สนช.เห็นทางเดียวกัน 38 อดีตส.ว.ส่อรอดคดีถอดถอน เพราะรัฐธรรมนูญปี50 สิ้นสภาพไปแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการลงมติถอดถอนอดีต 38 ส.ว.ในวันที่ 12 มี.ค. สมาชิกสนช.ส่วนใหญ่เห็นไปในทางเดียวกันว่า ไม่สามารถเอาผิดถอดถอนอดีตส.ว.ทั้ง 38 คนได้ เนื่องจากเห็นว่า ข้อกล่าวหาของป.ป.ช.ที่ระบุว่า อดีตส.ว.ทั้ง 38 คน ลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญในสามวาระ ทั้งที่ทราบอยู่แล้วว่า เป็นร่างรัฐธรรมนูญคนละฉบับกับที่เข้าชื่อเสนอแก้ไขนั้น ยังไม่ชัดเจนในการเอาผิดได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญปี 50 ได้สิ้นสภาพการบังคับใช้ไปแล้ว
อีกทั้งขั้นตอนการพิจารณากฎหมายที่ผ่านมา ก็เคยมีการขอเปลี่ยนร่างกฎหมายใหม่ แทนฉบับเดิมก่อนที่จะมีการบรรจุเข้าสู่วาระการประชุม
ตลอดจนการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดโอกาสให้ส.ว.ลงสมัครส.ว.ได้อีกสมัย โดยไม่ต้องเว้นวรรคนั้น ยังไม่สามารถพิสูจน์เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนได้อย่างชัดเจน เนื่องจากไม่รู้ว่า อดีตส.ว.เหล่านี้จะลงสมัครส.ว.อีกรอบหรือไม่ และถ้าลงสมัครแล้วจะได้รับการเลือกตั้งกลับเข้ามาหรือไม่ ทั้งนี้ผลการลงคะแนนทั้ง 4 กลุ่มฐานความผิด จะได้คะแนนไม่ถึง 3 ใน 5 หรือ 132 คะแนน ที่จะถอดถอนได้ ซึ่งคะแนนที่ออกมาของทั้ง 4 กลุ่ม จะไม่เท่ากัน และในแต่ละกลุ่ม ผู้ถูกกล่าวหาแต่ละคนก็อาจจะได้คะแนนไม่เท่ากัน โดยคะแนนของกลุ่มฐานความผิดที่ 1 จำนวน 22 คน จะมีคะแนนถอดถอนมากกว่าอีก 3 กลุ่มความผิด เนื่องจากสนช.บางส่วนเห็นว่า มีการกระทำความผิดครบองค์ประกอบ
ทั้งการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย และการลงมติในวาระ 1, 2 และ 3 แต่คะแนนก็ยังไม่เพียงพอที่จะถอดถอนได้ โดยคะแนนถอดถอนคดี 38 ส.ว.จะน้อยกว่าการลงมติถอดถอนคดีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา ที่มีเรื่องทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย





