โต้ทุกเม็ด! "พุทธะอิสระ" ร่ายยาวแจงไม่หวั่นฝ่ายตรงข้าม ถามจะให้สู้คนเดียวหรือ ยันไม่ได้สู้ใครเป็นสังฆราช ปัดเตะสกัด"สมเด็จวัดปากน้ำ"
เพจเฟซบุ๊คของ "หลวงปู่พุทธะอิสระ" ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับกรณีกลุ่มพระสงฆ์ที่เห็นต่างจากตนเอง เดินสายยื่นหนังสือถึงรัฐบาล โดยสรุปความได้ว่า หรือว่างานนี้ฉันจะต้องสู้คนเดียวอย่างโดดเดี่ยวจริงๆ เห็นข่าวบรรดาพวกองครักษ์พิทักษ์ธรรมกาย ต่างดาหน้ากันออกมาปกป้องมติอัปยศ มหาเถร แถมลากยาวไปถึงว่ากำลังทำให้กระบวนการแต่งตั้งอนาคตพระสังฆราชที่ควรจะเป็นของมหานิกาย จะกลายเป็นของธรรมยุต
"อุ๊บ๊ะ แม่เจ้า เอาอะไรคิดเนี่ย คิดได้ยังไง หรือว่าทุกลมหายใจของคนพวกนี้ หายใจเข้าก็หาเงิน หายใจออกก็หาอำนาจ และพระธรรมวินัยหายไปไหนล่ะจ๊ะ ละอายน่ะมีไหม ไม่รู้หรือไงว่ากำลังนุ่งห่มชุดอะไรอยู่ ผ้ากาสาวพัตร์ของพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์มิได้ให้นุ่งห่มเพื่อเอาไว้แสวงหาเงินกับอำนาจนะจ๊ะ"
พระพุทธะอิสะ ระบุว่า สารภาพตรงๆ ว่า ไม่เคยคิดเลยว่า ใครจะเข้ามาเป็นสังฆราช ขอให้เป็นพระผู้ทรงธรรม ทรงวินัย เป็นผู้ที่พุทธบริษัทพึ่งพาอาศัยได้ทางสติปัญญาและจิตวิญญาณ ส่วนจะเป็นธรรมยุติหรือมหานิกาย ฉันไม่เคยให้ความสำคัญ ในใจฉันคิดเสมอว่าทุกนิกายคือญาติ หากเหยียบยืนอยู่ในหลักธรรมนองคลองธรรมอย่างซื่อตรง
ไม่ใช่ใช้คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการมาอยู่เหนือหลักพระธรรมวินัย เพราะถ้าขืนปล่อยเอาไว้ ความเสียหายล่มสลายของพระธรรมวินัยจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในอนาคต สังฆมณฑลจะเกิดบรรทัดฐานขึ้นใหม่ว่า หากผิดพระธรรมวินัยแต่คดีนั้นเกาะเกี่ยวกับคดีทางโลก ให้รอคำตัดสินคดีทางโลกเสียก่อน หากศาลทางโลกบอกว่าไม่ผิด ศาลสงฆ์ก็ต้องคล้อยตาม โดยมิให้ความสำคัญต่อพระธรรมวินัย เช่นนี้คือมิจฉาทิฐิที่เกิดขึ้นในศาสนจักรแล้ว และที่เลวร้ายสุดๆ คือ ผู้ที่เป็นมิจฉาทิฐิ มีความเห็นผิดจากพระธรรมวินัย คือกรรมการมหาเถรสมาคม ซึ่งเป็นองค์กรปกครองสูงสุดในบวรพระพุทธศาสนา เช่นนี้แล้วจะทำให้ฉันยอมรับได้กระนั้นหรือ
"หากพวกคุณได้รู้อย่างที่ฉันรู้ ได้รับฟังพระดำรัสของเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราชอย่างที่ฉันได้ฟัง รวมทั้งพระลิขิตที่พระองค์ทรงมีถึง ๕ ฉบับ ด้วยใจความที่แฝงไปด้วยความตัดพ้อ พวกคุณก็จะได้รับรู้ถึงไส้ถึงพุงของกรรมการมหาเถรสมาคมกลุ่มนี้"
หากประเทศไทย พระสงฆ์ไทย มีองค์กรปกครองสงฆ์ที่ไม่ให้ความสำคัญต่อพระธรรมวินัย แต่ไปให้ความสำคัญของคำสั่งอัยการ เช่นนี้ ยอมสู้ตายดีกว่า ที่มหาโชว์ออกมาพูดว่า การปฏิรูปครั้งนี้หนักกว่าทุกครั้ง เหมือนดังผ้าลายกระทืบผ้าเหลือง อยากจะบอกว่า หากผ้าเหลืองไม่ทำตัวใฝ่ต่ำ ไม่ยินยอมให้คำสั่งของอัยการมาชี้นำเหนือพระธรรมวินัย ผ้าลายที่ไหนเขาจะกล้ายกตีนขึ้นสูงๆ ไปกระทืบ ได้กระทืบถึง แต่การที่มหาเถรสมาคมอ้างคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ จะยุติกระบวนการของพระวินัย ยักยอกทรัพย์ไม่ปาราชิก เพราะอัยการสั่งไม่ฟ้อง เช่นนี้ สมควรโดนกระทืบไหม
อยากถามว่ามหาเถรสมาคมทำไมถึงไม่เคยเรียกธัมมชโยมาถามบ้าง แล้วจะมาตัดสินว่าไม่ผิดได้ไง
ที่จริงการไปพบคุณเทียนฉาย กีระนันทน์ ครั้งนี้ ฉันก็ได้เสนอไปแล้วว่า ควรจัดส่งตัวแทนไปพูดคุยกับสงฆ์ผู้ใหญ่ทั้ง 2 นิกาย ไม่เว้นแม้ในมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้ง 2 แห่ง
"ที่บอกว่าพุทธะอิสระเป็นพวกเป่านักหวีด นั่นไม่ปฏิเสธ แต่ฉันก็ไม่ได้ทำตัวใฝ่ต่ำ ฝักใฝ่ อยากได้ยศ ตำแหน่ง หรือลาภสักการะใดๆ ด้วยเพราะฉันไม่อยากเป็นหมาเชื่องๆ ของพรรคการเมืองพรรคไหน หรือกลุ่มทุนของวัดใด ฉันยังเป็นพญาราชสีห์แห่งเวทีแจ้งวัฒนะ พุทธะอิสระ เหมือนเดิม"





