วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศาลยกฟ้อง'ธาริต'ไม่หมิ่น'สุเทพ'

ศาลพิพากษายกฟ้อง "ธาริต" ไม่หมิ่น "สุเทพ" เหตุแถลงเปลี่ยนแปลงการประมูลสร้างโรงพัก 396 แห่ง ชี้แสดงความเห็นเกี่ยวกับคดีในฐานะเจ้าพนักงาน

ที่ห้องพิจารณา 902 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษา คดีหมายเลขดำ อ.495/2556 ที่พระสุเทพ ปภากโร หรือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เป็นโจทก์ฟ้อง นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา

จากกรณีเมื่อวันที่ 21 ม.ค.- 4 ก.พ. 2556 นายธาริต แถลงข่าวกล่าวหานายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีว่า เป็นผู้สั่งการไม่ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำสัญญาก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ 396 แห่งเป็นรายภาค ตามที่ สตช.เสนอ แต่กลับให้รวมสัญญาการจัดซื้อจัดจ้างเพียงรายเดียว ทำให้บริษัท พีซีซี ดิเวลล็อปเม้นท์ แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูล จนเกิดปัญหาที่ไม่สามารถก่อสร้างได้เสร็จทันตามกำหนด

โดยวันนี้ นายธาริต จำเลยและทนายความเดินทางมาฟังคำพิพากษาของศาล ขณะที่โจทก์มีผู้รับมอบอำนาจเดินทางมาแทน

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้การแถลงข่าวของจำเลยจะเป็นการกล่าวหาโจทก์ว่าเป็นผู้สั่งการยกเลิกโครงการก่อสร้างโรงพักจากรายภาคมาเป็นรายเดียว แต่ก็เป็นการอนุมัติตามหนังสือของสำนักงานแห่งชาติ (ตร.) ที่เสนอมา ซึ่งสอดคล้องกับที่จำเลยได้ตรวจสอบ ซึ่งเรื่องดังกล่าวในภายหลังก็ได้มีการร้องเรียนว่าพบข้อมูลการทุจริตในโครงการดังกล่าว จากนั้นกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามข้อร้องเรียนและรับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ รวมทั้งยังเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ การแถลงข่าวของจำเลยจึงเป็นการตรวจสอบโครงการก่อสร้างโรงพัก และให้ความเห็นในทางกฎหมายในฐานะอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ไม่ได้มีการยืนยันข้อเท็จจริงแต่อย่างใดว่าโจทก์ได้กระทำการทุจริตใดๆ ซึ่งในการแถลงข่าวจำเลยได้กล่าวในตอนท้ายว่าเป็นเรื่องที่จะต้องดำเนินการตรวจสอบต่อไป

โดยขณะนั้นโจทก์ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นตำแหน่งทางการเมืองระดับสูง เมื่อมีผู้พบเห็นความไม่ปกติของโครงการดังกล่าวจึงได้ตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์ตามขอบเขตของกฎหมาย การแถลงข่าวและให้สัมภาษณ์ของจำเลยเป็นการสรุปความคืบหน้าของคดี ตามพยานหลักฐานในสำนวนคดีที่ปรากฏ ที่ได้รับรายงานจากผู้ใต้บังคับบัญชาเพื่อแถลงข่าวให้ประชาชนได้รับทราบ ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานที่ได้ปฎิบัติตามอำนาจหน้าที่และเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 329 (2) พยานหลักฐานจำเลยนำสืบหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้ จึงยังรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท พิพากษายกฟ้อง

ภายหลัง นายธาริต กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ตนสบายดี และยังคงปฎิบัติหน้าที่ในสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีคดีความที่ถูกฟ้องร้องขณะปฎิบัติหน้าที่อธิบดีดีเอสไอ รวมแล้วกว่า 30 คดี