"พล.อ.อุดมเดช" สั่งแจงเหตุ "ฮิวแมนไรต์วอตช์" ออกแถลงการณ์ค้านแก้กรณีศาลทหาร ชี้ทำสังคมสับสน แนะศึกษารอบด้านก่อนวิจารณ์
พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ในฐานะโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่นายแบรด อดัมส์ ผอ.ภาคพื้นเอเชียขององค์กรสิทธิมนุษยชน หรือฮิวแมนไรต์วอตช์ ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติคัดค้านร่างแก้ไข พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 ว่าด้วยการเพิ่มอำนาจให้ทหารควบคุมตัวพลเรือนได้นานสูงสุดถึง 84 วัน โดยไม่จำเป็นต้องได้รับอำนาจศาล และการมอบอำนาจให้ทหารควบคุมตัวพลเรือนโดยไม่ต้องมีการตรวจสอบ ถือเป็นการปกครองประเทศในระบอบเผด็จการ ว่า พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และเลขาธิการ คสช.ได้มอบหมายให้ทำความเข้าใจเพิ่มเติมว่าน่าจะเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง ฮิวแมนไรต์สวอตช์ ถือเป็นองค์กรระดับประเทศที่ได้รับความน่าเชื่อถือ การนำเสนอเรื่องใด ๆ ที่มีข้อมูลไม่ครบถ้วนจนทำให้สังคมสับสน อาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือองค์กรได้ โดยเฉพาะจุดยืนและสถานะทางสังคม
พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า ยืนยันไม่มีการขอแก้ไขเพื่อเพิ่มอำนาจให้ทหารสามารถควบคุมตัวพลเรือนได้นาน 84 วัน ตามที่มีการกล่าวอ้าง และปัจจุบันการควบคุมตัวผู้ต้องหา ทั้งพลเรือนและทหาร ถ้าไม่มีเหตุจำเป็นสุดวิสัย พนักงานสอบสวนหรือตำรวจจะต้องขออำนาจจากศาลให้เป็นผู้สั่งเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นศาลทหาร หรือศาลพลเรือนก็ตาม มีหลักเกณฑ์เดียวกันตามหลักกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่ใช้กันอยู่มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าบ้านเมืองจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม ก็ยังคงใช้หลักเกณฑ์นี้ โดยการขอก็ต้องขอศาลเป็นครั้งไป และจำนวนวันในแต่ละครั้งก็เป็นตามที่กฎหมายกำหนดไว้ สำหรับเรื่องการเสนอขอปรับแก้ไข พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 ที่กำลังดำเนินการอยู่ ถือเป็นเรื่องภายในองค์กรทหารเท่านั้น ไม่ควรนำมาปะปนกันจนทำให้สังคมเกิดความสับสน ซึ่งเจตนารมณ์เพื่อใช้ปฏิบัติต่อกำลังพลทหารที่ทำความผิดอาญา และผู้บังคับบัญชาไม่สามารถไปขอให้ศาลทหารสั่งขังได้ด้วยเหตุจำเป็นสุดวิสัย เพื่อไม่ให้กระบวนการยุติธรรมต้องหยุดชะงัก โดยทหารที่กระทำความผิดอาญานั้นๆ ก็สมควรได้รับการปฏิบัติที่ไม่ต่างไปจากพลเรือน เพื่อให้เป็นไป
ตามหลักบรรทัดฐานสากลที่เหมือนหรือใกล้เคียงกัน
"ขอให้มั่นใจการดำเนินการของทุกส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย มีความเข้าใจดีในเรื่องของสิทธิมนุษยชน และพยายามการจะดำเนินการใดๆ นั้น ก็เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและสร้างความเป็นธรรมให้สังคมอย่างดีที่สุด พล.อ.อุดมเดชให้นโยบายว่า คสช.เข้าใจดีว่า การสร้างความเข้าใจต่อสังคมในการทำงานของ คสช. และรัฐบาลไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็เป็นสิ่งที่อยากให้ทุกฝ่ายได้ให้โอกาสและร่วมมือ เพื่อนำพาประเทศไทยให้ผ่านพ้นปัญหา มีการปฏิรูปและเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ โดยขอให้การนำเสนอหรือวิพากษ์วิจารณ์ใด ๆ ได้มีการศึกษาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน และเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ก็จะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน" พ.อ.วินธัย กล่าว





