วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เผยรายชื่อกระบะ'คาร์บอมบ์'10คัน

เปิดรายชื่อรถกระบะ "คาร์บอมบ์" 10 คัน สั่งตำรวจ - ทหารในพื้นที่เข้มงวด ด้าน กอ.รมน.ย้ำแค่มาตรการป้องกัน

พื้นที่ จ.นราธิวาส ตกเป็นเป้าโจมตีด้วยระเบิดของกลุ่มก่อความไม่สงบในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันมาแล้ว 2 ครั้งซ้อน คือ เหตุคาร์บอมบ์ร้านคาราโอเกะกลางเมืองนราธิวาส ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 10 ราย เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ และเหตุจักรยานยนต์บอมบ์ที่ตลาดเช้าสถานีรถไฟรือเสาะ อ.รือเสาะ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 8 ราย ทหารเสียชีวิต 1 นาย

ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างเครือข่ายให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันเหตุร้าย กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภาค 4 ส่วนหน้า และศูนย์ป้องกันและปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงได้วิทยุแจ้งเตือนไปยังตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส และหน่วยทหารในพื้นที่ให้เพิ่มมาตรการในการเฝ้าระวัง

โดยมีคำสั่งการให้ตำรวจ และทหารในพื้นที่เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบรถยนต์ต้องสงสัยที่คาดว่าน่าจะนำมาก่อเหตุ "คาร์บอมบ์" ในพื้นที่ โดยมีรถยนต์ต้องสงสัย จำนวน 10 คัน ดังนี้

1.รถกระบะ อีซูซุ ดีแมคซ์ สีบรอนซ์เงิน ป้ายทะเบียน บร 7934 สงขลา

2.รถกระบะ ไทรทัน 4 ประตู / มาสด้าบีที 50 สีดำ ป้ายทะเบียน 1517 ปัตตานี

3.รถกระบะ มิตซูบิชิ มาเลเซีย ป้ายทะเบียน DDN 2321

4.รถกระบะ โตโยต้า ไมตี้เอ็กซ์ สีขาว มีโครงหลังคาหลัง (คาดว่าน่าจะถูกถอดออกแล้ว) ป้ายทะเบียน กห 2702

5.รถกระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่น L200 สีดำ ป้ายทะเบียน บฉ 7925 ปัตตานี

6.รถกระบะ โตโยต้า วีโก้ สีเทา 4 ประตู ป้ายทะเบียน 1 กต-9139 กรุงเทพมหานคร

7.รถกระบะ มาสด้าแค็บ สีเทา ป้ายทะเบียน บง 2611 ปัตตานี

8.รถกระบะ นิสสัน นาวาร่า สีน้ำตาล ป้ายทะเบียน ขฉ 1817 สงขลา

9.รถกระบะ โตโยต้า ไฮลักซ์วีโก้ ตอนครึ่ง สีเทา ป้ายทะเบียน 3202 ปัตตานี

10.รถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน 4 ประตู สีบรอนซ์เงิน ป้ายทะเบียน กร 7723 สงขลา

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากที่ผ่านมา รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ที่ส่วนใหญ่ถูกโจรกรรมมามักจะถูก "ดัดแปลงสภาพ" เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่อยู่เสมอ จึงมีคำแนะนำให้สังเกตรถกระบะที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงจากสภาพเดิม ทั้งสีรถ หลังคาท้ายรถ ตกแต่งเพิ่มเติมตัวรถ ป้ายทะเบียนปลอม หรือสลับกัน จึงขอให้เฝ้าระวัง และตรวจสอบอย่างละเอียด

พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภ.4 สน.) กล่าวชี้แจง และฝากประชาสัมพันธ์ข่าวดังกล่าว โดยยอมรับว่า ได้มีการแจ้งเตือนไปยังหน่วยทหาร และตำรวจ รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ให้ช่วยกันสังเกตรถกระบะต้องสงสัยที่มีลักษณะ ยี่ห้อ สี และทะเบียน ตรงกับที่ประกาศเตือนเพื่อป้องกันเอาไว้ก่อน

"รถที่จะนำมาก่อเหตุมักจะถูกดัดแปลงมาแล้ว แต่ถึงจะดัดแปลงอย่างไรก็ไม่สามารถเล็ดลอดด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีเครื่องมือที่สามารถตรวจสอบป้ายทะเบียนปลอมได้ ดังนั้น จึงมักจะมีการนำรถซิกแซ็กหลบด่านตรวจ และนำไปจอดทิ้งไว้ จึงอยากให้ประชาชนช่วยกันตรวจสอบรถต้องสงสัยที่มีลักษณะคล้ายกับรถที่มีการแจ้งเตือนด้วย"

ส่วนความคืบหน้าของกระบวนการพูดคุยในระดับพื้นที่นั้น โฆษกกอ.รมน.ภาค 4 ระบุว่า สำหรับกระบวนการพูดคุยอย่างเป็นทางการถือเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะพูดคุยอย่างเป็นทางการ นำโดย พล.อ.อักษรา เกิดผล ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก ในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุข

ขณะที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าอยู่ในโครงสร้างของคณะทำงานในระดับพื้นที่ นำโดย พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งกำลังทำงานอยู่ในขั้นตอนขั้นที่ 1 คือ การสร้างความเข้าใจกับภาคประชาสังคมในพื้นที่ ทั้งประชาชน ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา นักวิชาการ และกลุ่มผู้เห็นต่าง ก่อนที่จะนำเสนอข้อมูลให้หน่วยเหนือ เพื่อใช้เป็นข้อมูลและกำหนดเป็นนโยบายในการเจรจาต่อไป

"การพูดคุยกับผู้เห็นต่างอยู่ในขั้นตอนของการสืบสภาพเพื่อสร้างความไว้วางใจ และเพื่อให้ได้คนที่เป็นตัวจริง ซึ่งต้องใช้เวลา ยืนยันว่า การก่อเหตุที่เป็นเรื่องความมั่นคงจริงๆ มีเพียง 6% ที่เหลือเป็นเรื่องของภัยแทรกซ้อน อิทธิพล การเมือง และเรื่องส่วนตัว ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการเห็นสันติสุขเกิดขึ้นโดยเร็ว" โฆษกกอ.รมน.ภาค 4 กล่าวยืนยัน