วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปปง.ยึดทรัพย์คดีสจล.เพิ่มอีก24รายการ

ป.ป.ง.ยึดทรัพย์คดีสจล.เพิ่มอีก24รายการ หลังพบเชื่อมโยงผู้ต้องหา เร่งสอบเส้นทางการเงินมือบึ้มศาล มีมติยึดทรัพย์คดีสหกรณ์คลองจั่นเพิ่ม7พันล.

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)  พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการปปง. เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรมว่ามีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์คดีสำคัญเพิ่มเติมในส่วนคดียักยอกทรัพย์สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.) มีมติให้ยึดและอายัดเพิ่ม 24 รายการมูลค่ากว่า 8 ล้านบาท ประกอบด้วย ห้องชุดของนายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด หนึ่งในผู้ต้องหาจำนวน 2 ห้อง มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท 2.บัญชีเงินฝากของนางระดม มัทธุจัด 1บัญชี มูลค่ากว่า 50,000 บาท 3.บัญชีเงินของนายทรงกลด ศรีประสงค์ 2 บัญชี มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท 4.รถจักรยานยนต์ นายชิตธวัฒน์ วชิรินทราวัฒน์ 1 รายการ มูลค่ากว่า 45,000 บาท 5.ทรัพย์สินรายการอื่นของนายกิตติศักดิ์ 18 รายการ มูลค่ากว่า 5 แสนบาท

เลขาธิการปปง. กล่าวว่า ส่วนคดีที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ กับพวก คณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์เพิ่ม 21รายการ เป็นเงินกว่า 17.8 ล้านบาท ประกอบด้วย บัญชีเงินฝากน.ส.สุดาทิพย์ ม่วงนวล 13 บัญชี เป็นเงินกว่า 2 ล้านบาท 2.บัญชีเงินฝากพ.ต.อ.โกวิทย์ ม่วงนวล 4 บัญชี กว่า 660,000 บาท 3.บัญชีเงินฝากสวนผึ้งรีสอร์ท 1 บัญชี มูลค่ากว่า 6 ล้านบาท และ4.ห้องชุดพักอาศัย 3 ยูนิต มูลค่ากว่า 14 ล้านบาท

เร่งสอบเส้นทางการเงินมือระเบิดศาลอาญา  

พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวอีกว่า ได้รับการประสานจากตำรวจเพื่อให้ติดตามเส้นทางการเงินเครือข่ายผู้ต้องหาคดีปาระเบิดบริเวณหน้าศาลอาญาแล้ว เบื้องต้นพบความเชื่อมโยงเส้นทางการเงินจริง แต่ยังมีมูลค่าไม่มากนัก ขณะนี้อยู่ระหว่างการประมวลผลเพื่อให้เห็นภาพรวมผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมโยงของบุคคลเป็นหน้าที่ของตำรวจในการดำเนินการสอบสวนตามพยานหลักฐานทางคดี

แต่ปปง.มีหน้าที่ตรวจสอบความเชื่อมโยงในส่วนเส้นทางการเงินว่าไปถึงบุคคลใดบ้าง ซึ่งบางรายแม้ตำรวจจะระบุความเชื่อมโยงแต่เส้นทางการเงินอาจไม่พบว่าเกี่ยวข้องกัน ทั้งนี้ ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลการตรวจสอบทั้งหมดได้เพราะอาจกระทบกับการสอบสวนคดี

มีมติยึดทรัพย์คดีสหกรณ์คลองจั่นเพิ่ม7พันล้าน 

พ.ต.อ.สีหนาท ยังกล่าวด้วยว่า ความคืบหน้าการยึดและอายัดทรัพย์เครือข่ายที่มีธุรกรรมการเงินเกี่ยวข้องนายศุภชัย ศรีอักษร อดีตประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน จำกัด ว่า จากการติดตามเส้นทางการเงินพบว่านายศุภชัยนำเงินที่ได้จากการยักยอกทรัพย์สหกรณ์ไปซื้อทรัพย์สินหลายการที่มีการปกปิดด้วยการใช้ชื่อบุคคลอื่น โดยล่าสุดคณะกรรมการธุรกรรมมีมติยึดและอายัดทรัพย์เพิ่มเติม 192 รายการ คิดเป็นมูลกว่า 7,000 ล้านบาท ทั้งหมดเป็นทรัพย์ของบุคคล 8 คน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการรับโอนทรัพย์สินจากนายศุภชัย ประกอบด้วย นายสถาพร วัฒนาศิรินุกุล นางรินนา วัฒนาศิรินุกุล นายกิตติธัช วัฒนาศิรินุกุล นายวัฒชานนท์ นวอิสรารักษ์ นางสิริกร นวอิสรารักษ์ น.ส.อริสรา นวอิสรารักษ์ นายอภิชัย ศรีม่วงงาม และนายธวัช ฮ่วนสกุล

"สำหรับรายการทรัพย์สินที่ยึดและอายัดมีดังนี้ 1.หุ้นในบริษัท เอส.ดับบลิว.โฮลดิ้งกรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เอส.ดับบลิว.ภูเก็ตกรุ๊ป(ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เอส.ดับบลิว.ลันตากรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 11 รายการ มูลค่า 6,600 ล้านบาท 2.ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในจ.ปทุมธานี 7 รายการ 3.รถยนต์นั่งส่วนบุคคล 4 รายการ 3.บัญชีเงินฝากธนาคาร 18 บัญชี 194,205 บาท 4.หุ้นในบริษัท จีแอลโอดับบลิว ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด 3 รายการ มูลค่า 500 ล้านบาท 6.ที่ดินตามโฉนด 24 รายการ และ 7.ทองรูปพรรณ พระเครื่อง วัตถุมงคล เครื่องประดับ อาวุธปืน กรมธรรม์ บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ 125 รายการ" พ.ต.อ.สีหนาท ระบุ

นอกจากนี้ ปปง.ยังคงติดตามตรวจสอบทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว หากพบว่าเป็นทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดก็ต้องยึดและอายัดไว้เพื่อนำไปชดใช้ให้กับผู้เสียหายให้ได้มากที่สุด โดยก่อนหน้านี้ปปง.มีมติยึดและอายัดทรัพย์นายศุภชัยคิดเป็นมูลค่าเกือบ 4,000 ล้านบาท รวมกับครั้งนี้ทำให้มีทรัพย์ที่สามารถเฉลี่ยคืนให้ผู้เสียหายประมาณ 10,000 ล้านบาท ยืนยันว่าผู้เสียหายในคดีดังกล่าวจะไม่สูญเงินทั้งหมด แต่จะได้รับเงินคืนมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการทรัพย์สิน ซึ่งปปง.ไม่ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง หลังจากนี้จะส่งทรัพย์สินที่ยึดและอายัดได้ทั้งหมดกลับไปให้พนักงานสอบสวนเพื่อส่งต่อไปให้สหกรณ์ฯบริหารจัดการ

เลขาธิการปปง. กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่สหกรณ์ฯได้รับคืนเงินค่าเช็คสั่งจ่ายบริจาคเข้าวัดพระธรรมกายและพระธัมมชโยเป็นเงิน 684 ล้านบาท นั้นเป็นการคืนเงินตามจำนวนเช็ค 13 ฉบับที่วัดและพระสงฆ์ยอมรับว่าได้รับบริจาคเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การสอบสวนความผิดในคดีอาญาเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่ต้องพิสูจน์เจตนาของผู้รับ แต่ย้ำว่าเรื่องการตรวจสอบทรัพย์สินปปง.ยังคงต้องตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากยังมีเช็คที่สั่งจ่ายให้กับพระวัดพระธรรมกายรูปอื่นที่ยังไม่มีการคืนเงิน ทั้งพระมนตรี พระครูปลัดวิจารย์ รวมถึงบางส่วนที่บริจาคให้กับมูลนิธิด้วย