วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ดีเอสไอ'จับแก๊งอิหร่านปลอมหนังสือเดินทาง

"ดีเอสไอ" จับแก๊งอิหร่านปลอมหนังสือเดินทางกว่า 60 ประเทศ พบเป็นตัวการรายใหญ่ในขบวนการค้ามนุษย์ ลักลอบขนคนไปยังประเทศที่ 3

นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีดีเอสไอ แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาชาวอิหร่าน ตัวการรายใหญ่ของขบวนการค้าหนังสือเดินทางปลอมข้ามชาติว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้เข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองไทยเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี ประกอบธุรกิจรับซื้อหนังสือเดินทางที่ถูกขโมยมาจากทั่วโลก และปลอมด้วยการลักลอบนำหนังสือเดินทางที่ถูกขโมยเข้ามาจำหน่าย เจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมร้ายแรงและก่อการร้ายสากล สนธิกำลังกับกองบัญชาการตำรวจสันติบาล เข้าทำการตรวจค้นบ้านพักเลขที่ 62/69 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา คือ นายเอสราฟิล บอนดาร์ หรือ มูรัต กูเรลฯ ชาวอิหร่าน อายุ 45 ปี ในความผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร ใช้เอกสารปลอม และใช้หนังสือเดินทาง และแผ่นปะตรวจลงตรา (วีซ่า) ปลอม พร้อมของกลาง สิ่งของที่อาจใช้ในการทำปลอมหนังสือเดินทางหลายรายการ

อาทิ เครื่องตัดขอบการ์ด หลอดไฟแบ็คไลท์ แผ่นสติ๊กเกอร์วีซ่าเปล่า เอกสารแผ่นหน้าข้อมูลบุคคลของหนังสือเดินทาง และได้ตรวจยึดอุปกรณ์เก็บข้อมูลอิเลกทรอนิกส์ ซึ่งภายในบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับหนังสือเดินทางปลอม แผ่นหน้าข้อมูลบุคคลที่มีการเปรียบเทียบกับภาพถ่ายบุคคลหน้าตรง จำนวนมาก และไฟล์ข้อมูลภาพซึ่งถูกเก็บไว้ในโทรศัพท์สมาร์ทโฟนของผู้ต้องหา ข้อมูลรูปถ่ายบุคคลสำหรับใช้ติดในหนังสือเดินทาง ข้อมูลแผ่นปะตรวจลงตรา (วีซ่า) และได้ขยายผลผู้ต้องหาได้นำเจ้าหน้าที่ไปตรวจค้นห้องเช่าที่ ตำบลหนองปรือ เมืองพัทยา พบหนังสือเดินทางประเทศต่างๆ กว่า 60 ประเทศ รวมแล้ว 1,053 เล่ม ถูกเก็บไว้ในห้องเช่าดังกล่าว และยังพบรอยตราประทับ บัตรประจำตัวประชาชน ใบอนุญาตขับขี่ และแผ่นหน้าข้อมูลบุคคลหนังสือเดินทางของประเทศต่างๆ รวมทั้งบัญชีเงินฝากธนาคาร และเอกสารประเภทต่างๆ

"ที่ผ่านมาดีเอสไอได้ติดตามสืบสวนติดตามขบวนการดังกล่าวมาเป็นเวลานาน พบว่า นายปาคเนจัด ซีเยส รามิน ชาวอิหร่านผู้ต้องหาในคดีพิเศษ เกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบค้าหนังสือเดินทางปลอมให้แก่ผู้ที่ต้องการเข้าประเทศที่ 3 เป็นขบวนการลักลอบส่งคนเข้าประเทศที่ 3 และการค้ามนุษย์รายใหญ่ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ผ่านไทยไปยังสหภาพยุโรป ทวีปอเมริกาเหนือ ทวีปออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยคนร้ายจะใช้คนไทยเป็นตัวกลางทำหน้าที่รับ-ส่งเอกสารสำคัญ ทำธุรกรรม เปิดบริษัทหรือทำธุรกิจต่างๆ บังหน้า เพื่อแฝงตัวในการกระทำความผิดดังกล่าว"นางสุวณา กล่าว

สำหรับคดีปลอมพาสปอร์ตที่ดีเอสไอสอบสวนจับกุม ได้แก่ กลุ่มของนางหยู๋ ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกเป็นเวลา 2 ปี กลุ่มของนายกิยานี่ และพวก รวม 5 คน ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกเป็นเวลา 12 ปี กลุ่มของนายโทนี่ และพวก รวม 4 คน ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกทั้งสิ้น 31 ปี

กลุ่มของนายรามิน ซึ่งได้ยื่นขอประกันตัวต่อศาลจังหวัดพัทยา แล้วได้หลบหนีประกันชั้นศาล ปัจจุบันจับกุมนายรามินได้ที่ประเทศมาเลเซีย และอยู่ระหว่างดำเนินการร่วมกับพนักงานอัยการฝ่ายต่างประเทศ ขอให้ทางการมาเลเซียส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน และกลุ่มของนายชาฮซาด นาซีร บัตต์ ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุก 16 ปี 6 เดือน