“ปณิธาน” ชี้ เหตุป่วนใต้ ผลจากช่องว่างด้านการข่าว ย้ำไม่กระทบพูดคุยสันติสุข
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ี่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะนี้ ว่า การเฝ้าระวังเหตุเป็นเรื่องที่หน่วยงานด้านความมั่นคงทำอยู่แล้ว สำหรับพื้นที่ภาคใต้ขณะนี้ได้มีการกำชับให้เฝ้าระวังมากขึ้น เนื่องจากการแจ้งเตือนด้านการข่าวนั้นมีช่องว่าง เช่น การปล่อยให้มีรถต้องสงสัยเข้ามาให้พื้นที่ โดยจะมีการปรับระบบต่างๆ ให้มีความเข้มข้น แต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศโดยรวมในพื้นที่ และไม่กระทบต่อการพูดคุยสันติสุขที่จะมีขึ้น ทั้งนี้ฝ่ายความมั่นคงกำลังเร่งสร้างความปลอดภัยและเร่งให้มีการพูดคุยสันติสุข นอกจากนี้ยังปรับแผนงบประมาณต่างๆเข้าไปในพื้นที่ โดยคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้(คปต.) จะมีการประชุมในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ โดยมีวาระสำคัญคือแผนบริหารจัดการที่จะมีการปรับเปลี่ยนและเร่งรัดมากขึ้น
นายปณิธาน กล่าวว่า ที่มีการก่อเหตุในช่วงนี้ยังไม่ชัดเจนว่ามาจากสาเหตุใด แต่แง่วิชาการจะเห็นว่าฝ่ายรัฐคุ้มพื้นที่ได้มากขึ้น จึงทำให้ผู้ก่อเหตุต้องหาช่องว่างในการก่อเหตุ และการก่อเหตุแต่ละครั้งก็หวังให้ปรากฏเป็นข่าวใหญ่ และหากสังเกตจะพบว่าผู้ก่อความไม่สงบมีความสามารถก่อเหตุในพื้นที่ชุมนุมเมืองน้อยลงเป็นผลจากการที่เจ้าหน้าที่ได้ผลักดันให้ออกไป แต่กลุ่มที่เหลืออยู่นั้นมีความรอบคอบในการก่อเหตุ ซึ่งหากดูสถิติจะเห็นว่าเหตุการณ์ลดลง แต่ว่าเหตุการณ์แต่ละครั้งใหญ่ขึ้น อย่างไรก็ตาม วันนี้การทำงานของภาครัฐดีขึ้น แต่ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ
เมื่อถามว่า ทำไมถึงไม่มีความคืบหน้าการพูดคุยสันติสุข นายปณิธาน กล่าวว่า การพูดคุยต้องเดินไปตามขั้นตอน เมื่อมีคณะกรรมการชุดใหญ่ระดับชาติก็ต้องมีคณะกรรมการระดับท้องถิ่นเพื่อความเชื่อมโยง
ซึ่งในคณะกรรมการระดับชาตินั้นมีตัวบุคคลอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องหาตัวคนที่จะร่วมคณะพูดคุย ซึ่งต้องใช้เวลาในการพัฒนาศักยภาพและความไว้วางใจ ขณะเดียวกันฝ่ายที่จะร่วมพูดคุยก็ยังไม่มีความพร้อมเท่าที่ควร ทั้งนี้คณะทำงานพูดคุยมีกรอบเวลาในการทำงานโดยต้องเห็นผลเป็นระยะ 3 - 6 เดือน ขณะเดียวกันสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)ก็กำลังประสานอยู่ว่าจะมีกี่กลุ่มที่จะเข้ามาพูดคุย ซึ่งบางกลุ่มก็พร้อมแต่บางกลุ่มก็ยังไม่พร้อม




