วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นักกฎหมายค้านใช้ม.44 แทนกฎอัยการศึก

"สมชาย หอมละออ"ค้านรัฐบาลและคสช.ใช้ ม. 44 แทนกฎอัยการศึก ระบุเป็นกฎหมายเผด็จการ

นายสมชาย หอมละออ นักกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชน กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลและคสช. อาจนำมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ. 2557 มาใช้แทนกฎอัยการศึก ว่า ม. 44 ร้ายกว่ากฎอัยการศึก สามารถสั่งขัง20-30 วัน โดยไม่ต้องมีกฎเกณฑ์ ขณะที่กฎอัยการศึกใช้ดุลยพินิจของนายทหาร ควบคุมตัวได้ไม่เกิน 7 วัน 

"มาตรา 44 ก็เหมือนมาตรา 17 ในอดีต เป็นการรวบอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ มาอยู่ในคนเพียงคนเดียว กฎหมายใดก็ตามที่ให้อำนาจเด็ดขาด ไร้ขีดจำกัด(absolute) ไม่ดีแน่นอน เป็นกฎหมายเผด็จการ ริดรอนสิทธิเสรีภาพและอำนาจตามมาตรา 44 เป็นอำนาจของ หัวหน้า คสช. ดังนั้นแม้ว่าจะนำมาตรา 44 มาทำเป็นคำสั่ง คสช. และในคำสั่ง คสช. อาจมอบหมายให้คนอื่นดำเนินการตามมาตรา 44 แทนหัวหน้า คสช. แล้วประกาศใช้แทนกฎอัยการศึก แต่ หัวหน้า คสช . ก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบอยู่ดีเพราะต้องเป็นคนลงนามในคำสั่ง คสช. จะให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติรับผิดชอบแทนในผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินตามมาตรา 44 ไม่ได้  หากนำมาตรา 44 มาใช้แทนกฎอัยการศึก ในสายตาชาวโลกยิ่งจะแย่กว่าเดิม ที่จริงแล้วควรยกเลิกมาตรา 44 ด้วยซ้ำไป"  

เขายังเห็นว่า  หากเห็นว่าการใช้กฎอัยการศึก ล้าสมัย ก็ใช้วิธีแก้ไขกฎอัยการศึก เช่น ออกกฎระเบียบภายใต้กฎอัยการศึกให้ญาติเข้าเยี่ยมผู้ถูกควบคุมตัวได้ หรือ มีสถานที่คุมขังที่ระบุชัดเจน  ซึ่งปัจจุบันญาติไม่สามารถเข้าเยี่ยมผู้ถูกควบคุมตัว และไม่รู้ว่านำไปขังไว้ที่ไหน และการแก้ไขกฎอัยการศึกหรือการออกกฎหมายใดๆก็ควรเสนอผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ไม่ใช่ออกเป็นคำสั่ง คสช.

เมื่อถามว่า หากนำ พ.ร.บ. ความมั่นคง หรือ พ.ร.บ. ฉุกเฉินมาใช้แทนกฎอัยการศึก เห็นอย่างไร นายสมาชาย กล่าวว่า จะดูดีกว่าการใช้กฎอัยการศึก เนื่องจากทั้ง พ.ร.บ. ความมั่นคง และ พ.ร.บ. ฉุกเฉิน มีดีกรีีที่แรงน้อยกว่ากฎอัยการศึก