วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผบ.ตร.แถลงจับผู้จ้างวานฆ่าโหดพระบัณฑิต

"พล.ต.อ.สมยศ" แถลงจับผู้จ้างวานฆ่าโหด "พระบัณฑิต" เจ้าอาวาสวัดป่าตอสีเสียด หลังใช้เวลาติดตามเกือบ 1 เดือน

พลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงจับกุมนายบรรเจิด ฉัตรไพฑูรย์ เจ้าของโรงพยาบาลเอกอุดร  นายชาญชัย สร้อยสังวาลย์ หรือ ดาบตำรวจชาญชัย อดีตผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบ สถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี ช่วยราชการชุดปราบปรามยาเสพติด จังหวัดอุดรธานี และนายบุญนาค หงษาคำ พนักงานขับรถสำนักงานโครงการชลประทานที่ 5 จังหวัดอุดรธานี ผู้ต้องหาร่วมกันสังหารโหดพระบัณฑิต สุปัณฑิโต หรือ พระหมอเจ้าอาวาสวัดป่าตอสีเสียด อำเภอเมืองอุดรธานี มรณภาพ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา หลังจับกุมนายปัญจ๋า ชารีแสน มือปืน ที่ถูกจับกุมได้คนแรกเมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา พร้อมให้การซัดทอดถึงผู้จ้างวาน และผู้ร่วมขบวนการ

โดยตำรวจนำตัวผู้ต้องหาทั้งสามคน เดินทางจากจังหวัดอุดรธานี มายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยนายบรรเจิด ซึ่งศาลออกหมายจับเมื่อช่วงเย็นวานนี้ และถูกควบคุมตัวได้ที่โรงพยาบาลเอกอุดรในเวลาต่อมา เบื้องต้นไม่ขอให้การในชั้นสอบสวน ส่วนนายชาญชัย และนายบุญนาค ตำรวจได้แยกสอบปากคำผู้ต้องหาคนละห้อง  ภายหลังสอบปากคำ พลตำรวจเอกสมยศ ให้เจ้าหน้าที่นำตัวนายชาญชัย และนายบุญนาค แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน

โดยนายชาญชัย รับสารภาพว่านายบรรเจิด ได้โทรศัพท์มาว่าจ้าง ด้วยเงิน 3 แสนบาท ให้ยิงพระวัดป่าแห่งหนึ่ง เมื่อตัดสินใจรับงานได้ว่าจ้างนายปัญจ๋า มือปืน พร้อมโอนเงินก้อนแรกให้ 5 หมื่นบาท เพื่อไปจัดซื้ออาวุธปืนเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2558 และให้นายบุญนาค เป็นคนดูสถานที่และเส้นทางที่ใช้หลบหนี ส่วนตัว ยืนยันไม่รู้จักกับนายบรรเจิด มาก่อน แต่นายบรรเจิด โทรศัพท์มาติดต่อ อ้างว่ารู้จักกับนายตำรวจที่ถูกคำสั่งให้ไปช่วยราชการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อนหน้านี้ และนายบรรเจิด ยังเป็นผู้กว้างขวางในจังหวัดจึงยอมรับทำงานให้ โดยนายบรรเจิด ยังอ้างกับตัวเองถึงสาเหตุที่ต้องสังหารพระบัณฑิต เนื่องจากมีพฤติกรรไม่เหมาะสม ไปมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับสีกาหญิง ซึ่งเป็นแพทย์หญิงคนหนึ่ง

นอกจากนี้นายบรรเจิดและนายตำรวจคนดังกล่าว ยังให้ตนเองติดตามดูพฤติการณ์ของแพทย์หญิงกับพระบัณฑิต อีกเกือบ 1 เดือน ทำให้พบว่าแพทย์หญิง ได้ไปที่วัดป่าตอสีเสียดจริง แต่ไม่พบความผิดปกติใด ๆ จากนั้นจึงได้ว่าจ้างนายปัญจ๋า เป็นเงิน 1 แสน 1 หมื่นบาท และว่าจ้างนายบุญนาค เป็นเงิน 5 หมื่น 5 พันบาท ทั้งนี้ ที่ตัดสินใจรับงานเพราะอยากได้เงิน แต่ตอนนี้สำนึกผิดแล้ว และฝากขอโทษผู้บังคับบัญชาทุกคน ตัวเองรู้สึกเสียใจมาก และขอโทษครอบครัวของพระบัณฑิต และไม่มีใครเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุในครั้งนี้อีก ส่วนนายตำรวจคนดังกล่าว จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจ้างวานด้วยหรือไม่ ตัวเองไม่ทราบ ด้านนายบุญนาค ให้การรับสารภาพ ว่าเป็นผู้ไปดูลาดเลาเท่านั้น

ขณะที่ พลตำรวจเอกสมยศ กล่าวว่า ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งขบวนการ และมีพยานหลักฐานอื่นประกอบนอกเหนือจากคำรับสารภาพของผู้ต้องหา อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ได้เชิญนายตำรวจที่ถูกพาดพิงมาพูดคุย โดยให้ข้อมูลว่ารู้จักกับนายบรรเจิดจริง และนายบรรเจิด ได้ขอร้องให้ช่วยติดตามพฤติการณ์ของแพทย์หญิง จากนั้น นายตำรวจที่เชิญมารพูดคุย ได้ให้นายชาญชัย ซึ่งเป็นลูกน้อง ไปเฝ้าดูพฤติการณ์ของแพทย์หญิงคนดังกล่าว แต่ระยะหลังก่อเกิดเหตุ นายบรรเจิด ได้โทรศัพท์มาสอบถามความเคลื่อนไหวของแพทย์หญิงบ่อยครั้ง ด้วยความรำคาญนายบรรเจิด   จึงให้เบอร์โทรศัพท์ของนายชาญชัย ไปเพื่อให้นายบรรเจิด โทรศัพท์ไปสอบถามกันเอง

ทั้งนี้ พลตำรวจเอกสมยศ ระบุว่าหากพบพยานหลักฐาน ที่เกี่ยวข้องถึงใคร จะดำเนินการตามขั้นตอนและไม่มีการปกป้อง แม้ว่าผู้ที่เกี่ยวข้องจะเป็นตำรวจก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากการแถลงข่าว เจ้าหน้าที่ จะคุมตัวผู้ต้องหา กลับไปที่จังหวัดอุดรธานี เพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และฝากขังศาลทหาร พร้อมกับคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ประชาชนสนใจ หากให้ประกันตัวจึงเกรงผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน