"ไพจิต"ระบุเจตนารมณ์ให้บ้านเมืองเกิดการเปลี่ยนแปลงใน 4 ทิศทางวันนี้สงบ แต่ไม่มีความสุข
นายไพจิต ศรีวรขาน อดีตส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงเจตนารมณ์ให้บ้านเมืองเกิดการเปลี่ยนแปลงใน 4 ทิศทางคือ พลเมืองเป็นใหญ่ การเมืองใสสะอาดและสมดุล หนุนสังคมเป็นธรรม นำชาติสู่สันติสุขว่า การเขียน การทำ และการพูด ของอดีตเลขาฯ ผู้ร่างรัฐธรรมนูญปี 50 ซึ่งเป็นฉบับที่ดูเป็นประชาธิปไตยกว่านี้ และอดีตทีมผู้ร่างรัฐธรรมนูญปี 40 ที่ว่ากันว่าเป็นประชาธิปไตยที่สุดนั้น
ช่างแตกต่างกับการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เท่าที่เห็นนั้นสะท้อนว่าไม่เป็นประชาธิปไตยเลย การจะให้ประชาชนเป็นใหญ่ก็ไม่ใช่ เช่น เรื่องส.ว.มาจากการสรรหาทั้งหมด ถ้าจะให้ประชาชนเป็นใหญ่จริงก็ต้องให้ประชาชนได้ใช้สิทธิในการเลือกตั้งโดยตรง รวมทั้งเรื่องนายกฯ จะเป็นคนนอกก็ได้จากเดิมที่ต้องเป็นส.ส.และได้รับการโหวตในสภาฯ โดยส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ซึ่งนายกฯ จากการเลือกตั้งนั้นคือประชาชนเป็นใหญ่ของจริง ไม่ใช่สร้างเงื่อนไขเพื่อแอบอ้างประชาชน
นายไพจิต กล่าวอีกว่า จะพูดอย่างไรก็พูดได้แต่ประชาชนไม่เชื่อหรอก ในฐานะที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนนั้นสัมผัสได้ว่า ประชาชนเขาไม่เชื่อ และโดยส่วนตัวก็ไม่เชื่อว่าจะเป็นไปตาม 4 ทิศทางที่อ้างมา ส่วนเรื่องสันติสุขนั้น คำว่าสันติสุขคือ มีความสุข มีความเท่าเทียม อยู่ดีกินดี ถามว่าวันนี้ใครเขาค้าขายกับประเทศไทยบ้าง มองว่า อาจจะสงบ แต่ไม่มีความสุข




