ชื่นชม! แท็กซี่น้ำใจงามเก็บเงิน 1.2 ล้านบาทคืนนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น
ที่สถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์ สวพ.FM 91 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร นายประทวน เหมือนรุ่ง โชเฟอร์แท็กซี่ วัย 52 ปี คนขับขี่แท็กซี่ สีเขียว-เหลือง ทะเบียน มฉ 1704 กรุงเทพ ส่งคืนกระเป๋าเป้ ที่มีเอกสาร ยารักษาโรค พร้อมเงินสด ธนบัตรสกุลเงินเยน จำนวน 4,740,000 เยน หรือคิดเป็นเงินบาทไทย กว่า 1.2 ล้านบาท ให้กับนายวาตานาเบ้ เทสซุโร ( Mr. Watanabe Tetsuro) อายุ 56 ปี นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น หลังจากลืมไว้บนรถแท็กซี่ ขณะใช้บริการจากสนามบินสุวรรณภูมิ มาลงรถที่ซอยธนิยะ สีลม เมื่อช่วง 01.00 น. วันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยมีนางสาวไจตนย์ ศรีวังพล และนายสกล ถาวรกาญจน์ ผู้บริหารสถานีวิทยุฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน
นายประทวน บอกว่า ขับขี่รถแท็กซี่ให้บริการผู้โดยสารอยู่ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา มีผู้โดยสารนักท่องเที่ยว ผู้ชาย อายุ 55-60 ปี ชาวญี่ปุ่น ใช้บริการจาก ท่าอากาศสุวรรณภูมิ ให้เข้ามาส่งใน กรุงเทพฯ ตอนแรกสื่อสารกันไม่ค่อยจะเข้าใจว่า จุดหมายปลายทางที่ผู้โดยสาร ว่าต้องการเดินทางไปไหน จึงให้ผู้โดยสารเขียนสถานที่ในกระดาษเป็นภาษาอังกฤษ จนรู้ว่าที่หมาย คือ ซอยธนิยะ เมื่อขับรถมาถึงจุดหมายปลายทาง ฝั่งถนนสีลม นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ยื่นธนบัตร ฉบับละ 10,000 เยน ให้เป็นค่าโดยสาร แต่ตนปฏิเสธ ขณะเดียวกันมีเด็กเชียร์แขก เข้ามาเรียกผู้โดยสารให้ไปแลกเงินเป็นเงินบาทไทย ก่อนนำเงินกลับมาจ่ายค่าโดยสารให้ เป็นเงิน 450 บาท รวมค่าทางด่วน หลังจากจ่ายค่าโดยสารเสร็จ นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นได้เดินเข้าไปภายในร้านเซเว่นฯ ฝั่งตรงข้าม โดยไม่ได้หยิบกระเป๋าสัมภาระที่วางอยู่เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหลังลงไป ตนจอดรถรออยู่ประมาณ 15 นาที ไม่เห็นนักท่องเที่ยวกลับมา กระทั่งเด็กเชียร์แขกเดินเข้ามาบอกว่า นักท่องเที่ยวไปไหนแล้วไม่รู้ เป็นจังหวะที่มีผู้โดยสารเรียกใช้บริการให้ไปส่งที่สนามกีฬาแห่งชาติ เมื่อส่งผู้โดยสารที่สนามกีฬาแห่งชาติเสร็จแล้ว ขับรถกลับมาที่ซอยธนิยะ อีกครั้ง เพราะคิดว่านักท่องเที่ยว ชาวญี่ปุ่นรายนี้คงนึกได้และกลับมายืนรอบริเวณจุดที่ลงรถแต่ก็ไม่เจอ จึงขับรถเข้าไปที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
นายประทวน กล่าวอีกว่า พอตามหาไม่เจอตัวจึงตัดสินใจเปิดดูกระเป๋าเป้ ของนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น พบซองเอกสารสีน้ำตาล จับดูครั้งแรกตกใจมาก เพราะรู้ได้ทันทีว่า ในซองเอกสารเป็นเงินซึ่งมัดรวมกันเป็นปึก ตอนนั้นยังไม่กล้าเปิดดู จนมีผู้โดยสารเรียกใช้บริการจากท่าอากาศสุวรรณภูมิ ไปส่งที่ถนนจันทร์ เมื่อส่งผู้โดยสารเสร็จเรียบร้อย ก็รีบขับรถเข้ามาที่สถานีวิทยุ สวพ.FM 91 นำกระเป๋าเป้ และทรัพย์สินทั้งหมดมาส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ช่วยประกาศตามหาเจ้าของ ที่เป็นนักท่องเที่ยวชายชาวญี่ปุ่น พอตรวจสอบกระเป๋าพร้อมเจ้าหน้าที่ พบว่า ภายในกระเป๋าเป้ สีน้ำเงิน มีเสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัว ยารักษาโรคถุงใหญ่ สมุดบัญชีธนาคาร ระบุชื่อนายวาตานาเบ้ เทสซุโร และเงินสด ธนบัตรสกุลเงินเยน ฉบับละ 10,000 เยน จำนวน 474 ฉบับ หรือ 4,740,000 เยน หรือคิดเป็นเงินบาทไทย ประมาณ 1,279,800 บาท
“ความรู้สึกแรก ตะลึง ตกใจมาก เงินมากมายมหาศาล ทำไมถึงลืม อยากส่งคืนให้เจ้าของ เพราะผมนึกถึงใจเขา ใจเรา สมมุติว่าถ้านักท่องเที่ยว ชาวญี่ปุ่นคนนี้ไปกู้เงินคนอื่นมา เพื่อทำอะไรสักอย่างแล้วเงินหายไป ไม่ได้คืน เขาจะเป็นอย่างไร ผมไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ตอนนี้รู้สึกภูมิใจมากที่ได้ส่งคืนเงินทั้งหมดให้เจ้าของ” นายประทวน กล่าว
ด้านนางสาวไจตนย์ กล่าวว่า หลังจากนายประทวน โชเฟอร์แท็กซี่น้ำใจงามนำกระเป๋าพร้อมเงินสดของนักท่องเที่ยว ชาวญี่ปุ่น เข้ามาฝากไว้ เจ้าหน้าที่ได้มีการประสานงานกับ สถานทูตญี่ปุ่น และ พ.ต.อ.ศารุติ แขวงโสภา ผกก.6 ท่องเที่ยวสุวรรณภูมิ กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว กระทั่งนายวาตานาเบ้ เทสซุโร (Mr. Watanabe Tetsuro) เดินทางเข้าพบกับ ด.ต.ชริน ชัยประสิทธิ์ เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา ก่อนจะนัดหมายคืนทรัพย์สิน ที่ สวพ.91 ในวันนี้(10 มี.ค.)
ขณะที่นายวาตานาเบ้ กล่าวว่า ขอบคุณในน้ำใจของนายประทวน คนขับรถแท็กซี่ ขอบคุณในน้ำใจของคนไทยที่เก็บทรัพย์สินคืนให้กับตน ในวันนั้นตนรีบร้อน และต้องแลกเปลี่ยนเงินเพื่อจ่ายค่าแท็กซี่จึงลืมไปว่าวางกระเป๋าเป้ไว้ในรถ ตอนแรกคิดว่าจะไม่ได้คืน รู้สึกกังวล หากไม่ได้คืนคงลำบากไม่น้อยเพราะในกระเป๋าเป้มีของสำคัญหลายอย่างทั้งยารักษาโรค โดยตนมีอาชีพทำอพาร์ทเม้นต์ให้เช่าอยู่ประเทศญี่ปุ่น เดิยทางมาที่ประเทศไทยเพื่อมาท่องเที่ยว และรักษารากฟัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังส่งมอบคืนทรัพย์สิน นายวาตานาเบ้ ได้ตอบแทนน้ำใจนายประทวน ด้วยการมอบเงินเป็นธนบัตรสกุลเงินเยน จำนวน 2 แสนเยน คิดเป็นเงินบาทไทยประมาณ 54,000 บาท ก่อนนายวาตานาเบ้จะกล่าวขอบคุณย้ำ พร้อมกับบอกว่าวันนี้จะเดินทางไปประเทศสิงคโปร์ต่อในช่วงบ่ายวันนี้(10 มี.ค.)




