“พล.อ.ประยุทธ์” ซัดคนจ้างบึ้มศาลอาญา โง่กว่าคนทำ ชี้เป็นเพียงการสร้างบทบาท ลั่น“ไม่ยอมคนเลว”
เมื่อเวลา 09.00 น.ที่สถานที่ก่อสร้างอุโมงค์ขุดเปิดท่าพระ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงเหตุระเบิดที่ศาลอาญา ซึ่งดูเหมือนว่าผู้ก่อเหตุไม่กลัวกฎอัยการศึก ว่า เขากลัวไหม ถ้าเขาไม่กลัวก็รอดูต่อไป กฎหมายคือกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการระบุว่าเป็นกลุ่มเสรีไทย ที่นำโดย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และทราบหรือไม่ขณะนี้นายจารุพงศ์ อยู่ที่ไหน นายกฯ กล่าวว่า ให้ตำรวจชี้แจง เพราะเขามีการสอบอยู่แล้ว รู้อยู่แล้วว่านายจารุงพงศ์ อยู่ประเทศไหน อยู่ประเทศรอบบ้านนี่แหละ
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการประเมินว่าคนร้ายมุ่งหวังจะก่อความปั่นป่วน นายกฯ กล่าวว่า ใช่แน่นอน ส่วน เป้าหมายของการสร้างสถานการณ์ในช่วงนี้ นายกฯ กล่าวว่า เขาสร้างความตื่นตระหนกให้เห็นว่า เขามีบทบาทอยู่แค่เท่านั้น คนที่ไปเสียเงินจ้างมาก็โง่กว่าเขา คนทำก็โง่
ส่่วนที่มีการแจ้งมาว่า มีการไปฝึกอาวุธที่ประเทศลาว พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า บอกเขาไปแล้ว มีการประสานตลอดอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่าทำอย่างไรไม่ให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว เพราะช่วงนี้เศรษฐกิจกำลังจะดีขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สื่อมวลชนก็อย่าไปเขียนให้คนตื่นตระหนกสิ วันนี้เจ้าหน้าที่รัฐทำได้แค่นี้ คุณจะให้ทำอย่างไร ทำได้มากกว่านี้ไหม รัฐบาลที่แล้วทำได้ไหมเรื่องระเบิด จับใครได้ไหม รัฐบาลนี้จับไปแล้ว 4 คน ส่วนจะมีการเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดในพื้นที่สำคัญอีกหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สื่อมวลชนก็ต้องไปอธิบายว่าเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ เจ้าหน้าถึงต้องเข้มงวด แต่ถ้าคุณไปบอกว่าเร่งบังคับใช้กฎหมาย จะใช้กฎอัยการศึก สื่อมวลชนเขียนอย่างนี้ตลอดแล้วตนจะทำอะไรถูก ถามสิจะเอาอะไร ถามสิคนทั้งประเทศจะเอาอะไร ต้องการอะไร ความสงบเรียบร้อย ความก้าวหน้าของประเทศ ขจัดทุจริตคอรัปชั่น เดินหน้าประเทศ เศรษฐกิจตก อะไรต่างๆ ตนถามว่ามันเกิดจากอะไร 1.ความขัดแย้งทางการเมือง 2.การไม่สร้างความเข้มแข็ง 3.การไม่ลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งรัฐบาลพยายามทำอยู่ทุกอย่าง ตนถามว่าท่านจะเอาอะไรจากตนอีก ตนก็จะทำแบบนี้แหล่ะ
ต่อข้อถามที่ว่า จะมีการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นมากกว่านี้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า กฎอัยการศึกมีกี่ข้อ มีกี่มาตรา มีเกือบ20 มาตรา ใช้อยู่อันเดียวคือ การเข้าไปตรวจค้นบุคคลผู้ต้องสงสัยหรือสถานที่ต้องสงสัยโดยไม่ต้องขอหมายศาล ใช้แค่อันเดียว ไม่อย่างนั้นระเบิดวันนั้นต้องไปขอหมายศาลแล้วเมื่อไหร่จะไปจับมันได้ นั่นแหล่ะคือกฎอยการศึก รวมถึงสามารถควบคุมตัวไว้ได้ 7 วันในพื้นที่ และก็ต้องส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมาย ใช้ 2 ข้อเดือดร้อนใคร แล้วมาว่ารัฐบาลใช้อำนาจปิดกั้นประชาชน ตนปิดตรงไหน ที่บอกว่าเอาประชาชนไปขังลงโทษ 3,000 - 4,000 คนอยู่ที่ไหนไปหามาสิ คนที่ติดคุกก็ผิดคดีอาญาทั้งสิ้น เราเรียกตัวมา 300-400 คนแล้วก็ปล่อยหมด เว้นแต่คนที่มีคดีอาญาก็ต้องส่งตำรวจ มีแค่นั้น ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.มามีอะไรมากกว่าไหม ไม่มี
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการใช้อำนาจเพิ่มหรือไม่ เพราะคนยังไม่เชื่อ นายกฯ กล่าวว่า อำนาจอะไร คนไทยกลัวอำนาจไหม จะใช้อะไร คนเราอยู่ที่จิตสำนึก ทุกคนมีจิตสำนึก ตนก็มีจิตสำนึกมีความรับผิดชอบต่อประเทศไทยตนถึงทำ ถ้าทุกคนอยากให้ประเทศเน่า ๆ เป็นอย่างเดิมก็เชิญ แต่ตนไม่ยอม
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะที่เป็นคนทำให้ประเทศสงบจะบอกให้ประชาชนช่วยเป็นหู เป็นตากับผู้ที่ก่อความไม่หวังดีตรงนี้อย่างไร นายกฯ กล่าวว่า พูดมา 9 เดือนแล้ว ต่อข้อถามที่ว่า รู้สึกโมโหกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ไม่โมโหหรอก โมโหทำไม ไปดูสิว่ามีใครเข้าไปเกี่ยวข้องบ้างไปหาดู
ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าจะไม่เกิดเหตุซ้ำ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนมั่นใจไม่ได้ ตราบใดที่คนเหล่านี้ยังมีอยู่ ที่ขัดแย้งที่ยังไม่เลิก ที่ยังพยายามต่อสู้ทางการเมือง ตนก็บอกว่าการเมืองคือการเมือง ตนไม่ใช่การเมือง เข้ามาทำงานเพื่อมาขับเคลื่อนประเทศ และเดี๋ยวตนก็ไป ท่านยังรอไม่ได้เลย ตนถามว่าเกิดอะไรขึ้น ท่านมาป้ายอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วตอนท่านอยู่ทำไมไม่ทำ ส่วนสถานการณ์แบบนี้เป็นการส่งสัญญาณหรือไม่ว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จก็ยังไม่สงบ นายกฯ กล่าวว่า ตนไม่ได้เลือกของตน ถ้าแก้ไม่ได้ก็ไม่ต้องเลือก ตนไม่รู้ ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้สถานการณ์การเมืองอยู่ในระดับไหน นายกฯ กล่าวย้อนถามสื่อว่า คิดว่าอยู่ในระดับไหน และถ้าตนไม่เข้ามาจะแย่กว่านี้ไหม ตอบสิ โดยนักข่าวตอบว่า แย่กว่านี้ นายกฯกล่าวต่อว่า “กล่าวให้ชื่นใจบ้าง ถ้าวันนี้ผมไม่เข้ามาจะให้ประเทศไทยเป็นแบบต่างประเทศหรือไม่ ที่มีข่าวระเบิดลงทุกวัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าประชาชนยังฝากความหวังไว้กับนายกฯได้ใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า “ถามแบบนี้ไม่สร้างสรรค์ ไปลงอุโมงค์เถอะ ผมมั่นใจว่าทำได้ และผมจะไม่ยอมคนเลว และทุกวันนี้ก็ไม่ยอมอยู่
แล้ว ถ้ายอมเลิกไปนานแล้ว นี่ไม่ยอม”
ส่วนการจับผู้ก่อเหตุได้ครั้งนี้เพราะมีการข่าวเข้ามาใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวยอมรับว่า มี ให้เจ้าหน้าที่ไปเฝ้าทุกที่ ที่มีความเสี่ยง เมื่อมาก็จับได้ ต่อข้อถามที่ว่าผู้ที่จ้องก่อเหตุยังมีเพ่นพล่านอีกเยอะหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังมีอยู่ ครั้งก่อนจับมาหลายร้อยคน แล้วก็กระจัดกระจายหนีไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะต้องปรับการดูแลหรือไม่ นายกฯ กล่าวติดตลกว่า ปรับอย่างไร ดูตาซ้าย ตาขวา ตาหน้า ตาหลัง
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีรายงานข่าวแจ้งว่า วันที่ 15 มี.ค. กลุ่มก่อเหตุ เตรียมจะสร้างสถานการณ์อีก นายกฯ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทำงานทุกวัน ไม่ใช่พอจับได้หรือมีข่าวแล้วเพิ่งทำ เขาเฝ้ากันทุกวัน แต่ขึ้นอยู่ที่ว่าผู้ก่อเหตุเลือกเวลาและสถานที่ที่เจ้าหน้าเผลอไผล ฉะนั้นอยากให้ประชาชนช่วยกันเฝ้าระวัง อย่าฝากไว้กับเจ้าหน้าที่อย่างเดียว บ้านเมืองเป็นของคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะอาชีพใด การสร้างความมั่นคงต้องมาก่อนเสมอ สร้างความเชื่อมั่น สร้างเสถียรภาพ รัฐบาลมีเสถียรภาพต่างชาติคบค้าสมาคม แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ นี่คือสิ่งที่เราต้องเดินประเทศแบบนี้ ไม่ใช่อยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง หรือทำให้ข้างใดข้างหนึ่งได้รับความไม่ยุติธรรม วันนี้ให้ความยุติธรรมทุกอย่าง กระบวนการยุติธรรม คดีอาญาก็ว่ากันไป เราก็เดินหน้าประเทศไป
ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นของนายกฯ ในวันที่ 13-14 มี.ค.นี้ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลตนตัดสินใจไว้หมดแล้ว ทุกคนมีความรับผิดชอบ ส่วนเรื่องความมั่นคงก็มีรองนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบ กระทรวงมหาดไทยก็รับผิดชอบในหน้าที่ เมื่อมีอะไรเกิดขึ้นจะทำอย่างไร ก็ได้ตัดสินใจและคิดไว้หมดแล้ว ถ้าอยากจะสู้ก็สู้กันมาเลย ผู้สื่อข่าวถามว่าจะสู้กับใคร นายกฯ กล่าวว่า ไม่รู้ ใครหละ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่แน่ใจว่าปี2559 เดือนกุมภาพันธุ์ จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่รู้ ต้องถามประชาชนว่าจะเลือกตั้งหรือไม่




