วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สื่อสารการเมือง แบบ'ประยุทธ์' ไม่เหมือนนายกฯคนไหน

"ประยุทธ์"ลั่นจะไม่มีการเปิดบ้านให้ผู้คนเข้ามาอวยพรจัดงานเอิกเกริก อธิบายสื่้อสารการเมืองแบบตัวเขาไม่เหมือนนายกฯคนที่ผ่านมา

"อยากได้หัวใจจากนักข่าวทุกคน และต้องขอขอบคุณทุกคน และขอให้ช่วยกันทำทุกอย่างเพื่อบ้านเมือง"
ถ้อยวลีหวานๆ กับใบหน้าเปื้อนยิ้ม คงทำให้อุณหภูมิในทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันศุกร์ลดลงบ้างเล็กน้อย
เนื่องจากนักข่าวทำเนียบฯ พร้อมใจกันร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่จะมีอายุครบรอบ 61 ปี ในวันเสาร์ที่ 21 มีนาคม 2558

ในวันเกิดของนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 จะไม่มีการเปิดบ้านให้ผู้คนเข้ามาอวยพรจัดงานเอิกเกริก เพราะพล.อ.ประยุทธ์ ได้บอกกับผู้สื่อข่าวแล้วว่า จะฉลองอยู่กับครอบครัวที่บ้านพัก ภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์

บ้านเมืองเรานายกรัฐมนตรีที่เป็นทหารมาแล้วหลายคน โดยนายกฯคนแรกที่มาจากทหารบกคือพันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา นักเรียนทหารบกเยอรมัน

พระยาพหลฯ เป็นคนซื่อสัตย์ และซื่อใส และเป็นนายกรัฐมนตรีที่ไม่มีสีสันอะไรมาก ผิดกับนายกรัฐมนตรีหลายสมัยอย่าง จอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่ช่ำชองกลยุทธ์การเมือง และเป็นนักบริหารที่มีวิสัยทัศน์

จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี ที่มีกุนซือดีคือ หลวงวิจิตรวาทการ มีคนเล่ากันว่า เวลาประชุมคณะรัฐมนตรี จอมพลสฤษดิ์มักหลับตา ไม่รู้ว่าหลับจริงหรือเปล่า แต่ก็กล่าวสรุปและตัดสินใจได้ทุกครั้ง

จอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี ที่มีความเป็นครู และมีความนุ่มนวลเป็นที่รักใคร่ของผู้ใต้บังคับบัญชา แต่ความนุ่มนวลของจอมพลถนอม กลายเป็นความอ่อนแอ ทำให้วงศ์วานว่านเครือสร้างปัญหา จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นคนพูดน้อย จึงได้เปรียบ เพราะไม่มีใครเดาใจออกว่าคิดอะไรอยู่ และพล.อ.เปรม เป็นคนซื่อสัตย์และรอบคอบระมัดระวังตัวมาก

กล่าวสำหรับพล.อ.ประยุทธ์ มีลักษณะไม่เหมือนกับทหารที่เป็นนายกรัฐมนตรีในอดีต เขาเป็นคนฉลาด และเรียนรู้เร็ว เป็นคนมุ่งมั่นขยันทำงาน และมีความซื่อสัตย์

บุคลิกของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่สัมผัสได้ ถือว่ามีส่วนผสมของอดีตนายกรัฐมนตรี 2 คนคือ สมัคร สุนทรเวช ในเรื่องการพูดจาลีลาลื่นไหล มีแข็ง มีอ่อน และที่สำคัญเป็น "นักอธิบายความ" เหมือนกัน

สาเหตุที่ พล.อ.ประยุทธ์ พูดยาว ก็มาจากการอ่านเยอะ ตั้งแต่สมัยเขาเป็นผู้บัญชาการทหารบก ในทุกเช้าจะนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ อ่านคอลัมน์ประจำอีกต่างหาก จึงเป็นคนเก็บรายละเอียดของข่าวสารบ้านเมืองได้หมด

อีกบุคลิกหนึ่งของพล.อ.ประยุทธ์ คืออาการพลิ้วทางการเมือง ที่คล้ายกับ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรีที่เป็นนายทหารเก่า แต่มาจากการเลือกตั้ง

พูดง่ายๆ ในทางหลักการ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากการรัฐประหาร ก็ต้องบริหารราชการแผ่นดินแบบทหาร แต่การบริหารประเทศของพล.อ.ประยุทธ์ กลับมากด้วยกลยุทธ์พลิกแพลงเหมือนนักการเมือง
พล.อ.ประยุทธ์ ยังมีความเป็น "นักการตลาดการเมือง" โดยธรรมชาติ ซึ่งจะเห็นได้จากการสร้างประเด็นใหม่ๆ ให้เป็นข่าว หรือเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์

นายทหารทุกคนต้องผ่านการเรียนงานปฏิบัติการจิตวิทยามวลชน แต่ พล.อ.ประยุทธ์ สามารถประยุกต์ปฏิบัติจิตวิทยากับการสื่้อสารการตลาด ให้ออกมาเป็น "ทฤษฎีสื่้อสารการเมืองแบบประยุทธ์" ที่ไม่เหมือนนายกฯ คนไหน

การเข้ามาดำรงตำแหน่งสูงสุดทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นระยะเวลาที่สังคมกำลังแตกแยกอย่างหนัก ดังนั้น การเป็นนายกรัฐมนตรี ก็เหมือนกับเป็น "กรรมการ" เข้ามาคั่นกลางระหว่างฝ่ายที่ขัดแย้งกัน
ในสถานการณ์พิเศษเช่นนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ก็มีคุณสมบัติพิเศษคือ การรู้จักแบ่งงาน ใช้คนและใช้ทหารอย่างทั่วถึงเต็มพื้นที่

บนสถานการณ์การเมืองที่ความขัดแย้งยังไม่ยุติ และการเผชิญหน้าที่มีแนวโน้มจะเกิดความรุนแรงยังดำรงอยู่
จึงมีความเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่อยู่แค่ปีเดียว สถานการณ์ดังกล่าว จะทำให้ต้องอยู่ยาวกว่านี้ วลีทีเล่นทีจริงของนายกฯประยุทธ์ที่ว่า "ถ้าทะเลาะกันไม่เลิก ก็นับหนึ่งใหม่" ไม่มีใครมองข้ามในนาทีนี้