ทหารอุตรดิตถ์บุกตรวจฟาร์มงู คาดใหญ่ที่สุดในโลก
ทหารเข้าตรวจสอบฟาร์มงูอุตรดิตถ์คาดใหญ่สุดในโลก อัดหน่วยงานที่อนุญาตให้ผู้ประกอบการครอบครอง-ย้ายงู ทั้งยังไม่ได้อนุญาตดำเนินกิจการฟาร์ม
วันที่ 20 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าความคืบหน้า ถึงการตั้งฟาร์มงูเหลือมและงูหลามเถื่อนขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยการถือหุ้นร่วมระหว่างคนไทยและชาวต่างชาติ ที่หมู่ 6 บ้านหนองหิน ตำบลน้ำพี้ อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ หลังมีการกอสร้างอาคารสำนักงาน อาคารเพาะเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์งูเหลือมและงูหลาม อาคารเพาะเลี้ยงหนูขาวเพื่อใช้เป็นอาหารสำหรับงู รวมถึงโรงเรือนเพาะเลี้ยงและอนุบาลลูกงูรวมจำนวนทั้งสิ้นกว่า 20 อาคาร
และล่าสุดได้มีการขนย้ายพ่อพันธุ์แม่พันธุ์งูเหลือมงูหลาม มายังฟาร์มดังกล่าวแล้วกว่า 700 ตัว จึงทำให้ชาวบ้านเกิดอาการหวาดผวาและกลัวขึ้นมา จึงรวมตัวต่อต้าน เพื่อไม่ให้ฟาร์มงูเกิดขึ้นในพื้นที่ โดยเฉพาะการตั้งโรงฆ่าสัตว์งู ทั้งเรื่องกลิ่นเหม็นสาบ กลิ่นคาว เลือดงู การฆ่าและการฟอกหนัง อีกทั้งหวั่นสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติได้รับความเสียหาย อาจมีการนำน้ำเสียจากโรงงานปล่อยเทลงในลำห้วย ส่งผลทำน้ำเน่าเสีย ในพื้นที่ตำบลน้ำพี้และตำบลป่าคาย อ.ทองแสนขัน และกระจายไปถึงพื้นที่บางส่วนของพื้นที่อำเภอตรอนจะได้รับความเดือดร้อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 จังหวัดพิษณุโลก เข้าตรวจสอบงูที่พบได้มาถูกต้องตามกฎหมาย และสามารถเคลื่อนย้ายเข้ามาในพื้นที่ได้ แต่อยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตให้เพาะขยายพันธุ์งูกับทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 โดยเจ้าของฟาร์มงูมีการถือหุ้นส่วนในนามบริษัท มีชาวต่างชาติ 4 คน และคนไทย 1 คน เป็นผู้ถือหุ้นร่วมกัน แต่เอกสารที่ยื่นเอาไว้มีเพียงแค่คนไทยแต่ยังขาดคนต่างชาติอีก 4 คน
ล่าสุด นายสุชาติ ธีระวงศ์พิทักษ์ ปลัดจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมด้วย พันเอกสุรพงษ์ ดอกไม้ รองผู้บังคับการจังหวัดทหารบกอุตรดิตถ์ ร่วมเป็นประธานการประชุมพิจารณาหารือแนวทางการประกอบกิจการฟาร์มงูเหลือม งูหลาม มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมประกอบด้วย หน่วยงานสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 สำนักงานทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด นายอำเภอทองแสนขัน สาธารณสุขอำเภอทองแสนขัน ผู้บริหาร อบต.น้ำพี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรทองแสนขัน กำนันและผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 และเจ้าของกิจการฟาร์มงูเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้
ที่ประชุมได้พูดถึงเรื่องการตั้งฟาร์มงูขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เป็นเรื่องใหม่สำหรับคนในพื้นที่ ที่ไม่มีใครรู้เรื่องระเบียบและข้อกฎหมายรวมถึงประสบการณ์มาก่อน ได้ซักถามถึงที่มาที่ไปรวมถึงขั้นตอนการขออนุญาตให้นำงูเข้ามาในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์กับทางเจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 ซึ่งเป็นหน่วยงานที่อนุญาตให้เคลื่อนย้ายงูเหลือม งูหลาม ซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองให้เข้ามาในพื้นที่ตำบลน้ำพี้ โดยที่ไม่มีการจัดส่งเจ้าหน้าที่ลงมาสร้างความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่อบต.และชาวบ้าน ก่อนที่จะอนุญาตให้นำงูเข้ามาในพื้นที่ได้ รวมถึงการเข้าตรวจสอบดูสถานที่และการจัดเก็บงู จะอ้างว่าอนุญาตเพียงอย่างเดียวอย่างอื่นไม่รู้เรื่องหรือไม่เกี่ยวข้องไม่ได้ งูเป็นสัตว์ที่ทุกคนกลัวอยู่แล้ว เมื่อมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น จึงเป็นเหตุให้ชาวบ้านแตกตื่นหวาดกลัว หวาดผวาและสร้างความเสียหายให้กับผู้ประกอบการที่ลงทุนไปเกือบ 300 ล้านกับธุรกิจฟาร์มงูในครั้งนี้ และในปี 2559 เจ้าของฟาร์มงูก็ได้เตรียมยื่นเรื่องตั้งโรงฆ่างูอีกด้วย
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พูดถึงการขออนุญาตตั้งฟาร์มงู เจ้าของฟาร์มจะต้องส่งเอกสารผู้ถือหุ้นที่เป็นชาวต่างชาติ 4 คน รวมถึงรายชื่อผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินสำหรับตั้งฟาร์มงู รายชื่อถือครองที่ดินมีใครบ้าง หากมีชื่อชาวต่างชาติร่วมครอบครองที่ดิน ก็ต้องมีการตรวจสอบประวัติทางอาชญากรรมข้ามชาติระหว่างประเทศก่อนที่จะออกใบอนุญาตตั้งฟาร์มเพาะพันธุ์งูเหลือมงูหลามได้ และต้องยื่นเรื่องขออนุญาตให้ถูกต้อง ครบถ้วนสมบูรณ์ก่อนประชาคมจะเกิดขึ้นในการจัดทำประชาคมหมู่บ้านมอบหมายให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 เป็นแม่งานในการจัดทำประชาคมพูดคุยชี้แจงให้ชาวบ้านทราบ โดยมีอำเภอทองแสนขัน อบต.น้ำพี้ กำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ประสานชาวบ้านให้เข้าร่วมรับฟังและร่วมประชาคมลงมติจะยอมให้มีการตั้งฟาร์มงูในพื้นที่หรือไม่ โดยสำนัก 11 เป็นผู้สร้างความเข้าใจให้กับชาวบ้านร่วมกับเจ้าของฟาร์มงู จะต้องชี้แจงถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมในอนาคตที่จะเกิดขึ้นตามมาพร้อมวิธีการแก้ไขปัญหา ก่อนที่ชาวบ้านจะลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นการประชุม ปลัดจังหวัดอุตรดิตถ์พร้อมด้วยรองผู้บังคับการจังหวัดทหารบกอุตรดิตถ์ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมฟาร์มงูเหลือม งูหลาม โดยมีนางสาวอนงค์ พรขำ บริษัทเอกชน ในฐานะกรรมการผู้ถือหุ้นและเจ้าของฟาร์มงู นำคณะตรวจสอบงูเหลือมและงูหลามในฟาร์มทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงเดินทางกลับ
นายสุชาติ กล่าวว่า ฟาร์มงูแห่งนี้อยู่ในระหว่างการขอใบอนุญาตเพาะพันธุ์หรือขยายพันธุ์งู จากสำนักที่ 11 ซึ่งต้องมีระบบตรวจสอบอีกหลายอย่าง ก่อนที่จะได้รับในอนุญาต ขบวนการของการฆ่างูยังไม่ได้เกิดขึ้น เพราะยังไม่ได้รับอนุญาตในการตั้งโรงฆ่าสัตว์ ขั้นตอนหลักอยู่ที่การประชาคมของชาวบ้าน ได้แจ้งให้ผู้ประกอบการเตรียมเอกสารเพื่อการพิจารณา อาทิ กรรมสิทธิ์ในที่ดิน ผู้ถือครองหุ้นที่เป็นชาวต่างชาติ เพื่อตรวจสอบประวัติด้านอาชญากรรมและการมีสิทธิ์ครอบครอง ร่วมไปถึงการประชาคมชาวบ้าน ดังนั้น ผู้ประกอบการมีสิทธิ์ในการครอบครองงู และยังไม่มีการออกใบอนุญาตดำเนินกิจการ จึงให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ โดยเฉพาะผลกระทบที่จะมีประชาชนในพื้นที่
ทั้งนี้ระหว่างการตรวจสอบ ยังพบว่าคนงานเร่งดำเนินการสร้างกรงสำหรับพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ เป็นจำนวนมาก โดยฟาร์มงูแห่งนี้จะขยายพันธุ์งูหลามงูเหลือมปีละประมาณ 4 หมื่นตัว เพื่อดำเนินการขายหนังส่งออกต่างประเทศ และเป็นฟาร์มงูที่ใหญ่ที่สุดในโลก







