วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ชูศักดิ์'อัดส.ว.มาจากแต่งตั้งขัดหลักประขาธิปไตย

"ชูศักดิ์"ระบุให้ส.ว.มาจากแต่งตั้งขัดต่อหลักประชาธิปไตย เหตุประชาชนไม่มีส่วนร่วม

นายชูศักดิ์ ศิรินิล คณะทำง่นฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญเสนอให้ส.ว.มาจากการแต่งตั้งทั้งหมด ว่า แนวคิดของกมธ.ออกแบบให้ส.ว.มีอำนาจมากเช่นเสนอกฎหมายได้ ตรวจสอบคนที่จะมาเป็นรัฐมนตรีรวมไปถึงถอดถอนบุคคลและนักการเมือง เรียกว่ามีอำนาจมากกว่าที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ 50 เสียอีก การเอาคนที่มิได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนมาทำหน้าที่นี้จึงขัดต่อหลักการประชาธิปไตยถอยหลังลงคลอง ประชาชนไม่มีส่วนร่วมเลยแม้แต่น้อย พูดให้ดูดีว่าเลือกตั้งโดยอ้อมแต่จริงๆแล้วประชาชนไม่รู้เรื่องด้วยเลย ส.ว.จะกลายเป็นตัวแทนกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆเสียมากกว่า

ถ้าจะใช้คำว่าเลือกตั้งโดยอ้อมและยังมีความคิดว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนก็ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในทางใดทางหนึ่ง เช่นในฝรั่งเศษให้องค์กรปกครองท้องถิ่นซึ่งมาจากประชาชนไปเลือกส.ว.ยังพออ้างได้ว่ามาจากตัวแทนประชาชนไปเลือกมา ระบบที่เสนอจึงขัดต่อหลักการประชาธิปไตย อาจเป็นประชาธิปไตยแบบไทยๆที่เขาต้องการจะให้เป็นๆประชาธิปไตยที่ถูกควบคุมโดยคนดี

นายชูศักดิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่กมธ.เปิดโอกาสให้บ้านเลขที่109 และ 111 สามารถลงเลือกตั้งได้ตามปกติ ว่า เขาไม่มีสิทธิไปตัดสิทธิคนเหล่านี้เขาไม่ได้มีส่วนไปทุจริตอะไรด้วย แต่ต้องรับผลเพราะออกกฎหมายมัดมือชก เขาก็โดนมัดมือมัดเท้ากันมาแล้ว 5 ปี จะห้ามต่อไปอีกนอกจากจะเป็นการละเมิดหลักสิทธิมนุษย์ชนอย่างรุนแรงแล้วยังอาจถูกประนามว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับไล่ล่า

เมื่อถามถึงกรณีผู้ที่ถูกถอดถอนโดยสนช.จะสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้หรือไม่นั้น นายชูศักดิ์ กล่าวว่า การตัดสิทธผู้ที่ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งนั้น รัฐธรรมนูญฉบับ 40-50 เขาห้ามไว้แล้วโดยใช้คำว่าเคยถูกวุฒิสภาถอดถอนออกจากตำแหน่ง ซึ่งหมายถึงวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญปกติ แต่ที่สนช.ไล่ถอดถอนคนกันอยู่นี้เป็นการให้ถือว่าทำหน้าที่วุฒิสภาโดยจริงๆแล้วตนเองเป็นสนช.มาจากการแต่งตั้งโดยคสช.ซึ่งก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ไปแล้วถึงความถูกต้องชอบธรรมทั้งในทางกฎหมายและหลักนิติธรรม การห้ามคนเหล่านี้ไม่ให้เข้าสู่สนามการเมืองไปตลอดการจึงต้องถูกวิพากวิจารณ์แน่นอนว่ามีวาระพิเศษที่ต้องทำทั้งๆที่รัฐธรรมนูญ 50 ก็ยกเลิกไปแล้วรัฐธรรมนูญชั่วคราวก็ไม่ได้ให้อำนาจ และจะกลายเป็นประเด็นใหญ่ในอนาคต