้





