วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประยุทธ์'เสนอจัดรถไถให้เกษตรกรเช่าแก้เผาป่า

"ประยุทธ์"เสนอครม.จัดรถไถให้เกษตรกรเช่าแทนการเผาป่า มอบ3กระทรวงแก้ไฟป่า-หมอกควัน ด้าน"นพ.ชายชาญ"แนะวิกฤตหมอกควันเป็นวาระแห่งชาติ

พล.ต. สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมครม.ว่า ในการประชุมครม.วันนี้ พล.อ.ดาวพงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) รายงานสถานการณ์หมอกควันในที่ประชุมครม.ถึงพื้นที่ที่เกิดไฟป่าและหมอกควันแบ่งเป็น พื้นที่ที่เกิดจากพื้นที่การเกษตรมี 16% พื้นที่ป่าอนุรักษ์ 13% และพื้นที่ป่าสงวน 41% สาเหตุสำคัญในประเทศไทยมาจากการเผาป่า หาของป่า ล่าสัตว์ หรือเผาเพื่อเตรียมพื้นที่ทำการเกษตรในวงรอบ ส่วนในต่างประเทศคือเรื่องของลมที่พัดเข้ามาทั้งจากพม่าและอินโดนีเซีย ซึ่งรมว.ทรัพยากรฯรายงานว่าจากการลงพื้นที่ตรวจได้ประสานทุกส่วนราชการในการแก้ไขปัญหาเร่งดวนและวางแผนระยะยาวเพื่อแก้ปัญหาในอนาคต โดยมีการจับกุมผู้ที่ฝ่าฝืนกติกาที่กระทรวงกำหนดไปแล้ว 10 คดี เป็นการจับบุคคลที่เข้าไปเผาในพื้นที่อุทยานหรือป่าสงวน 6 คดี และเผาในพื้นที่การเกษตรตัวเองอีก 4 คดี

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ทส.ยังกำหนดแนวทางการปฏิบัติการทำงานของแต่ละกระทรวงชัดเจน อาทิ เพิ่มกำลังหมู่ดับไฟ ประสานเครือข่ายประชาชน มีการนำอากาศยานบินลาดตระเวนและดับไฟป่า และประสานตำรวจเพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดตามที่มีการจับกุม และประกาศห้ามเข้าในเขตป่าอนุรักษ์ทุกพื้นที่เด็ดขาดจนถึง30เม.ย.58 ส่วนของกระทรวงมหาดไทยมีการลงพื้นที่ของฝ่ายปกครองมากขึ้นและจัดตั้งศูนย์ในระดับอำเภอ และมีการลงทะเบียนผู้มีอาชีพหาของป่า และประชาชนเจ้าของไร่ข้าวโพด ออกกฎห้ามเข้าในพื้นที่ป่าสงวน และประสานกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) กระทรวงเกษตรฯในการเพิ่มเที่ยวบินฝนหลวง และกระทรวงสาธารณสุขจัดตั้ง “เคลียร์รูม” หรือพื้นที่เขตปลอดหมอกควัน เพื่อให้ผู้ป่วย 3,000 คนสูดอากาศบริสุทธ์ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาระยะสั้น

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาวที่ผ่านมายังหาวิธีการไม่ได้ที่จะไม่ให้เผาป่า จึงมีแนวความคิดว่าจะส่งเสริมสนับสนุนให้เกษตรกรในพื้นที่มีความเข้มแข็งในการให้จับกลุ่มสหกรณ์มากขึ้น และดำเนินการสนับสนุนรถไถ แทนการเผาก็ไถกลบ แต่คงจะมีปัญหาเรื่องงบประมาณในการนำไปสอบให้แต่ละพื้นที่และการบำรุงรักษา ดังนั้นนายกรัฐมนตรี จึงให้นโยบายเบื้องต้นให้ดำเนินการในลักษณะของการให้เช่า โดยตั้งเป็นศูนย์ระดับภาค จังหวัด หรืออำเภอ และให้เน้นบริษัทคนไทยเป็นหลักเพื่อกระจายรายได้

"ทั้งหมดนี้ให้ทส.รับเป็นผู้ประสานปฏิบัติ และให้คสช.เข้ามาช่วยสนับสนุนภารกิจด้วย" พล.ต.สรรเสริญ กล่าว

นายกฯสั่ง3กระทรวงแก้ปัญหาหมอกควันภาคเหนือ

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และปลัดประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงสถาณการณ์หมอกควันขณะนี้ว่า พล.อ.ประบุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย รวมถึงองค์กรการปกครองส่วนท้องถิ่นได้ดำเนินมาตรการเด็ดขาด เรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ร่วมกันสร้างความรับผิดชอบความสำนึกให้เกิดขึ้นในหมู่พลเมือง

"เป็นปีแรกที่หมอกควัน แทบจะมีทุกจังหวัดของภาคเหนือตอนบน คงเป็นวิธีการที่เราต้องเริ่มอย่างเด็ดขาด ซึ่งเป็นเรื่องที่เผากันภายในและภายนอก แต่ภายนอกเราคงไม่ต้องพูดอะไรมาก เป็นเรื่องของช่องทางการฑูตการต่างประเทศ หากพูดไปจะเสียความสัมพันธ์ เราพูดกันเฉพาะในส่วนของภายใน เราจัดภายในของเราให้ดี ผู้คนเกิดความเข้าใจความสำนึกที่ดีรับผิดชอบที่ดี ปัญหาคง จะดีขึ้น” มล.ปนัดดากล่าว

เมื่อถามว่า ได้ขึ้นไปตรวจการด้วยตนเองหรือไม่ ม.ล.ปนัดดากล่าวว่า ได้ไปมาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และจะไปอีกครั้งหนึ่ง เหตุการณ์ดังกล่าวถือว่าหนักขึ้นหรือไม่นั้น มีการรณรงค์มาทุกปี อาจจะต้องมองย้อนกลับไปว่า องค์กรการปกครองส่วนท้องถิ่นอาจจะมีแต่งบประมาณ แต่ขาดบุคลากร และอุปกรณ์เครื่องมือ

"มองได้หลายอย่าง อาจจะร่วมกันปรบมือดังๆ ดังเช่นทุกจังหวัดใน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ร่วมรณรงค์พร้อมกัน” มล.ปนัดดา กล่าว

แนะวิกฤตหมอกควันเป็นวาระแห่งชาติ

นายชนะ แพ่งพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดการประชุมเสวนา ในหัวข้อ รวมพลัง ร่วมพิชิตวิกฤติหมอกควัน โดยมีผู้ร่วมเสวนา อาทิ ดร.พิสิฐ ลี้อาธรรม คณะบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,รศ.นพ.ชายชาญ โพธิรัตน์ หัวหน้าหน่วยวิชาระบบหายใจเวชบำบัดวิกฤตและภูมิแพ้ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,ผศ.ดร.วสันต์ จอมภักดี ผู้ช่วยคณบดีคณะวิศกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมี นักวิชาการ ตัวแทนภาคเอกชน นักศึกษา สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไปที่สนใจ เข้าร่วมการเสวนากว่า 200 คน เพื่อร่วมระดมความคิดเห็น ในการหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาหมอกควัน ที่เกิดขึ้นในขณะนี้

รศ.นพ.ชายชาญ โพธิรัตน์ กล่าวว่า เรื่องของผลกระทบหมอกควันพิษเรื้อรัง ควรจะเป็นวาระแห่งชาติ หรือดันให้เป็นวาระแห่งโลกยิ่งดี เพราะก่อให้เกิดผลกระทบหนักกว่าที่ประชาชนได้รับทราบข้อมูลจากทางการ ซึ่งฝุ่นละอองละเอียดขนาดเล็กว่า 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เมื่อหายใจเข้าไปจะสามารถแทรกซึมเข้าไปในผนังหลอดเลือด และกระจายไปทั่วร่างกาย ซึ่งส่งผลให้เกิดการอักเสบในระบบหลอดเลือด การไหลเวียนของเลือด และเยื่อบุต่างๆ ผู้ที่ได้รับในปริมาณมากอาจก่อให้เกิดอาการปอดอักเสบ ที่อาจรุนแรงขึ้นขั้นเสียชีวิตได้ ทั้งยังอาจก่อให้เกิดโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ และกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด รวมทั้งโรคเส้นเลือดสมอง แตก ตีบและตัน ซึ่งสามารถรุนแรงถึงแก่ชีวิตเช่นกัน

สำหรับผลกระทบเหล่านี้ ไม่ค่อยมีใครพูดถึง ขณะที่ได้มีการศึกษาวิจัยจากต่างประเทศแล้วว่า พื้นที่ที่มีฝุ่นละอองในอากาศสะสมเป็นระยะเวลานาน ทำให้มีผู้ป่วยเป็นมะเร็งสูงขึ้นกว่าร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับพื้นที่ที่ไม่มีหมอกควันสะสม โดยเฉพาะประเทศที่กำลังพัฒนาเช่น ภาคเหนือของประเทศไทย ทั้งนี้ ความเสี่ยงของมลพิษ ขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้นของมลพิษในอากาศ ทางกรมมลพิษของประเทศไทย ยังใช้มาตรฐานที่ 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หากเกินกว่านี้ถึงจะเรียกว่ามีความเสี่ยง