วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ครม.อนุมัติ4หมื่นล้านซื้อยางสร้างถนน

ครม.เศรษฐกิจอนุมัติงบ 4 หมื่นล้าน ให้กรมทางหลวง-กรมทางหลวงชนบท หวังใช้ยางพาราซ่อมและปรับปรุงถนน 1 แสนกิโลเมตร

เชื่อช่วยระบายยางแก้ปัญหาราคาตกต่ำได้ จี้ข้าราชการระดับจังหวัดเร่งจัดการปัญหายางทำไม่ได้มีสิทธิถูกโยกย้าย

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ(ครม.ศก.) วานนี้ (25ก.พ.)ที่ประชุมเห็นชอบโครงการตามแผนพัฒนาระบบขนส่งทางถนนระยะเร่งด่วนของกระทรวงคมนาคม วงเงิน 40,000 ล้านบาท เพื่อ พิจารณาการนำยางพาราในประเทศ ไปใช้ในการดำเนินการซ่อมสร้างถนน คาดว่าจะสามารถระบายยางสำหรับผสมทำถนนตามโครงการนี้ได้ประมาณ 30,000 ตัน

ทั้งนี้วงเงิน 40,000 ล้านบาท แบ่งเป็นงบประมาณสำหรับกรมทางหลวงจำนวน 25,000 ล้านบาท สำหรับการปรับปรุงถนนในความดูแลระยะทาง 5.2 หมื่นกิโลเมตร และกรมทางหลวงชนบทจำนวน 15,000 ล้านบาท สำหรับการปรับปรุงถนนในความดูแลระยะทาง 4.8 หมื่นกิโลเมตร

นายอำนวย ปะติเส รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงการระบายสต็อกยางพาราของรัฐ ว่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ส่งมอบยางให้แก่ บริษัท ไชน่า ไห่หนาน รับเบอร์ อินดัสทรี กรุ๊ป เพิ่มแล้ว 15,000 ตัน จากที่ส่งมอบครั้งแรกไปจำนวน 2,000 ตัน เมื่อช่วงสิ้นปี2557 โดยยางพาราที่ส่งมอบครั้งนี้เป็นยางเก่าในสต็อกรัฐตั้งแต่ปี 2555 แต่เป็นยางคุณภาพดี ได้ราคาดีถึงกิโลกรัมละ 63 บาทตามที่ทำสัญญาซื้อขาย

“ที่ผ่านมายังไม่ได้มีการส่งมอบยางเพิ่ม เพราะเกรงกันว่าราคายางจะปรับตัวลดลง จึงได้ชะลอออกไปก่อน จากนี้เป็นช่วงปิดกรีดก็ต้องจะเร่งส่งมอบยาง แต่ต้องเป็นไปตามข้อตกลงสองฝ่าย ” นายอำนวยกล่าว

สำหรับ 16 มาตรการยางที่ขับเคลื่อนไปแล้วนั้น จะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์เร็วๆนี้ เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไข โดยการประเมินของกระทรวงเกษตรฯเอง มองว่ามาตรการโครงการมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายาง หรือ บัฟเฟอร์ฟันด์ เป็นมาตรการที่ได้ผลดีแต่โครงสร้างตลาดปรับตัวไม่ทันความต้องการ

“ผมทราบดีมีปัญหาการจัดคิวในตลาดกลาง ต่อไปถ้ามีการใช้มาตรการนี้ต่อจะจัดคิวจัดระบบการจัดการให้ ผมมีแนวคิดว่าต่อจากนี้เกษตรกรรายย่อย ที่นำยางมาขายครั้งละไม่เกิน 15 ตัน ต้องได้ขายก่อน หรืออีกแนวทางหนึ่ง อาจใช้การยกระดับตลาดท้องถิ่นของสกย.108 แห่ง เพื่อไม่ให้เกษตรกรรายย่อยต้องขนส่งมาถึงตลาดกลาง” นายอำนวย กล่าว

ทั้งนี้ การจัดการยางพาราฤดูกาลผลิต2558/2559 จะเป็นการบริหารงานจากระดับจังหวัด ได้สั่งให้จังหวัดทำแผนจัดการตนเองเกี่ยวกับสินค้ายาง 6 ชนิด ได้แก่ ยางก้อนถ้วย น้ำยางสด ยางแผ่นดิบในตลาดท้องถิ่น ยางแผ่นดิบในตลาดกลาง ยางแผ่นรมควันชั้น 3 ในตลาดกลาง และยางที่จำหน่ายให้กลุ่มพ่อค้าส่งออก จังหวัดจะต้องรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับยางในพื้นที่ ส่งให้กระทรวงเกษตรฯภายใน 5 มี.ค. นี้

แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า การเร่งขับเคลื่อนเรื่องยางในระดับจังหวัด หากจังหวัดใดไม่สามารถดำเนินการได้ตามเป้า จะถูกรายงานถึงกระทรวงมหาดไทย และอาจถูกโยกย้ายออกจากตำแหน่งได้

สำหรับราคายางณ วันที่ 25 ก.พ. ที่ผ่านมา ราคา FOB ยางแผ่นรมควันชั้น 3 ราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 61.45 บาท ขณะที่บัฟเฟอร์ฟันด์เข้าซื้อที่ราคากิโลกรัมละ 63 บาท ราคาน้ำยางสด 47 บาทต่อกิโลกรัม ยางก้อนถ้วย 39.50 บาทต่อกิโลกรัม และยางแผ่นดิบราคา 58 บาทต่อกิโลกรัม