วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'โบนันซ่า'รุกป่า 'ตระกูลเตชะณรงค์'ลั่นผิดจริงพร้อมคืน

“รองปลัดยุติธรรม”นำกำลังลุยตรวจโบนันซ่าเขาใหญ่ พบสนามแข่งรถ-บ้านพักกว่า 151 ไร่ บุกรุกเขตป่าสงวน-ได้เอกสารสิทธิ นส.3 ก.ไม่ชอบ

 สั่งรื้อถอนสิ่่งปลูกสร้าง-เพิกถอนโฉนด สั่งป.ป.ท.เอาผิดเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง พร้อมมอบดีเอสไอสอบผู้มีอิทธิพลเบื้องหลัง จ่อสอบที่ดิน-หมู่บ้านจัดสรรของนักการเมืองและสวนสัตว์ ด้าน “ตระกูลเตชะณรงค์” ยันซื้อจากชาวบ้านไม่รู้บุกรุก ระบุหากผิดจริงพร้อมส่งคืนที่ดินให้


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (31 มี.ค.) พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พ.อ.สมหมาย บุษบา คณะทำงานฝ่ายกฎหมายกองทัพภาคที่ 2 นายอรรถพล เจริญชันษา ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ รองเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้สนธิกำลังร่วมเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เจ้าหน้าที่สำนักที่ดินจังหวัดนครราชสีมา ลงพื้นที่ตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนป่าเขาเสียดอ้า ป่าเขานกยูงและป่าเขาอ่างหิน ในพื้นที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา


ทั้งนี้จากที่ได้รับการร้องเรียนว่า บริษัท โบนันซ่า กอล์ฟ แอนด์ คันทรีคลับ จำกัด ของนายไพวงศ์ เตชะณรงค์ นักธุรกิจชื่อดังได้บุกรุกที่ดินทั้งในเขตป่าถาวร ป่าสงวนแห่งชาติ และพื้นที่ส.ป.ก.จำนวน 6 จุด โดยสร้างสนามกอล์ฟและสนามแข่งรถ รวมทั้งสร้างสิ่งปลูกสร้างในเนื้อที่กว่า 151 ไร่ เป็นพื้นที่ ส.ป.ก.72 ไร่ ป่าสงวน 32 ไร่ และพื้นที่ออกเอกสารสิทธิ นส.3 ก.ไม่ชอบด้วยกฎหมาย 47 ไร่


ช่วงเช้ากลุ่มคณะตรวจสอบได้เดินทางไปที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เพื่อตรวจสอบข้อมูลที่ดินในพื้นที่สนามแข่งรถโบนันซ่า เขาใหญ่ หลังปรากฏหลักฐาน นส.3 ก. บางส่วนของพื้นที่สนามเเข่งรถส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเขาเสียดอ้า อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
จากนั้นกลุ่มคณะรวมเจ้าหน้าที่กว่า 100 นาย เข้าตรวจสอบบริเวณสนามแข่งรถและพื้นที่ปลูกบ้านพัก โดยมีน.ส.พัทธมน เตชะณรงค์ ลูกสาวของนายไพวงษ์ ได้มารอต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวก และจากการตรวจสอบจุดที่ 1 พบว่าในพื้นที่บริเวณซอกภูเขา มีการบุกรุกและปลูกบ้านพักจำนวน 15 หลัง และเป็นจุดที่นายสงกรานต์ เตชะณรงค์ ลูกชายของนายไพวงษ์ ใช้สถานที่ดังกล่าวประกอบพิธีปลูกต้นมะขามคู่จัดงานแต่งงานกับดารานักแสดงสาวชื่อดัง เมื่อ 2-3 ปีก่อน


ส่วนจุดที่ 2 เป็นสนามแข่งรถ ซึ่งบริเวณดังกล่าวใช้เป็นสถานที่จัดงานคอนเสิร์ตประจำ พบว่ามีจำนวน 151 ไร่ มีจำนวน 4 แปลง เนื้อที่รวม 47 ไร่มีเอกสารสิทธิ นส.3 ก.แต่อีก 104 ไร่ พบว่ามีการบุกรุกป่า


“ดุษฎี”ยันสนามแข่งรถโบนันซ่ารุกป่า


พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า จากการตรวจแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมในปี 2517 ยังพบว่าการบุกรุกได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากส่วนที่มีเอกสารสิทธิถูกต้องเพียง 6 แปลง และขยายพื้นที่บุกรุกเพิ่มเติม โดยเฉพาะการก่อสร้างสนามแข่งรถ ซึ่งสร้างถมปิดพื้นที่สาธารณประโยชน์และลำรางสาธารณะ โดยพื้นที่แข่งรถส่วนใหญ่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาเสียดอ้า และแนวเขตป่าไม้ถาวร
หลังการลงพื้นที่ตรวจสอบในส่วนของการบุกรุกป่าจะให้กรมป่าไมัในฐานะผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดีบุกรุกป่าสงวน โดยจะต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด ส่วนการออกเอกสารสิทธิหรือ นส.3 ก.ในเขตป่าสงวน ในพื้นที่บางส่วนของป่าไม้ถาวรเมื่อปี 2519 ทาง ป.ป.ท.ดำเนินการกับเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องในการออกเอกสารสิทธิมิชอบและจะเพิกถอนเอกสารสิทธิทั้งหมดด้วย


จ่อสอบบ้านจัดสรรนักการเมือง-สวนสัตว์


“หลังจากนี้ชุดปฏิบัติการจะตรวจสอบที่ดินซึ่งจัดสรรให้นักการเมือง หมู่บ้านจัดสรร และสวนสัตว์ภายในโบนันซ่าด้วย เพราะปัญหาการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติของกลุ่มผู้มีอิทธิพลถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยพื้นที่โบนันซ่าเป็นจุดแรกที่กระทรวงยุติธรรม บูรณาการตรวจสอบร่วมกับทุกหน่วยงาน ก่อนจะขยายการตรวจสอบไปยังการบุกรุกแปลงอื่นในภาคอีสาน อย่างไรก็ตาม หลังแจ้งความไว้เป็นหลักฐานแล้วจะส่งสำนวนให้ดีเอสไอตรวจสอบว่าการบุกรุกมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง จนทำให้เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องไม่กล้าดำเนินการหรือไม่” รองปลัดยุติธรรม กล่าว


ปูดนายทุนกว๊านซื้อที่ดินรับรถไฟเร็วสูง


ด้านพ.อ.สมหมาย บุษบา คณะทำงานฝ่ายกฎหมายกองทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวในปี 2506 เป็นพื้นป่าไม้ถาวรอยู่ในเขต อ.ปากช่อง ต่อมาในปี 2509 ได้จำแนกพื้นที่เป็นป่าสงวนป่าเขาเสียดอ้า ป่าเขานกยูงและป่าเขาอ่างหิน โดยสภาพพื้นที่ยังไม่มีการเพิกถอนสภาพ และเป็นป่าสงวนและป่าถาวร จนกระทั่งในปี 2519 กรมที่ดินได้เดินสำรวจเพื่อออก นส. 3 จำนวนกว่า 1 พันไร่ และในปี 2532 ได้ประกาศเป็นพื้นที่ส.ป.ก.และขยายเพิ่มเติมในปี 2536 โดยไม่เปิดให้เอกชนเข้ามาจับจองพื้นที่ป่าแต่อย่างใด แต่ระหว่างนั้นจนถึงปี 2549 ทางโบนันซ่าได้เข้ามาดำเนินการและขยายพื้นที่เพิ่มเติม โดยก่อสร้างทั้งสนามกอล์ฟและสนามแข่งรถ นอกจากนี้ยังพบว่าพื้นที่บริเวณรอบข้างโบนันซ่ามีกลุ่มนายทุนและนอมินีนักการเมืองระดับชาติเข้าไปกว้านซื้อที่ดินเพื่อรองรับโครงการรถไฟความเร็วสูงตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่ผ่านมา


นายคเชนทร์ ใยสุ่น ปลัด อบต.ขนงพระ อ.ปากช่อง กล่าวว่า การก่อสร้างสนามแข่งรถของโบนันซ่าไม่ได้ขออนุญาต ในส่วนตัวอาคารทาง อบต.จะขอเข้าไปตรวจสอบอีกครั้ง


นายสิรภพ ดอนดี หัวหน้าสวนป่าปากช่อง กล่าวว่า เมื่อหลายปีที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่เคยเข้าตรวจสอบพบว่า มีการก่อสร้างสนามแข่งรถล้ำเข้าไปในแนวเขตสวนป่าปากช่องกว่า 10 ไร่ แต่ยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ แต่หลังจากนี้เมื่อพบความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ชัดเจนก็จะเข้าไปแจ้งความดำเนินคดีกับบริษัท


“โบนันซ่า”พร้อมคืนที่หากรุกป่า


ส่วน น.ส.พัทธมน ได้นำสำเนาเอกสารสิทธิ นส.3 ก.จำนวน 47 ไร่ และใบชำระภาษีบำรุงท้องที่มาชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ โดยระบุว่าเอกสารต้นฉบับเก็บที่สำนักงานในกทม. และเข้ามาบริหารโบนันซ่าเป็นรุ่นที่ 3 จึงไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับที่ดินมากนัก แต่มั่นใจว่าดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย และพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่หากผลการตรวจสอบพบว่ามีการบุกรุกป่าก็พร้อมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและคืนพื้นที่ให้ทั้งหมด ด้านเจ้าหน้าที่ได้นำหลักฐานภาพถ่ายทางอากาศมาตรวจเปรียบเทียบและวัดพิกัดจีพีเอส พบว่าบริเวณสนามแข่งรถและบ้านพักอยู่ในเขตป่า ซึ่งไม่ตรงกับเอกสารที่นำมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่


“พ่อซื้อที่ดินมาจากชาวบ้านนานหลายสิบปีแล้ว ไม่ทราบว่ามีการบุกรุกมาก่อน แต่ถ้าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของทางราชการก็พร้อมที่จะคืนให้ แต่อยากให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารให้ชัดเจนก่อน เพราะเอกสารทั้งหมดอยู่ที่กรุงเทพฯ” น.ส.พัทธมน กล่าว


ด้านนายอารักษ์ เตชะณรงค์ น้องชายของนายไพวงษ์ กล่าวว่า ตนเป็นที่ปรึกษาของบริษัท โบนันซ่า ยืนยันว่าการขยายพื้นที่เพิ่มเติมเป็นการซื้อที่ดินต่อมาจากชาวบ้าน จึงไม่ทราบว่าเป็นพื้นที่บุกรุก หากผิดจริงก็พร้อมจะรื้อถอนและคืนที่ดินให้