วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ย้ำคสช.แจงต่างชาติ ปมมาตรา44ได้แน่

“วิษณุ” เชื่อ “คสช.” พร้อม แจงต่างชาติ ม.44 ปัดไม่เกี่ยวกับ ครม. นำไปเล่นงานใครไม่ได้ แนะให้รอดูหยิบมาใช้

ที่สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฏหมาย กล่าวถึงการเตรียมการสำหรับชี้แจงการใช้มาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว ต่อคณะทูต และสื่อมวลชนต่างชาติ ในวันที่7 เม.ย.นี้ว่า ส่วนตัวไม่ได้เตรียมการอะไรเป็นพิเศษ เพราะไม่ทราบว่า รูปแบบของการแถลงนั้นเป็นอย่างไร เชื่อว่ามีผู้ที่พร้อมชี้แจงอยู่แล้ว โดยจะเป็นการตอบตามที่สื่อต่างชาติสงสัย ซึ่งผู้ที่ควรจะต้องตอบคำถามนั้นมีหลายฝ่าย เพราะในคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 3/2558 เป็นคำสั่งของหัวหน้า คสช. ไม่ใช่คณะรัฐมนตรี(ครม.)เป็นผู้ออก ดังนั้นผู้รับผิดชอบคือ คสช. จะเห็นได้ว่ากระบวนการในการใช้มาตรา 44 ไม่ใช่เรื่องของ ครม. ซึ่งการชี้แจงก็จะเป็นเรื่องของ คสช. และกระทรวงการต่างประเทศมากกว่า เชื่อว่าชาวต่างชาติอาจจะเข้าใจต่างไปจากคนไทย เพราะมองด้วยสายตาที่ไม่เหมือนกัน

เมื่อถามว่า ต่างชาติมองว่าการใช้มาตรา 44 เป็นการให้อำนาจของคน ๆ เดียว นายวิษณุ กล่าวว่า แน่นอน ด้วยบริบท และวัฒนธรรมของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน คนไทยมองกฎอัยการศึกอย่างหนึ่ง ต่างประเทศมองอีกอย่างหนึ่ง เมื่อมาถึงมาตรา 44 คนไทยอาจเจอมาแล้วหลายครั้ง แม้เด็กรุ่นหลังจะไม่ชิน แต่ต่างชาติไม่เคยมีแบบนี้เลย จึงอาจจะแปลกใจ ยิ่งเมื่อมีการแปลมาตรา 44 ก็อาจจะได้เห็นว่า เราเอาไปใช้อย่างมากมายสารพัด เพราะเมื่ออ่านแล้วก็จะต้องแปลอย่างนั้นจริง ๆ แต่มาตรา 44 กระโดดไปเล่นงานใครไม่ได้ จนกว่าจะหยิบเอามาใช้

“ถ้ามาตรา 44 เป็นเหมือนดาบ ก็เป็นดาบที่วางไว้ อยู่ในฝักด้วยซ้ำไป ดังนั้นจะเกิดอะไรขึ้นมากก็ต่อเมื่อไปชักมันออกมาจากฝักแล้วเอามาใช้ แต่ตอนนี้มันอยู่ในฝักอยู่นิ่ง ๆ เรามีดาบนี้ แต่ต่างประเทศเขาไม่มีเลย แต่ของเราก็ใช่ว่าจะหยิบเอามาใช้ได้ทันที อยู่ที่ว่าจะหยิบมาเมื่อไหร่ ซึ่งเราเคยชักออกมาใช้แล้วเมื่อเดือน ม.ค.ในเรื่องท้องถิ่น และชักออกมาอีกครั้งเพื่อรองรับการยกเลิกการประกาศใช้กฎอัยการศึก” นายวิษณุ กล่าวและว่า ส่วนอะไรจะเป็นตัวชี้วัดว่าการใช้มาตรา 44 ดีกว่ายกเลิกกฎอัยการศึกนั้น ต้องการดูเหตุการณ์จริงตั้งแต่นี้ต่อไป ตอนเป็นมาตรา 44 ยังไม่มีอะไร ตอนเป็นคำสั่งก็ยังไม่มีอะไร แต่เมื่อได้ไปใช้กับใครแล้ว จึงจะรู้ว่าออกฤทธิ์อย่างไร ต้องดูเป็นราย ๆไปว่าถูกต้องชอบธรรมประการใด ขณะที่มีการข่าวระบุ มี 5 กลุ่มที่เป็นภัยต่อความมั่นคงอยู่นั้น ตนยังไม่ทราบ เป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคง คาดว่าคงกำลังดูอยู่

นายวิษณุ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เสนอเซ็นเอ็มโอยูเพื่อยุติความขัดแย้ง ถือ เป็นข้อเสนอที่ดี แต่ฝ่ายความมั่นคงจะต้องพิจารณา ซึ่งสุดท้ายก็จะต้องมีอะไรมาแลกกัน โดยเรื่องนี้อาจจะต้องถาม 3 ฝ่าย คือ 1. ผู้ที่จะเข้ามาเซ็นว่ามีเงื่อนไขอะไรแลกเปลี่ยน 2.ฝ่ายความมั่นคง ว่าประเมินสถานการณ์แล้วรับได้หรือไม่ 3.ต้องถามใจประชาชน ว่าเป็นการซูเอี๋ยกันหรือไม่ ถ้าได้คำตอบในเชิงบวกทั้งหมดก็น่าจะไปได้