วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กมธ.ยกร่างฯปฏิรูปรสก.ตัด'ซุปเปอร์บอร์ด'หลังถูกค้าน

กมธ.ยกร่างรธน.วางหลักการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจที่ล้มเหลวต่อเนื่อง ยกประเด็นรฟท.อภิปรายก่อนเคาะบทบัญญัติ ตัด"ซุปเปอร์บอร์ด"หลังถูกค้าน

ที่ประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ วาระพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราช่วงเวลา 19.00 น. ได้เข้าสู่การพิจารณา ภาค 4 ว่าด้วยการปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง หมวด2 ว่าด้วยการปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรม ในส่วนที่ 14 ว่าด้วยการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ โดยสาระสำคัญคือการกำหนดแนวทางการปฏิรูปเศรษฐกิจมหภาคเพื่อลดการผูกขาดหรือจำกัดการแข่งขันการประกอบการธุรกิจ สร้างความเท่าเทียมต่อโอกาสของการเข้าถึงการบริการทางการเงินขั้นพื้นฐานของประชาชนกลุ่มต่างๆ สนับสนุนเอกชนและประชาชนให้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา ลดความเหลื่อมล้ำ

ทั้งนี้ในประเด็นของการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจนั้นได้กำหนดให้มีมาตรการจูงใจทางภาษีอากร และมาตรการทางกฎหมายที่เหมาะสม โดยให้มีการจัดตั้งหน่วยงานกลางของภาครัฐระดับชาติ เพื่อแก้ปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำด้านรายได้โอกาสทางสังคม

ขณะที่การพัฒนาการแข่งขันของต่างประเทศต้องปฏิรูปโครงสร้างและพัฒนาสมรรถนะ ค่าเงิน และระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งเชื่อมโยงทั้งประเทศและระหว่างประเทศ ทั้งนี้มีข้อกำหนดหลักการส่งเสริมระบบสหกรณ์ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และจัดตั้งสำนักงานพัฒนาสหกรณ์แห่งชาติให้เป็นองค์กรมหาชน ขณะที่ประเด็นรัฐวิสาหกิจกำหนดให้มีองค์กรอิสระเพื่อรับผิดชอบดูแลหน่วยงานที่เป็นเจ้าของรัฐวิสาหกิจของชาติ

ทั้งนี้ที่ประชุมได้อภิปรายในประเด็นสำคัญ คือ หลักการของการตั้งหน่วยงานอิสระเพื่อดูแลหน่วยงานที่เป็นเจ้าของวิสาหกิจ หรือซุปเปอร์บอร์ดที่ดูแลหน่วยงานรัฐวิสาหกิจชาติทั้งหมด ว่าอาจมีปัญหาต่อการบริหารจัดการ โดยยกประเด็นซุปเปอร์บอร์ดที่เกิดในส่วนต่างๆ ที่ไม่พบความสำเร็จในการกำกับดูแล ทั้งนี้การกำหนดให้มีซุปเปอร์บอร์ดเพื่อกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจทั้งหมด อาจเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด เพราะที่ผ่านมารัฐวิสาหกิจบางแห่งสามารถประกอบกิจการที่มีผลกำไรแต่มีปัญหาเกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้บริหาร ควรแก้ประเด็นการแต่งตั้งเท่านั้น ขณะที่รัฐวิสาหกิจบางแห่งพบการขาดทุนยาวนาน เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ดังนั้นควรกำหนดการแปรรูปเฉพาะรัฐวิสาหกิจที่ล้มเหลวหรือมีปัญหายาวนานเท่านั้น ด้วยการให้มีหน่วยงานหรือบุคคลภายนอกที่ไม่ได้อยู่ใน รฟท. หรือ กระทรวงการคลังไปดำเนินการ

ทั้งนี้ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว เช่นเดียวกับนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล เลขานุการ กมธ.ปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง สปช. ที่เข้าร่วมชี้แจงรายละเอียดที่เห็นด้วย กับการแก้ไขบทบัญญัติส่วนดังกล่าว ที่มีสาระสำคัญ ว่า “บริหารจัดการรัฐวิสาหกิจอย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ และโปร่งใส ทบทวนความจำเป็นในการดำรงอยู่ของรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งและความมีประสิทธิภาพ โดยต้องกำหนดเป้าหมายการดำเนินการของรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งอย่างชัดเจน และยกระดับธรรมาภิบาลขอรัฐวิสาหกิจในระดับสากล” ทั้งนี้ตามเจตนารมณ์สำคัญคือเพื่อให้มีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่มีผลประกอบการที่ล้มเหลวต่อเนื่องยาวนาน