"อุดมเดช"ระบุม.44 ไม่แรงกว่ากฎอัยการศึก ยันใช้คุมสถานการณ์ เพราะมีกลุ่มใต้ดินเคลื่อนไหว "วิษณุ"ชี้ไม่ใช่ทำอะไรก็ได้ ต้องใช้ผ่านคำสั่งคสช.
ที่สโมสรทหารบก พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบกให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่จะมีการใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา 44แทนกฎอัยการศึกว่า ต้องเข้าใจว่าเรามีหน้าที่ดูแลงานด้านความมั่นคงซึ่งได้รับมอบภารกิจมาจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะคณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ(คสช.)อยากให้ประชาชนได้เข้าใจว่า ถึงแม้ขณะนี้สถานการณ์จะดูเหมือนว่าเรียบร้อยแต่ยังมีการเคลื่อนไหวที่ส่งผลให้เกิดความไม่เรียบร้อยบ้างโดยเฉพาะในเรื่องการรักษาความปลอดภัยซึ่งจะเห็นได้ว่าในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมามีผู้ไม่หวังดีพยายามสร้างความไม่สงบเกิดขึ้นนี่คือสาเหตุที่เราจำเป็นที่จะต้องมีกฎหมายพิเศษ เพราะหากเป็นกฎหมายปกติจะไม่ทันต่อเหตุการณ์ ถือเป็นเรื่องของความจำเป็นที่จะต้องทำเพื่อประโยชน์ต่อส่วนร่วม ทั้งนี้ไม่ต้องกังวลว่า มาตรา44จะไปส่งผลกระทบต่อประชาชนที่ใช้ชีวิตประจำวัน ตรงกันข้ามจะเป็นเครื่องมือที่ดูแลความปลอดภัยให้กับพลเมืองดี
เมื่อถามว่า เรื่องการขึ้นศาลทหารและการให้อำนาจเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหา 7 วันยังดำเนินการอยู่หรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ทั้งนี้คำสั่งของคสช. ก็คือกฎหมายเป็นอย่างไรก็จะเป็นไปตามนั้น อย่างไรก็ตามการใช้กฎหมายดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้คำนึงถึงสิทธิมนุษยชนอยู่แล้วว่าจะไม่มีการละเมิด
"ยืนยันว่ามาตรา 44 ที่มาแทนกฎอัยการศึกนั้นไม่ได้มีความรุนแรงอะไรมากกว่ากฎอัยการศึก แต่อย่างใด เพียงแต่การใช้กฎอัยการศึกมีคนไปมองว่าเป็นการละเมิดและเกิดความไม่สบายใจ และการเปลี่ยนมาใช้มาตรา 44 ก็จะทำให้การดำเนินการมีเหตุมีผลมากขึ้นอย่างเช่นบทลงโทษก็จะมีขอบเขตที่ชัดเจนและทุกคนสามารถยอมรับได้ ทั้งนี้อยากจะขอให้ไปศึกษากฏหมายที่กำลังจะออกมานี้ให้ครบถ้วนก่อน" พล.อ.อุดมเดช กล่าว
เมื่อถามว่า จะสามารถทำให้เศรษฐกิจและความกดดันจากต่างชาติลดลงหรือไม่ พล.อ.อุดมเดชกล่าวว่า จะดีขึ้นอย่างแน่นอน ทางรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีได้ใคร่ครวญดีแล้ว โดยมีการหารือกับทุกส่วนที่เกี่ยวข้องจึงมองว่าน่าจะทำให้ผู้ที่ยังไม่เข้าใจอย่างเช่นคนต่างชาติได้มีความเข้าใจเรามากขึ้น
เมื่อถามว่า ทางกลุ่มประเทศอียูออกมาระบุว่ากลุ่มประเทศอียูไม่มีกฎหมายมาตรา 44เกรงจะกระทบข้อตกลง เอฟทีเอ พล.อ.อุดมเดช กล่าว่า ไม่อยากให้เอาเรื่องเศรษฐกิจไปพัวพันกับเรื่องการเมือง จะมีหรือไม่อย่างไร เราต้องนำไปวิเคราะห์กัน ส่วนการดำเนินการดังกล่าวจะเป็นแรงกดดันที่ทำให้ ภาพเศรษฐกิจ ถูกบีบอย่างไรก็แล้วแต่ ก็ไม่อยากให้พัวพันธ์กัน แต่ถ้าดูองค์รวมจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็พยายามชี้แจงทำความเข้าใจมาโดยตลอด
อยากให้เป็นกำลังใจและเป็นแรงสนับสนุน เพราะรัฐบาลพยายามแก้ปัญหามาโดยตลอด ซึ่งปัญหามีมาก บางอย่างต้องใช้เวลา บางอย่างจำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนมาใช้มาตรา44 ก็จำเป็นต้องมีการปรับการปฎิบัติงาน คือร่วมกันปฎิบัติงานระหว่างทหารกับตำรวจ โดยการให้ข้อคิดเห็น ประสานกัน ซึ่งจะทำให้ความรู้สึกต่างๆดีขึ้น เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและร่วมมือกับรัฐบาล
"วิษณุ"ชี้ม.44ไม่ใช่ทำอะไรก็ได้ต้องใช้ผ่านคำสั่งคสช.
ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีการยกเลิกกฎอัยการศึกเพื่อใช้มาตรา 44 เเห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราวว่า การยกเลิกกฎอัยการศึกต้องทำเป็นประกาศพระบรมราชโองการ ซึ่งรัฐบาลได้นำความกราบบังคมทูลไปแล้ว ตามคำแนะนำของคสช. ดังนั้นเมื่อมีการยกเลิกแล้วจะมีมาตรการใดรองรับ ซึ่งทางคณะที่ปรึกษาคสช.เคยทำแนวทางเลือกเสนอพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเเละหัวหน้าคสช.แล้วเมื่อเดือนพฤศจิกายน2557ที่ผ่านมา คือ 1.ใช้กฎหมายธรรมดา 2.อาจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและใช้กฎหมายบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน 3.การใช้กฎหมายรักษาความมั่นคงภายใน โดยกฎหมาย 2 ฉบับหลังนั้นให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในระดับหนึ่ง ซึ่งเบากว่ากฎอัยการศึก แต่ก็ยังมีข้อจำกัด ถ้านำฉบับใดฉบับหนึ่งมาใช้แทนกฎอัยการศึก ก็คงจะพอไปได้ เหมือนที่เคยใช้มาก่อนวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมา แต่มันจะช่วยแก้ปัญหาอะไรบางอย่างที่สมควรจะแก้ไม่ได้ เพราะไม่ได้เตรียมไว้รองรับบางเรื่อง
"ฉะนั้นเมื่อยกเลิกกฎอัยการศึก สิ่งที่ต้องนำมาใช้แทนก็คือ ให้อำนาจเจ้าหน้าที่จะกระทำการบางอย่าง ซึ่งตรงนี้จะเป็นระดับเดียวกันกับกฎหมายสถานการณ์ฉุกเฉิน และกฎหมายความมั่นคง ไม่มากไปกว่านั้น แต่ขณะเดียวกัน เราต้องการมาตรการอื่น เพื่อใช้แก้ปัญหาบางอย่าง โดยที่ไม่เกี่ยวกับการลิดรอนสิทธิเสรีภาพ แต่เป็นการให้สิทธิเสรีภาพที่กฎหมาย 2 ฉบับนั้นไม่ช่วย เมื่อเป็นเช่นนี้จึงต้องคิดถึงมาตรา 44 ซึ่งครอบคลุมสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด ใช้ยิงกระสุนนัดเดียวได้นกสองตัว ส่วนมาตรการที่จะนำมาใช้คือจะโยงไปสู่การนำคดีขึ้นศาลทหาร ซึ่งกฎหมาย 2 ฉบับนั้นไม่ได้ยุ่งเกี่ยวเรื่องนี้เลย" นายวิษณุ กล่าว
นายวิษณุ กล่าวว่า เมื่อจะนำมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวไปใช้กับเรื่องใดก็นำไปใช้ให้มันเข้าเกณฑ์กับมาตรานี้ เช่นที่เคยนำมาใช้แล้วครั้งหนึ่งคือ การต่อวาระผู้บริหารท้องถิ่น ซึ่งหากสังเกตุดู คำว่าท้องถิ่นไม่ได้อยู่ในมาตรา 44 แต่ที่นำมาตรา 44 มาใช้กับเรื่องนี้เพราะว่า นั่นคือกรอบแล้วจะนำไปสู่วิธีปฏิบัติเรื่องใดก็มุ่งไป และสิ่งที่นายกรัฐมนตรีได้ปรารภคือ มีปัญหาของบ้านเมืองอีกหลายเรื่องที่อาจต้องนำมาตรา 44 มาใช้ในเชิงสร้างสรรค์ มาแก้ปัญหา ไม่ได้คุกคามหรือทำให้เกิดความเดือดเนื้อร้อนใจแก่ใคร เช่น กรณีของกรมการบินพลเรือนที่เป็นปัญหาอยู่ ซึ่งหากใช้มาตรการธรรมดา ก็อาจใช้เวลา 5-6 เดือน ซึ่งมาตรา 44 ไม่ได้พูดถึงเรื่องเหล่านี้ แต่ถ้าต้องจะใช้ ก็นำมาใช้ได้ และยังมีเรื่องอื่นที่อยู่ในเส้นทางที่นายกฯเคยบอกว่าถ้าเกิดปัญหาเดือดร้อนติดขัด ก็อาจนำมาตรา 44 มาใช้
"นี่คือความหมายของคำว่าใช้ในทางสร้างสรรค์ และเรื่องดังกล่าวต้องเข้าหลักเกณฑ์ และกระบวนการของมาตรา 44 อย่าตอบว่าอะไรก็ได้ มันต้องจำเป็นถึงขั้นที่ไม่สามารถใช้มาตรการอื่นได้แล้ว หรือเกิดความล่าช้าจนเกิดความเสียหาย"นายวิษณุ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า กระบวนการในการใช้มาตรา 44 อย่างสร้างสรรค์ ต้องออกเป็นคำสั่งคสช.ใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เมื่อเริ่มต้นจะใช้มาตรา 44 คสช.ต้องหารือ และออกมาเป็นคำสั่งคสช. โดยในคำสั่งดังกล่าว จะเขียนว่าอาศัยตามความในมาตรา 44 เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีเคยกล่าวถึงเรื่องที่จะให้ศาลทหารมีเป็น 3 ศาลเหมือนศาลพลเรือน นายวิษณุกล่าวว่า ตนไม่ขอตอบ เป็นเรื่องรายละเอียด เพราะอาจจะตอบผิด เพราะยังมีขั้นตอนเลยจากตนไปอีก ตามหลักเมื่อยกเลิกกฎอัยการศึกก็ยังต้องขึ้นศาลทหาร ซึ่งการประกาศกฎอัยการศึกไม่ได้เกี่ยวข้องกับการที่พลเรือนขึ้นศาลทหาร แต่ขณะนี้ที่ต้องขึ้นเพราะคำสั่งคสช. ซึ่งเมื่อยกเลิกกฎอัยการศึก แต่ประกาศคสช.ยังอยู่ การขึ้นศาลทหารก็ยังอยู่
เมื่อถามว่า ตัวคำสั่งมาตรา 44 พร้อมประกาศใช้แล้วใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า “ต้องตอบว่าใช่ ซึ่งตนก็คิดอยู่ว่าการออกประกาศมายังไม่เข้าใจ ตนก็อาจจะต้องออกมาชี้แจงต่อสาธารณชน”
เมื่อถามว่าคำสั่งฉบับนี้มีหลายฝ่ายกังวลหากใช้ในทางไม่สร้างสรรค์มากที่สุดคืออะไร นายวิษณุกล่าวว่า เห็นใจสำหรับการตีตนไปก่อนไข้ เพราะมันยังไม่เห็นอะไร แต่เมื่อเห็นแล้ว ก็คงจะรู้ว่ามันไม่ใช่ไข้ มันอาจจะไม่ต้องตีตนก็ได้ ตนบอกไปแล้ว เมื่อเรารังเกียจการใช้กฎอัยการศึก ใครที่ไหนจะออกอะไรให้แย่กว่ากฎอัยการศึกอีก มันคงไม่มีแล้ว ไม่เช่นนั้น ไม่รู้จะไปออกอะไรทำไม
เมื่อถามว่า คำสั่งมาตรา 44 จะมีการตีกรอบอำนาจเจ้าหน้าที่ด้วยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ต้องเกิดการรับผิดชอบมากขึ้น มีบทรับผิดเยอะ เพราะต้องเป็นเจ้าพนักงาน ซึ่งเป็นดาบสองคม การเป็นเจ้าพนักงานอย่าดีใจเพราะใครไปทำอะไรต่อเจ้าหน้าที่ ก็ถือว่าทำร้ายเจ้าพนักงาน ดูหมิ่น ขัดขวาง ตรงนี้เป็นแง่คุ้มครองเจ้าหนักงาน แต่ในแง่เจ้าพนักงานแล้วไปทำอะไรผิด โทษจะหนักกว่าตอนที่ไม่ได้เป็นเจ้าพนักงาน เพราะเจ้าพนักงานต้องมีความรับผิดชอบสูงกว่าธรรมดา มีทั้งคุณและโทษ ถ้าเจ้าหน้าที่ทำตามหน้าโอเค แต่ถ้าทำเกินอำนาจหน้าที่ผิดแน่ ใครไม่แน่ใจว่าใช้อำนาจหน้าที่เกินหรือไม่ จะไปฟ้องศาลก็ได้
เมื่อข่าวถามว่า มีแนวโน้มที่จะยกเลิกประกาศคสช.ฉบับที่ 37, 38, 50 หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ หากตอบไปแล้วไม่เข้าใจจะเกิดการจินตนาการ ซึ่งอาจจะไม่ใช่ อย่าตอบดีกว่า หากเห็นคำสั่งคสช.จะออกมาจะเข้าใจในตัวของมันเอง เมื่อถามว่า มีมาตรการ 3 – 4 แบบให้เลือกใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่หัวหน้าคสช.จะต้องหยิบเลือกขึ้นมา เพราะจะมีสถานการณ์บางอย่างที่เกี่ยวข้องกับผู้มีอำนาจจะต้องไปชั่งน้ำหนักว่าสถานการณ์แบบใดใช้แบบที่ 1, 2 หรือ 3 ซึ่งสถานการณ์วันนี้ตีแผ่อยู่แล้ว ดังนั้น คนที่มีหน้าที่คุ้นกับการรักษาความมั่นคงจะรู้ว่าเขาจะสามารถเชื่อได้ว่าจะใช้กับสถานการณ์อะไร และหยิบคำสั่งนั้นมาใช้ หรือพูดง่ายๆ ว่าเป็นโรคอะไรจะได้ใช้ยาให้ถูกกับโรคนั้น
เมื่อถามว่า มาตรา 44 จะมีอำนาจเบ็ดเสร็จได้หรือไม่หากในอนาคตที่มีการประกาศรัฐธรรมนูญฉบับถาวรแล้วเกิดความวุ่นวาย นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ ขอให้เห็นคำสั่งแล้วจะเข้าใจ เพราะคำสั่งจะล็อกกับสถานการณ์ ถ้าสถานการณ์อื่นนอกจากนี้ใช้ไม่ได้จะต้องไปหาอย่างอื่น ถ้าวันหนึ่งเกิดโรคใดขึ้นมาแล้วไม่ได้เตรียมยาไว้สำหรับโรคนั้นจะต้องไปคิดอ่านอย่างอื่นต่อไป เช่น ประกาศกฎอัยการศึก พ.ร.บ.มั่นคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือจะใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งใหม่ แต่ไม่ใช่จะใช้เจตนารมย์ของมาตราดังกล่าวออกคำสั่งใดๆ ให้ครอบจักรวาล หากเป็นแบบนั้นจะไม่ปลอดภัยกับประชาชน อย่างน้อยให้ประชาชนควรรู้ชัดว่าใช้มาตรานี้ในสถานการณ์อะไร อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการประกาศคำสั่งออกมาแล้ว รัฐบาลหรือคสช. อาจจะต้องชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน เพราะบางเรื่องเป็นเรื่องเทคนิค
เมื่อถามว่า จะใช้มาตรา 44 ในเรื่องของการปรองดองหรือปฏิรูปหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า วันหนึ่งข้างหน้าอาจจะเห็นมาตรา 44 ทำเรื่องของการปฏิรูปก็ได้ เมื่อถามต่อว่า มีโอกาสจะเห็นมาตรา 44 ในเรื่องของการนิรโทษกรรมหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็อยู่ในข่ายถ้าจะใช้ก็ได้ อย่างไรก็ตาม มาตรา 44 ที่กระแสสังคมตีตนไปก่อนไข้ เพราะอ่านมาตรา 44 แต่ไมได้อ่านคำสั่งที่ออกจากมาตรา 44 จึงทำให้รู้สึกว่าน่ากลัว จริงๆ แล้วอยู่ที่ว่าเราจะนำไปใช้อะไร





