บอร์ดธ.ก.ส.อนุมัติปล่อยเงินกู้เพิ่มอีก 6,000 ล้านบาท ให้อ.ส.ย.รับซื้อยางแผ่นดิบและน้ำยางสด แก้ปัญหาราคาตกต่ำ
ช่วยเหลือเกษตรกรพร้อมขยายเวลาคืนหนี้ถึง 31พ.ค.59
แหล่งข่าวจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่าเมื่อเร็วๆนี้ที่ประชุมคณะกรรมการธ.ก.ส.มีมติอนุมัติ แนวทางบริหารจัดการยางพารา เพื่อแก้ไขปัญหาราคายาง ภายใต้แนวทางพัฒนายางพาราทั้งระบบ โดยได้เพิ่มวงเงินกู้อีก 6,000 ล้านบาท รวมเป็นวงเงิน 12,000 ล้านบาท โดยให้องค์การสวนยาง (อ.ส.ย.) ขยายระยะเวลาชำระคืนเงินกู้คงเหลือที่มีอยู่กับ ธ.ก.ส. ตามโครงการพัฒนา ศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพาราออกไปจากเดิมวันที่ 31 ธ.ค.2557 เป็นวันที่ 31 พ.ค.2559
ธ.ก.ส.ปล่อยกู้เพิ่ม6พันล้านแก้ยางตก
2.อนุมัติเงินกู้ให้แก่อ.ส.ย. เพื่อดำเนินโครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชน เพื่อรักษาเเสถียรภาพราคายางเพิ่มเติมอีก 6,000 ล้านบาท จากวงเงินกู้เดิมจำนวน 6,000 ล้านบาท รวมวงเงินกู้ทั้งหมด 12,000 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินโครงการ 14 เดือน โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่ดำเนินการต่อเนื่องตามแนวทางปฏิบัติเดิม ด้วยการรับซื้อยางแผ่นรมควันชั้น 3 ไม่อัดก้อน ยางแผ่นรมควัน อัดก้อน และยางแท่ง STR20 วงเงิน 4,000 ล้านบาท อีกส่วนใช้เพื่อดำเนินการซื้อน้ำยางสด และยางก้อนถ้วย วงเงินอีก 2,000 ล้านบาท ตามหลักเกณฑ์ วิธีปฏิบัติของคณะกรรมการ นโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) โดยจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อทราบต่อไป
ก่อนหน้านี้ ครม. ได้อนุมััติให้ อ.ส.ย. เบิกเงินกู้จากธ.ก.ส. เพื่อใช้ตามเงินกองทุนของมูลภัณฑ์กันชน (บัฟเฟอร์ฟันด์) วงเงิน 6,000 ล้านบาท จากวงเงินกู้ทั้งหมด 20,000 ล้านบาท เพื่อนำไปซื้อยางแผ่นดิบและแผ่นดิบรมควัน วงเงิน 4,000 ล้านบาท โดยให้ อ.ส.ย.เป็นผู้รับซื้อจนกว่าจะปิดกรีด ส่วนวงเงินอีก 2,000 ล้านบาท อ.ส.ย.จะนำไปซื้อน้ำยางสดและยางก้อนถ้วยจากเกษตรกรเพื่อพยุงราคาให้สูงขึ้น
โดยราคาเป้าหมายสำหรับฤดูเปิดกรีดหน้าในระยะเวลาอีกประมาณ 3 เดือน มีเป้าหมายว่ายางแผ่นดิบจะอยู่ที่ 60 บาทต่อกิโลกรัม ยางแผ่นรมควันอยู่ที่ 65 บาทต่อกิโลกรัม และน้ำยางดิบอยู่ที่ 50 บาทต่อกิโลกรัม
ส่วนความเคลื่อนไหวราคายางชนิดต่างๆ ราคาประมูล ณ ตลาดกลางยางพารา อ.หาดใหญ่ เมื่อวันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา ราคายางแผ่นดิบอยู่ที่กิโลกรัมละ 58.55 บาท ยางแผ่นรมควันชั้น 3อยู่ที่กิโลกรัมละ 63.15 บาท ส่วนตลาดท้องถิน
าคายางแผ่นดิบอยู่ที่กิโลกรัมละ 50.90 บาท น้ำยางสด ณ โรงงาน อยู่ที่กิโลกรัมละ 50.50บาท
บอร์ดสั่งธ.ก.ส.เร่งปล่อยสินเชื่อ
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการ ธ.ก.ส. มีมติรับทราบนโยบายสินเชื่อประจำปีบัญชี 2558 ประกอบด้วย นโยบายสินเชื่อ แนวทางการให้สินเชื่อ และหลักการให้สินเชื่อของ ธ.ก.ส. ประกอบด้วย 1. นโยบายสินเชื่อ เป็นการสนับสนุนสินเชื่อด้านต่างๆ เช่น การให้สินเชื่อ แก่เกษตรกร บุคคล กลุ่มบุคคล ผู้ประกอบการ กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์กองทุนหมู่บ้าน องค์กรชุมชน และผู้ขาดโอกาส ทั้งในชนบทและชุมชนเมืองให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างพอเพียง สนับสนุนสินเชื่อตลอดห่วงโซ่มูลค่า แบบครบวงจร พัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการสินเชื่อ สนับสนุนให้ลูกค้าจัดทำการประกันความเสี่ยง และความเสียหายในชีวิต ทรัพย์สิน และอาชีพแบบครบวงจร
ด้านการบริหารจัดการสัดส่วนสินเชื่อ (Portfolio) และสนับสนุน สินเชื่อภาคการเกษตรไม่น้อยกว่า 80% ของยอดจ่ายสินเชื่อประจำปีและยอดสินเชื่อคงเหลือตามพระราชบัญญัติ ธ.ก.ส. และกฎกระทรวงการคลัง
2. แนวทางการให้สินเชื่อ กำหนดแนวทางดำเนินงาน การให้สินเชื่อ เพื่อให้ส่วนงานภายใน ธ.ก.ส.ถือปฏิบัติ 3. หลักการให้สินเชื่อของธ.ก.ส. กำหนดเป็นหลักการในการนำไปใช้ปฏิบัติงานตามนโยบายสินเชื่อ และแนวทางการให้สินเชื่อของ ธ.ก.ส.เป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีกระบวนการพิจารณาที่ชัดเจน เป็นไปตามกฎเกณฑ์ของ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
สนับสนุนกองทุนหมู่บ้านกระตุ้นศก.
แหล่งข่าวกล่าวว่า นอกจากนี้คณะกรรมการ ยังได้อนุมัติมาตรการสนับสนุนด้านเงินทุนแก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจผ่าน ธ.ก.ส. โดยมี 2 ส่วนคือ 1. สนับสนุนสินเชื่อแก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง และสถาบันการเงินชุมชนที่มีศักยภาพ วงเงิน 20,000 ล้านบาท
2. ธ.ก.ส. ร่วมกับสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ตรวจสอบข้อมูล และความพร้อม ของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง และสถาบันการเงินชุมชนที่ขอเสนอเพิ่มทุนระยะที่ 3 และสนับสนุนการฟื้นฟูกิจการ กองทุนหมู่บ้านที่อยู่ในระดับพอใช้และระดับที่ต้องปรับปรุง
ขณะเดียวกัน คณะกรรมการ ธ.ก.ส.ยังได้อนุมัติิโครงการจัดหาระบบงานตรวจจับการทุจริต (Fraud Detection/ Surveillance System) และระบบงานการป้องกันการฟอกเงิน (Anti-Money Laundering : AML) และจัดจ้างบำรุงรักษา เป็นระยะเวลา 4 ปี โดยวิธีการประกวดราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้งบประมาณค่าลงทุน เป็นเงินกว่า 99 ล้านบาท และงบประมาณค่าบำรุงรักษาเป็นเงิน 53 ล้านบาท รวมงบประมาณทั้งโครงการกว่า152 ล้านบาท





