ศาลอนุญาตฝากขัง'ศุภชัย'รอลุ้นประกัน

ศาลอนุญาตฝากขัง'ศุภชัย'รอลุ้นประกัน

ศาลอนุญาตฝากขัง “ศุภชัย ศรศุภอักษร” รอลุ้นได้ประกันหรือไม่ เผยปฏิเสธทุกข้อหาขอให้การชั้นศาล

พ.ต.ท.บรรณฑูรย์ ฉิมกรา พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้คุมตัวนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อายุ 57 ปี อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ผู้ต้องหาในคดียักยอกทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 , 353 และ มาตรา 254 ไปผัดฟ้องฝากขังครั้งแรกมีกำหนด 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 2 – 13 เม.ย.58

คำร้องฝากขังสรุปว่า น.ส.สุดาภรณ์ กองธรรม กับพวก ได้รับมอบอำนาจจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว ให้ดำเนินคดีกับนายศุภชัยในความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ต่อมาพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว ส่งมอบสำนวนการสอบสวนคดีดังกล่าวให้ ดีเอสไอ ดำเนินการสอบสวนเป็นคดีพิเศษ ต่อมาวันที่ 22 ส.ค.57 อธิบดีอีเอสไอมีคำสั่งรับเป็นคดีพิเศษ จากการสืบสวนสอบสวนพบข้อเท็จจริงว่าช่วงระหว่างวันเวลาที่เกิดเหตุ ตั้งแต่วันที่ 19 เม.ย.56- 8 ต.ค.56 นายศุภชัยผู้ต้องหาในฐานะประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ชุดที่ 29 และทำหน้าที่เป็นผู้จัดการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องการกำหนดสถาบันการเงินและอัตราดอกเบี้ยสูงสุด ของดอกเบี้ยที่สถาบันการเงินอาจคิดได้จากผู้กู้ยืม พ.ศ.2550 ข้อ 1. กำหนดให้สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด เป็นสถาบันการเงิน และให้ประธานกรรมการมีอำนาจเป็นตัวแทนของสหกรณ์ในการดูแลรักษาทรัพย์สินของสหกรณ์เป็นผู้ควบคุมในเรื่องการรับเงิน การจ่ายเงิน การสะสมเงิน การฝากเงิน หรือการเก็บรักษาเงินให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของสหกรณ์ ตลอดจนมีหน้าที่ในการควบคุมจัดทำบัญชีและทะเบียนต่างๆของสหกรณ์ให้ถูกต้องครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน ตามข้อบังคับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด พ.ศ.2549 ข้อ 69 และผู้จัดการสหกรณ์มีหน้าที่จัดการทั่วไป และรับผิดชอบเกี่ยวกับกิจการประจำของสหกรณ์ รับผิดชอบในการรับจ่ายเงินของสหกรณ์ และรวบรวมใบสำคัญและเอกสารต่างๆเกี่ยวกับการเงินไว้ให้ครบถ้วน และเก็บรักษาเงินของสหกรณ์ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการดำเนินการกำหนด

นายศุภชัย ได้ครอบครองทรัพย์อันเป็นเงินฝากและเงินเรือนหุ้นของสมาชิกสหกรณ์ฯ และได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของสมาชิกสหกรณ์ฯ ได้กระทำการยักยอกทรัพย์อันเป็นเงินฝากและเป็นเงินเรือนหุ้นของสมาชิกที่ฝากไว้โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ฯ จัดทำเอกสารการเงินเพื่อที่จะขออนุมัติการเบิกจ่ายเงิน แล้วนายศุภชัยได้นำเงินออกไปจำนวน 8 ครั้ง ครั้งที่ 1 วันที่ 19 เม.ย.56 จำนวน 2,500,000 บาท ครั้งที่ 2 วันที่ 19 เม.ย.56 จำนวน 5,000,000 บาท ครั้งที่ 3 วันที่ 5 ก.ค.56 จำนวน 3,000,000 บาท ครั้งที่ 4 วันที่ 5 ก.ค.56 จำนวน 6,000,000 บาท ครั้งที่ 5 วันที่ 5 ก.ค.56 จำนวน 9,000,000 บาท ครั้งที่ 6 วันที่ 12 ก.ย.56 จำนวน820,000 บาท ครั้งที่ 7 วันที่ 28 ก.ย.56 จำนวน 1,138,000 บาท และครั้งที่ 8 วันที่ 8 ต.ค.56 จำนวน 184,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 27,642,000 บาท

โดยผู้ต้องหาได้ลงลายมือชื่อรับเงินในใบสำคัญจ่ายเงินทุกครั้ง อ้างว่าจะต้องเบิกเงินเพื่อเป็นค่าธรรมเนียมในการไปหาเงินมาเสริมสภาพคล่องของสหกรณ์ ซึ่งการกระทำดังกล่าวไม่มีมติของคณะกรรมการสหกรณ์ฯให้ดำเนินการได้ และไม่มีระเบียบหรือข้อบังคับใดๆให้สามารถดำเนินการได้ การกระทำดังกล่าวจึงถือได้ว่ากระทำไปโดยทุจริตและไม่ปฏิบัติตามระเบียบและข้อบังคับของสหกรณ์ฯ มีเจตนาจะเบียดบังเอาทรัพย์ซึ่งเป็นเงินฝาก และเงินเรือนหุ้นของสหกรณ์ฯไปเป็นของตน หรือบุคคลที่ 3 โดยทุจริต ทำให้สหกรณ์ฯได้รับความเสียหาย เป็นความผิดอาญาฐานยักยอกทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 , 353 และ 354

ต่อมาเวลา 09.00 น. วันที่ 2 เม.ย. นายศุภชัยได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวนดีเอสไอ โดยนายศุภชัยให้การปฏิเสธ เหตุเกิดที่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด เลขที่ 1 ซอยเสรีไท 7 ถนนเสรีไท แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. ตั้งแต่วันที่ 19 เม.ย.56 8 ต.ค.56 ทั้งนี้พนักงานสอบสวนยังต้องรอสอบสวนพยานอีก 5 ปาก รอผลตรวจสอบประวัติต้องโทษของผู้ต้องหา และตรวจสอบเอกสารหลักฐานทางคดีอื่นๆอีก ด้วยความจำเป็นดังกล่าวจึงขอฝากขังผู้ต้องหา

ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากนายศุภชัยถูกดำเนินคดีหลายคดี มีทุนทรัพย์ที่เสียหายเป็นจำนวนมาก และกระทบต่อระบบสหกรณ์ของประเทศไทย อีกทั้งมีการข่มขู่พยานสำคัญในคดี หากปล่อยชั่วคราวเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีและไปข่มขู่พยานได้ และหากศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ขอให้มีคำสั่งห้ามไม่ให้ผู้ต้องหาเดินทางออกนอกราชอาณาจักรด้วย

ศาลสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน 

สำนวนคดีนี้สมาชิกสหกรณ์ฯเป็นผู้กล่าวหา หลังพบหลักฐานว่านายศุภชัยสั่งเช็คเบิกจ่ายถึงตัวเอง 8 ฉบับ เป็นเงิน 27 ล้านบาท อ้างต่อสมาชิกว่าเป็นค่าธรรมเนียมสหกรณ์ฯ จากการสอบสวนนายศุภชัยให้การปฎิเสธ ส่วนสำนวนคดีที่นายศุภชัยยักยอกเงินสหกรณ์ฯ 13,000 ล้านบาท พนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องและส่งอัยการแล้ว ส่วนสำนวนคดีที่สมาชิกสหกรณ์ฯเป็นผู้กล่าวหาว่านายศุภชัยมีพฤติการณ์ฉ้อโกงประชาชนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลุ่มสมาชิกสหกรณ์ฯ ได้เดินทางมาศาลอาญาเพื่อยื่นคำร้องต่อศาลขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราวนายศุภชัยด้วย ขณะที่ทนายความของนายศุภชัย ได้เตรียมหลักทรัพย์เพื่อยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ศาลอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวหรือไม่

"ศุภชัย"ปฏิเสธทุกข้อหาขอให้การชั้นศาล 

พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 3 กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในคดียักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 353 และ 254 เบื้องต้นนายศุภชัยให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและไม่ขอให้การในชั้นสอบสวน พนักงานสอบสวนจึงนำตัวนายศุภชัยไปขออำนาจศาลฝากขังพร้อมคัดค้านการประตัว โดยครั้งนี้ไม่พบว่ามีข้าราชการหรือบุคคลติดต่อขอใช้ตำแหน่งประกันตัว นายศุภชัยจึงซื้อกรมธรรม์มายื่นเป็นหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวแทน อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงเช้าทราบว่ามีสมาชิกสหกรณ์กลุ่มหนึ่งตะโกนต่อว่านายศุภชัยขณะเดินทางมารับทราบข้อหา แต่ไม่มีเหตุการณ์กระทบกระทั่งรุนแรง

สำหรับวันพรุ่งนี้(3 เม.ย.)คณะพนักงานสอบสวนจะประชุมติดตามความคืบหน้าคดีดังกล่าวจากชุดสืบสวนชุดต่าง ๆ จากนั้นเวลา 15.00 น. จะประชุมคณะกลั่นกรองคดีพิเศษเพื่อเสนอให้รับกรณีซื้อขายที่ดินบริเวณคลองหลวง จ.ปทุมธานีของนายศุภชัย ให้กับน.ส.อลิสา อัศวโภคิน ทายาทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ รวมถึงกรณีการโอนทรัพย์สินไปให้กับนายสถาพร วัฒนาศิรินุกุล เป็นคดีความผิดฐานฟอกเงินแยกจากคดีพิเศษอีกคดีหนึ่ง อย่างไรก็ตาม หากคณะทำงานที่มีอัยการเข้าร่วมเห็นว่าคดีดังกล่าวเป็นคดีที่มีความเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันก็พิจารณาคดีพิเศษได้   

แหล่งข่าวจากชุดสอบสวนคดีดังกล่าว เปิดเผยว่า ขณะนี้ชุดติดตามร่องรอยทางการเงินนำโดยพ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล อยู่ระหว่างการลงพื้นที่ตรวจสอบและเก็บข้อมูลในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศหลังได้รับแจ้งข้อมูลจากประชาชนกรณีถูกนายศุภชัยหลอกลวงซื้อที่ดิน จากนั้นแนะนำให้นำเงินที่ได้จากการขายที่ดินมาฝากไว้กับสหกรณ์คลองจั่นฯ ทำให้ต้องสูญเสียทั้งที่ดินและเงินค่าขายที่ดิน นอกจากนี้ยังต้องตรวจสอบกรณีที่นายศุภชัยนำที่ดินไปขายด้วยว่ามีเงินกลับเข้ามาให้กับสหกรณ์จริงหรือไม่            

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในส่วนของการหารือร่วมกันระหว่างผู้บริหารสหกรณ์คลองจั่นฯกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) เกี่ยวกับการบริหารทรัพย์ที่ได้จากการยึดและอายัด เดิมมีกำหนดหารือร่วมกันในวันที่ 3 เม.ย.ได้เลื่อนไปเป็นวันที่ 10 เม.ย.