วิปสปช. ยืนมติเดิม “เครือญาติ” สปช.ต้องลาออกทั้งหมด หลังพบรายชื่อโผล่เพิ่มอีก
นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือวิปสปช.กล่าวกรณีสปช.แต่งตั้งเครือญาติมาช่วยงานในตำแหน่งต่างๆว่า ไม่ทราบว่ามีสมาชิกสปช.ที่มีการแต่งตั้งเครือญาติเป็นผู้ชำนาญการ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ช่วยดำเนินการประจำตัวเพิ่มกันทั้งหมดกี่คนเพราะเมื่อการประชุม วิป สปช.ครั้งที่ผ่านมา ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้รายงานว่า หลายฝ่ายยื่นเรื่องเพื่อขอข้อมูลในเรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร แต่ไม่ได้มีการแจ้งรายละเอียดต่อที่ประชุมว่ามีกี่คน แล้วมีใครบ้างที่แต่งตั้งเครือญาติเข้ามาช่วยงานบ้างแต่เมื่อปรากฏรายชื่อเพิ่มเติมมาอีก สมาชิกสปช.ก็ต้องยึดตามแนวทางที่นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสปช.และมติวิปสปช.ที่ได้วางไว้ ทั้งนี้ในการประชุมในวันที่26มี.ค.นี้ จะมีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาสอบถามถึงข้อมูลที่แท้จริง รวมถึงความคืบหน้าหลังจากที่วิปสปช.มีมติออกมาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้วว่าสมาชิกได้ปฏิบัติตามมติวิปแล้วหรือไม่อย่างไร
“ยอมรับว่ากรณีดังกล่าวจะปรากฏว่ามีรายชื่อสมาชิกมากหรือน้อยก็กระทบต่อภาพลักษณ์ของสปช.แน่นอน ต้องไม่ลืมว่า สปช.เป็นผู้นำในการปฏิรูป ดังนั้นประชาชนจึงคาดหวังว่า สปช.จะมีมาตรฐานที่สูงกว่าสภาฯในอดีต แต่เมื่อมีข้อวิจารณ์ของสังคมสมาชิกก็ต้องมีการปรับปรุงแก้ไข ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นถือว่าบทเรียนที่ สปช.จะต้องพึงระมัดระวังรวมถึงเรื่องอื่นๆด้วย” นายอลงกรณ์ กล่าว
ด้าน พ.ต.อาณันย์ วัชโรทัย สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านการปกครองส่วนท้องถิ่น กล่าวถึงกรณีที่ปรากฏรายชื่อเป็นหนึ่งในสมาชิกสปช.ที่แต่งตั้งเครือญาติเข้าดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำชาญการและผู้ช่วยดำเนินการประจำตัวจำนวน 4 คน ว่า ตั้งแต่มีข้อท้วงติงถึงความเหมาะสมของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีการแต่งตั้งเครือญาติเข้ามาเป็นผู้ช่วยประจำตัว และทางคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ วิป สนช.ก็ได้มีความเห็นร่วมเพื่อแนะนำให้ออกลาออก ซึ่งในเมื่อสังคมได้ท้วงติงและทางสนช.ก็มีความเห็นเช่นนั้น ตนฐานะที่เป็น สมาชิกสปช.ก็ได้ให้ทั้ง 4 คนลาออกทั้งหมดไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้วก่อนที่ วิป สปช.จะมีมติดังกล่าวออกมา
พล.ท.นคร สุขประเสริฐ สมาชิกสปช.จังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า ตนได้ให้น้องชายลาออกตั้งแต่กรณีของ สนช.แล้ว ซึ่งการที่แต่งตั้งให้น้องชายเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ เนื่องจากตนเป็นสมาชิก สชป.จังหวัด และยังต้องทำหน้าที่เป็นคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญด้วย จึงไม่มีเวลาลงพื้นที่ทำเวทีภาคประชาชนเกี่ยวกับการปฏิรูปจึงต้องให้น้องชายที่มีความรู้ความสามารถและยังมีความเชี่ยวชาญในพื้นที่เข้ามาทำงานดังกล่าวแทน อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่ขัดระเบียบของ สปช.แต่ในเมื่อสังคมมองว่าไม่เหมาะสมก็ไม่ขัดข้องแต่อย่างใด
นายนิรันดร์ พันทรกิจ สมาชิก สปช.ด้านอื่นๆ กล่าวว่า ตนได้แต่งตั้งภรรยาเป็นผู้ช่วยผู้ดำเนินงานประจำตัว คนที่ 3 แต่ในเมื่อสังคมมองไม่ดีได้ให้ภรรยาลาออกไปแล้วตั้งแต่กรณีของสนช.แล้วเช่นกัน ซึ่งเห็นว่า หากการแต่งตั้งเครือญาติเข้ามาทำหน้าที่แล้วไม่เหมาะสม แม้จะไม่ผิดข้อบังคับก็ควรจะบอกกันตั้งแต่แรก เพราะมาบอกภายหลังก็เกิดปัญหาเช่นนั้น เพราะทุกคนก็เข้าใจว่า การแต่งตั้งคนใกล้ชิดก็จะสามารถทำให้ทำงานได้คล่องตัว ทั้งนี้ การแต่งตั้งดังกล่าวจะเหมาะสมหรือไม่ คิดว่าอยู่ที่การทำงานมากกว่า เพราะกรณีของตน ภรรยาก็มาช่วยงานตลอดเวลา





