วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ม็อบค้านเปิดสัมปทานฯรอบ21 ปักหลักรอผลกพช.บ่ายนี้

ม็อบพลังงานยื่นค้านเปิดสัมปทานฯรอบ21 ปักหลักรอผลประชุมกพช.บ่ายนี้ ฮือฮานักร้องดัง “เต๊ะ-ศตวรรษ”บินจากไต้หวันมาร่วมชุมนุม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 10.00 น. ที่ด้านหน้าศูนย์บริการประชาชน ภายในบริเวณ สำนักงานก.พ. ถนนพิษณุโลก มีการรวมตัวกันของเครือข่ายประชาชนปกป้องประเทศ นำโดย พล.ท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี และ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ พร้อมเครือข่ายแนวร่วมหลายร้อยคนได้ยื่นจดหมายเปิดผนึก ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ผ่านศูนย์บริการประชาชน เพื่อเรียกร้องให้ยกเลิกการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21


โดยหนังสือที่เครือข่ายฯดังกล่าวทำถึงพลเอกประยุทธ์มีข้อเรียกร้อง 5 ข้อประกอบด้วย 1.ให้ประกาศยกเลิกประกาศฉบับวันที่ 30 ก.ย. 2557 ของ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เรื่อง เขตพื้นที่แปลงสำรวจปิโตรเลียมบนบกและในทะเลอ่าวไทยที่เปิดให้ยื่นขอสิทธิ์สำรวจและผลิตปิโตรเลียม โดยเปิดให้มีการสำรวจได้ภายใน 1 ปี แต่ห้ามผลิต โดยกระทรวงพลังงานต้องหยุดกระบวนการใดใดเกี่ยวกับการให้สัมปทาน ในระหว่างนั้นขอให้มีคณะทำงานศึกษาแก้ไขกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม รวมทั้งพระราชบัญญัติปิโตรเลียมและพระราชบัญญัติภาษีปิโตรเลียม โดยตั้งเป็นกรรมการปฏิรูปพลังงานไทย และตั้งคณะกรรมการรวบรวม ผลดีผลเสียจากสัมปทานที่ผ่านมา และที่จะเกิดขึ้นในอนาคตและแนวทางแก้ไขให้สำเร็จภายใน 6 เดือน


2.เปิดพื้นที่เจรจถกเถียงข้อมูล โดยให้เวลาที่เท่าเทียมกันทั้งตัวแทนภาครัฐและประชาชน โดยถ่ายทอดสดทางสื่อฟรีทีวีรวมการเฉพาะกิจหรือรัฐสภาและมีนายกรัฐมนตรีร่วมรับฟังปัญหา 3.รัฐบาลโดยฝ่ายความมั่นคงต้องเปิดให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลอย่างเสรี ไม่ว่าการจัดเสวนาวิชาการที่ไม่ได้มีความขัดแย้งหรือเป็นปฏิปักษ์หรือต่อต้านอำนาจคสช หรือความมั่นคงของชาติ รวมถึงให้ภาคประชาชนมีโอกาสนำเสนอข้อมูลด้านพลังงานผ่านสื่อมวลชน ฟรีทีวีของรัฐอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และห้ามภาครัฐลงโฆษณาหรือให้ข้อมูลบิดเบือนด้านพลังงาน เพราะสร้างความขัดแย้งต่อคนในชาติ หากพบการกระทำดังกล่าวขอให้นายกฯดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการลงโทษอย่างเด็ดขาดตามประมวลจริยธรรมนักการเมืองและข้าราชการพลเรือน แะจัดเวทีสัญจรไปตามภูมิภาคเพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่และให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล


4.ให้กระทรวงพลังงาน เปิดเผยข้อมูลหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการประมูลทุกรอบที่ผ่านมา รวมทั้งรายชื่อบริษัทที่รับสัมปทานและผลประกอบการของบริษัทในการรับสัมปทานครั้งที่ 19-20 และให้เปิดเผยสัญญาสัมปทานทุกฉบับ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนของผู้บริหาร 5.สิ่งที่เคยเบียดเบียนประชาชน ต้องแก้ไขทันทีให้เสร็จในหนึ่งเดือน เช่น ธุรกิจปิโตรเคมี ท่อก๊าซ และราคาก๊าซ ไฟฟ้าต้องลดลงโดยตั้งคณะกรรมการศึกษาร่วม และ6.ควรปลดรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ออจากรัฐบาลเนื่องจากไม่ได้ทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ประชาชน แต่ทำเพื่อประโยชน์ธุรกิจ หรือทุนมากกว่า หรือสร้างภาระแก่ประชาชน เช่น หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี รมว.พลังงาน รมว.คมนาคม รมว.อุตสาหกรรม รมว.คลัง ประธานบอร์ดบริษัท ปตท. ฯ อธิบดีกรมเชื่อเพลิงธรรมชาติ


นอกจากนี้ยังมีการยื่นหนังสือของเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย พร้อมกับรายชื่อประชาชน 5,000รายชื่อ ถึงพลเอกประยุทธ์ เพื่อขอทราบผลการพิจารณาข้อเรียกร้องที่เคยยื่นเมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2558 ที่ให้ชะลอการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ซึ่งเครือข่ายยังไม่ได้รับผลการพิจารณาเรื่องที่ยื่นไป พร้อมกันนี้เรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์สั่งการให้ยกเลิกประกาศกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เรื่อง เขตพื้นที่แปลงสำรวจปิโตรเลียมบนบกและในทะเลอ่าวไทยที่เปิดให้ยื่นขอสิทธิ์สำรวจและผลิตปิโตรเลียม อันจะเป็นผลในทางกฎหมายให้การเปิดสัมปทานฯรอบที่ 21 สามารถชะลอได้อย่างแท้จริง


นายปานเทพ กล่าวว่า กลุ่มที่มายื่นหนังสือถึงนายกฯวันนี้มีทั้งกลุ่มอดีตนักการเมืองที่แถลงข่าวไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และกลุ่มภาคประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ซึ่งเราขอบคุณที่รัฐบาลจะตัดสินใจชะลอการเปิดสัมปทานครั้งนี้ และกำลังจะเปิดเสวนา ซึ่งต้องควรจะเปิดอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะสิ้นกระแสสงสัย และต้องให้เวลาเท่าเทียมกัน และมีการถ่ายทอดสด ต้องไม่ใช่เวทีที่รัฐบาลชี้แจงฝ่ายเดียว และต้องใจกว้างการรับฟังความคิดเห็นของภาคประชาชน แต่ทั้งนี้การแก้ปัญหาไม่ใช่การชะลอสัมปทานแต่ต้องยกเลิกประกาศของกรมเชื้อเพลิงฯ เพราะยังไม่สามารถหาข้อยุติที่จะเกิดประโยชน์กับชาติ"นายปานเทพ กล่าว


ด้านพันโทแพทย์หญิงกมลพรรณ ภายใน 1 เดือน รัฐบาลจะต้องแก้ไขปัญหาราคาแก๊สและค่าไฟฟ้าให้ลดลง เนื่องจากขณะนี้ราคาน้ำมันในตลาดโลกลดราคาลงแล้ว รวมทั้งต้องหยุดนโยบายที่สนับสนุนอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ที่ถือว่าเอาเปรียบประชาชน นอกจากนั้นขอให้กระทรวงพลังงานเปิดเผยข้อมูลหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการประมูลสัมปทาน รายชื่อบริษัทที่รับสัมปทาน ผลประกอบการในการรับสัมปทาน ครั้งที่ 19 และ 20 เพื่อให้เกิดความโปร่งใสว่าไม่มีการเอื้อผลประโยชน์ให้ฝ่ายใด


“วันนี้หากนายกฯได้ฟังแล้วชะลอการให้สัมปทานออกไปก่อนจะขอบคุณมาก และได้ข่าวว่าวันนี้เวลา 14.00น. นายกฯจะประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) ก็ขอให้มวลชนอยู่รอฟังข่าวด้วย เรายืนยันว่าเราสนับสนุนรัฐบาล แต่อันไหนที่นายกฯไม่ได้ยินก็ขอมาบอกให้รู้ไว้และขอให้อย่าเชื่อแต่ข้อมูลฝ่ายรัฐฝ่ายเดียว และเราต้องร่วมกันแก้ไขการคอรัปชัั่นเชิงนโยบายเพื่อให้ทุกคนอยู่ดีกินดี” พท.ญ แพทย์หญิงกมลพรรณ กล่าว


ด้านหม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เกษมศรี อดีตอนุกรรมาธิการเสริมสร้างธรรมาภิบาลด้านพลังงาน วุฒิสภา กล่าวว่า วันนี้ตนหนังสือของคณะบุคคล ที่ประกอบด้วยอดีตนักการเมือง อาทิ นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ อดีตประธานรัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี นาวาอากาศตรีประสงค์ สุ่นศิริ อดีตรมว.ต่างประเทศ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง ฯ โดยทั้งหมดเห็นว่า 1.พ.ร.บ.ปิโตรเลียมและพ.ร.บ.ภาษีปิโตรเลียมมีความล้าสมัยต้องได้รับการแก้ไขก่อนเปิดสัมปทาน 2.การเปิดเผยข้อมูลของฝ่ายรัฐยังขาดความโปร่งใส กระบวนการสรรหาผู้ได้รับสัมปทานไม่มีการส่วนร่วมของประชาชน มีการแก้ไขคะแนนหลังยื่นประมูลแล้ว และสัญญาสัมปทานประชาชนไม่เคยได้รับรู้ 3.การบริหารความมั่นคงด้านพลังงานมีความเป็นธรรมถูกต้องกับประชาชนหรือไม่ เพราะกรรมสิทธิ์ปิโตรเลียมเป็นของรัฐ แต่เมื่อให้สัมปทานแล้วกลายเป็นของเอกชน จึงไม่ใช่ความมั่นคงทางพลังงานอย่างแทจริง และการผลิตไฟฟ้าโดยใช้ก๊าซผลิตได้เพียง 67% นอกจากนั้นก๊าซที่เหลือรัฐอนุญาตให้ธุรกิจปิโตรเคมีให้ก๊าซจากอ่าวไทยได้ก่อนซึ่งไม่เป็นธรรมและไม่ใช่ความมั่นคงพลังงานของประชาชน และ 4.การจัดการทรัพยากรไทยยังไม่มีความรอบคอบ ไม่เป็นธรรมต่อการเป็นธรรมของเอกชน เพราะรัฐไม่เคยจ้างใครสำรวจว่าเป็นบ่ำน้ำมันเล็กหรือใหญ่ ดังนั้นระบบนี้จึงเป็นระบบจิตนาการเอาเอง จึงเสนอให้รัฐทำการสำรวจเองเสียก่อน


“คณะบุคคลจึงเสนอให้ชะลอการเปิดสัมปทานไปอีก 2 ปี แต่ระหว่างนี้ก็แก้ไขไปตามที่เสนอไปด้วย และมีการเผยแพร่ข้อมูลให้ประชาชนรับทราบเพื่อความมั่นคงทางพลังงานอย่างแท้จริง”หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับบรรยากาศในการรวมตัวกันของกลุ่มเครือข่ายดังกล่าวนั้น ได้รวมกันอยู่ในบริเวณพื้นที่ลานจอดรถของสำนักงานก.พ. ด้านหนังศูนย์บริการประชาชน โดยมีการรักษาความปลอดภัยของทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลทั้งในและนอกเครื่องแบบ ตำรวจนครบาลกองอำนวยการควบคุมฝูงชน และเจ้าหน้าที่ทหารจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีจำนวนน้อยกว่ามวลชน

อย่างไรก็ตามกลุ่มเครือข่ายฯได้ปักหลักรอผลการประชุมกพช. ที่พลเอกประยุทธ์ จะเป็นประธานในการประชุมเวลา 14.00น. ว่าผลการประชุมจะออกมาอย่างไร นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวพบว่าในการชุมนุมครั้งนี้ มีนายศตวรรษ เศรษฐกร หรือ เต๊ะ ศิลปินนักร้องชื่อดัง เข้าร่วมชุมนุมครั้งนี้ด้วย และได้เดินแจกใบปลิวกับประชาชน ซึ่งนายศตวรรษได้รับความสนใจขอถ่ายรูปคู่ โดยนายศตวรรษ เปิดเผยว่า ตนเพิ่งเดินทางมาจากไต้หวันเพื่อมาร่วมชุมนุมในวันนี้เพื่อคัดค้านการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 เมื่อเสร็จภารกิจนี้แล้วก็จะเดินทางกลับไปถ่ายหนังที่ไต้หวันต่อทันที