วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กมธ.ยกร่างฯ เปิดทางแม่น้ำ4สายอยู่ยาว

กมธ.ยกร่างฯ เปิดทางแม่น้ำ 4 สายอยู่ยาว ชงต่ออายุตัวเองอีก 7 เดือน ผุดตั้งสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ 120 คน ดึงสปช.-สนช.ร่วมงาน

ที่รัฐสภา นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงความคืบหน้าในการยกร่างรัฐธรรมนูญซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาบทเฉพาะกาล วันที่ 2 ว่า วันนี้กมธ.ยกร่างฯ ได้พิจารณาทั้งหมด 7 ประเด็น อาทิ กลไกในการขับเคลื่อนปฏิรูป การปฏิรูปสาธารณสุข การปฏิรูปการศึกษา เป็นต้น ทั้งนี้ กมธ.ยกร่างฯได้พิจารณาหมวด 2 การปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรม ส่วนที่ 1 ว่าด้วยสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ โดยสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ กำหนดให้มีสมาชิกไม่เกิน 120 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง มาจากสมาชิกสปช. 60 คน สมาชิกสนช. 30 คน และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการปฏิรูปด้านต่างๆ 30 คน

  

“ส่วนคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ ประกอบด้วย กรรมการซึ่งปฏิบัติหน้าที่เต็มเวลาและมาจากผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการปฏิรูปด้านต่างๆไม่เกิน 5 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามมติของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป โดยให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งสมาชิกสภาฯ และคณะกรรมการ ซึ่งทั้ง 2 องค์กร มีหน้าที่ขับเคลื่อนการปฏิรูปพร้อมเสนอแนะนโยบายและข้อเสนอในการปฏิรูปต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรี(ครม.) หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในด้านต่างๆ การปฏิรูปด้านอื่นจะกระทำได้ต่อเมื่อทั้ง 2 องค์กร ต้องเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4” โฆษกกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าว 

นายคำนูณ กล่าวด้วยว่า เมื่อคณะรัฐมนตรีได้รับข้อเสนอของสภาขับเคลื่อนฯและคณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ คณะรัฐมนตรีต้องพิจารณาดำเนินการตามข้อเสนอ หากไม่สามารถดำเนินการตามข้อเสนอได้ให้ชี้แจงเหตุผลต่อรัฐสภาและสภาขับเคลื่อนฯโดยเปิดเผย ในกรณีที่สภาขับเคลื่อนฯเห็นว่าการปฏิรูปที่ครม.ไม่ดำเนินการเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง และมีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของสมาชิกสภาขับเคลื่อนฯ ให้มีการออกเสียงประชามติว่าจะต้องดำเนินการเรื่องนั้นหรือไม่ ผลการออกเสียงประชามติให้มีผลผูกพันครม.และสภาขับเคลื่อนฯให้ต้องปฏิบัติตาม

  

นายคำนูณ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากมีความจำเป็นต้องตราพ.ร.บ.ขึ้นใช้บังคับ ให้สภาขับเคลื่อนฯเสนอร่างพ.ร.บ. ต่อวุฒิสภาก่อน ถ้าวุฒิสภาไม่เห็นชอบให้ร่างพ.ร.บ.เป็นอันตกไป หากวุฒิสภาเห็นด้วยให้ส่งต่อสภาผู้แทนราษฎร และถ้าสภาผู้แทนราษฎรเห็นด้วยให้ดำเนินการตามมาตรา 156 แต่ถ้าไม่เห็นชอบกับวุฒิสภา ให้ส่งร่างพ.ร.บ.คืนไปยังวุฒิสภา หากวุฒิสภาลงมติยืนยันด้วยคะแนนเสียงเกินกว่า 2 ใน 3 ให้ถือว่าร่างพ.ร.บ.นั้น เป็นอันได้รับความเห็นชอบรัฐสภา และให้ดำเนินการตามมาตรา 156 ต่อไป ทั้งนี้ หากร่าง พ.ร.บ.เป็น ร่างพ.ร.บ.เกี่ยวด้วยการเงิน จะเสนอวุฒิสภาได้ก็ต่อเมื่อมีคำรับรองของนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ นายกฯต้องพิจารณาให้คำรับรองภายใน 30 วันนับแต่วันที่รับร่าง ในกรณีที่นายกฯไม่แจ้งผลการพิจารณาภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ถือว่านายกฯให้คำรับรอง

  

นายคำนูณ กล่าวต่อว่า กมธ.ยกร่างฯได้พิจารณามาตรา 306 โดยวรรคหนึ่งระบุว่า “เพื่อประโยชน์ในการจัดให้มีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นที่จำเป็น ให้สภาปฏิรูปแห่งชาติและคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 สิ้นสุดลงในวันประชุมรัฐสภาเป็นครั้งแรกตามมาตรา 136” ซึ่งมีความหมายว่าทั้งสปช. และกมธ.ยกร่างฯ จะยังมีภารกิจต่อเนื่องหลังจากการยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วตามมาตรา 39 ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ปี 57 ให้ทั้งสององค์กรปฏิบัติหน้าที่ต่อไปเพื่อประโยชน์ในการจัดทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายอื่นที่จำเป็น จนถึงวันเปิดประชุมรัฐสภาเป็นครั้งแรก ดังนั้นหากจะนับตารางเวลา คือจะอยู่ต่อไปอีก 210 วัน เนื่องจากระยะเวลาการพิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 60 วัน ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ 30 วัน รวมถึงระยะเวลาการเลือกตั้งส.ส.ภายใน 90 วัน จากนั้นการเปิดประชุมสภาจะมีขึ้นภายใน 30 วัน ซึ่งทั้ง 2 องค์กรจะพ้นตำแหน่งก่อนสนช. เนื่องจากสนช.จะต้องอยู่ไปจนกว่าจะมีส.ว.ชุดแรก คือ 240 วัน

  

นายคำนูณ กล่าวด้วยว่า วรรคสอง ระบุว่า “เพื่อประโยชน์แห่งการขจัดส่วนได้เสีย ห้ามมิให้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญดำรงตำแหน่ง ส.ส. ส.ว. ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น คณะผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น เจ้าหน้าที่หรือผู้ดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมือง หรือกลุ่มการเมืองภายใน 2 ปี นับแต่พ้นจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง” ซึ่งตรงนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ปี 57 กำหนดไว้

  

เมื่อถามว่า ในที่ประชุมมีการหารือถึงข้อเสนอของนายเจษฎ์ โทณะวณิก กมธ.ยกร่างฯ เสนอให้แม่น้ำ 5 สาย เว้นวรรคทางการเมือง 2 ปี หลังรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ นายคำนูณ ชี้แจงว่า ที่ประชุมได้มีการหารือแต่เสียงส่วนใหญ่เห็นว่าควรบังคับแต่กมธ.ยกร่างฯ เพราะรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ปี 57 ได้กำหนดไว้ล่วงหน้า ทำให้ผู้ที่จะเข้ามาเป็นกมธ.ยกร่างฯได้วางแผนตั้งแต่แรก ก่อนที่จะอาสาเข้ามาทำงาน ในขณะที่ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นไม่ว่าเป็นสปช. สนช. ก็ไม่ได้รับรู้มาก่อนว่าเมื่อมาดำรงตำแหน่งจะต้องถูกห้ามดำรงตำแหน่งต่อไปหลังจากที่รัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ อีกทั้งรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีการห้ามดำรงตำแหน่งทุกภาคส่วนขณะนั้นส่วนใหญ่จะห้ามดำรงตำแหน่งกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น ทั้งนี้ที่ประชุมไม่ได้มีการหารือถึงกรณีการดำรงตำแหน่งทางการเมืองของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) และครม.

  

เมื่อถามว่า กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ สามารถเข้ามาดำรงตำแหน่งสภาขับเคลื่อนได้หรือไม่ นายคำนูณ ชี้แจงว่า ตามมาตรา 306 ได้กำหนดชัดเจนว่าห้ามดำรงตำแหน่งใดบ้าง ซึ่งในที่นี้เข้าใจว่าสามารถเข้าไปเป็นสภาขับเคลื่อนได้

  

เมื่อถามว่า ในการตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เป็นการสืบทอดอำนาจหรือไม่ นายคำนูณ ชี้แจงว่า ไม่ใช่เป็นการสืบทอดอำนาจ แต่เป็นการสืบทอดเจตนารมณ์มากกว่า ในการปฏิรูปประเทศทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่าจะทำอย่างไรให้กลไกในการปฏิรูปเดินหน้าต่อไป