พท.อัดส.ว.สรรหา200คน ทบทวนให้ยึดโยงประชาชนด้าน"วรวัจน์"ลั่นไม่มองอนาคตประเทศ
นายสามารถ แก้วมีชัย อดีตส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย และอดีตประธานกรรมาธิการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาส.ว. กล่าวว่า การออกแบบที่มาส.ว.ครั้งนี้ทั้ง 200 คนที่อ้างว่าเป็นการเลือกตั้งโดยอ้อมนั้นไม่ต่างอะไรกับการสรรหาทั้งหมด เพราะไม่มีการยึดโยงกับประชาชนโดยตรง ดังนั้น กมธ.ยกร่างฯ ต้องกลับไปทบทวนอำนาจหน้าที่ส.ว.ที่ให้ไว้ล้นฟ้า ทั้งการเสนอกฎหมายได้จากเดิมที่มีเพียงหน้าที่กลั่นกรองกฎหมายเท่านั้น หรือแม้แต่การมีอำนาจกำกับดูแลฝ่ายบริหารที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เช่น การตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรี ทั้งนี้ การเขียนรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่ควรบัญญัติว่าสมาชิกวุฒิสภาคือผู้แทนปวงชนชาวไทย เพราะไม่ได้ยึดโยงกับประชาชนอย่างแท้จริง
ด้านนายพนัส ทัศนียานนท์ อดีตส.ว.ตาก ในฐานะคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่กมธ.ยกร่างฯ เขียนให้ส.ว.ส่วนหนึ่งในกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิในหลายๆ ด้านจำนวน100 คน ผ่านกระบวนการคัดเลือกของคณะกรรมการสรรหาสมัชชาพลเมืองและองค์กรท้องถิ่นนั้น จะเป็นเพียงแค่ไม้ประดับเท่านั้น เพราะกลุ่มคนที่จะเข้ามาทำหน้าที่คัดเลือกสมัชชาพลเมืองอาจจะเป็นพวกเดียวกับผู้ที่มีอำนาจในปัจจุบัน ส่วนกลุ่มส.ว.ที่ได้เข้ามาแน่ๆ ก็คือกลุ่มที่มาจากสาขาอาชีพ อาทิ อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตข้าราชการระดับสูงทั้งพลเรือนและทหาร สุดท้ายกระบวนการต่างๆ ซึ่งได้มาส.ว.200คนก็ไม่ต่างอะไรกับส.ว.แต่งตั้ง เพียงแต่มีกระบวนการที่หลากหลายเท่านั้น
"วรวัจน์"อัดตั้งส.ว.สรรหา200คนไม่มองอนาคตประเทศ
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีตส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญกำหนดให้ส.ว.มีจำนวนไม่เกิน 200 คนโดยมาจากการสรรหาว่า แบบนี้จะเรียกประเทศประชาธิปไตยอีกไม่ได้ เพราะประชาธิปไตยต้องมีการยึดโยงกับประชาชน การนำคนมาจากการแต่งตั้งไม่ว่าจะโดยวิธีใด นั้นทำให้ประเทศเสียหาย นักลงทุนจากต่างชาติจะไม่ลงทุนกับประเทศไทย หากกระบวนการถูกยึดโยงด้วยคนกลุ่มหนึ่งซึ่งไม่ได้มาจากการเลือกตั้งแต่สามารถควบคุมได้ตั้งแต่การแต่งตั้งรัฐมนตรีแบบนี้จะเป็นอันตรายต่อประเทศในระยะยาว และทั่วโลกไม่ยอมรับ ทำให้คำว่าประเทศที่เป็นประชาธิปไตยของประเทศไทยจบลง คนคิดเรื่องนี้ควรทบทวนว่าการสร้างกติกาเช่นนี้เป็นการทำร้ายประเทศหรือไม่ ประเทศไทยไม่ได้อยู่เพียง 5-10 ปี การสร้างกติกาเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยหมดขีดการแข่งขัน เป็นความคิดที่เห็นแก่ตัว
"มองอนาคตตัวเองแต่ไม่มองอนาคตประเทศไทยว่าต่างชาติจะยอมรับหรือไม่ ทั้งนี้ ส.ว.สรรหาเป็นความคิดเห็นของคนกลุ่มหนึ่งที่ต้องการควบคุมประเทศ ไม่คำนึงถึงอนาคตในระยะยาว และเชื่อว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งหลังจากนี้คงจะไม่สามารถแก้ไขระบบนี้ได้ เพราะจะมีการวางกลไกรัดกุมมากเพื่อไม่ให้มีการแก้ไข ขอเรียกร้องให้คนสร้างกติกาทบทวนเรื่องนี้ อย่าทำร้ายประเทศอีกเลย"นายวรวัจน์ กล่าว
นายวรวัจน์ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งจะต้องแสดงภาษีเงินได้ย้อนหลัง 3 ปีให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ดูนั้น เป็นการทำให้ระบบตรวจสอบทำร้ายผู้ที่มีมาจากการเลือกตั้ง และไม่เชื่อว่าระบบนี้จะช่วยสกัดคนทุจริตไม่ให้เข้ามาในระบบการเมืองได้ เพราะระบบภาษีของประเทศไทยยังไม่สมบูรณ์ ไม่มีใครทำถูกต้องทั้งหมด ส่วนกรณีที่ส.ว.มีอำนาจตรวจสอบประวัติ และความประพฤติทางจริยธรรมของคณะรัฐมนตรีได้นั้น คนตรวจสอบควรยึดโยงกับประชาชน เคารพความเห็นของประชาชน ขณะทีืการเปิดโอกาสให้บ้านเลขที่ 111 และ 109 ลงเล่นการเมืองได้นั้น ตนมองว่าไม่มีประโยชน์ เพราะกระบวนการทุกอย่างถูกควบคุมหมดแล้ว เป็นเพียงละคร เป็นการเปิดกับดัก โดดลงไปเมื่อไหร่ ก็ตายเมื่อนั้น




